พาณิชย์ ออกประกาศให้ “ขยะเทศบาล” เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร มีผล 13 ก.ค.นี้
“พาณิชย์” ออกประกาศห้ามนำเข้าและห้ามนำผ่านขยะเทศบาล เพื่อสกัดกั้นไม่ให้นำเข้าของเสียของอันตรายมาเป็นขยะในประเทศและก่อปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม จนส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยประชาชน มีผลบังคับใช้ 13 ก.ค.นี้ ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดให้ขยะเทศบาลเป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้าและห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. 2562 เพื่อให้ความร่วมมือกับนานาประเทศตามพันธกรณีอนุสัญญาบาเซลในการควบคุมการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายหรือของเสียที่อาจไม่ได้รับการจัดการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นการสกัดกั้นไม่ให้มีการนำเข้าของเสียของอันตรายมาเป็นขยะในประเทศไทย และก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยประกาศฯ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดว่า “ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการห้ามนำเข้าจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับเป็นเงินห้าเท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการห้ามนำผ่านจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสองเท่าครึ่งของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ” จึงขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการศึกษาข้อมูลและประกาศต่างๆ ของกรมฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้กระทบและเป็นอุปสรรคในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าของไทย
สำหรับ “ขยะเทศบาล” ตามพิกัดอัตราศุลกากร 3825.10.00 ได้แก่ ของเสียชนิดที่รวบรวมจากบ้านเรือน โรงแรม ภัตตาคาร โรงพยาบาล ร้านค้า สำนักงาน ฯลฯ ของเสียจากการกวาดถนนและทางเท้า ตลอดจนของเสียจากการก่อสร้างและรื้อถอน ซึ่งของเสียโดยทั่วไปมีวัตถุหลายชนิด เช่น พลาสติก ยางไม้ กระดาษ สิ่งทอ แก้ว โลหะ เศษอาหาร เฟอร์นิเจอร์แตกหัก และของชำรุดหรือของทิ้งอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม “ขยะเทศบาล” ไม่คลุมถึง วัตถุหรือของอย่างเดียวกันที่คัดแยกออกจากขยะ เช่น ของเสียที่เป็นพลาสติก ยาง ไม้ กระดาษ สิ่งทอ แก้ว หรือโลหะ และแบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว ซึ่งเป็นของตามประเภทพิกัดที่เหมาะสมกับของนั้น, ของเสียจากอุตสาหกรรม, ของเสียทางเภสัชกรรม และของเสียจากสถานพยาบาล