เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
ดูทั้งหมด

สงครามการค้าทุบกำไร SCG ครึ่งปีแรกปี’ 62 หด 16% กัดฟันจ่ายปันผลหุ้นละ 7 บาท

26 ก.ค. 2562 | 16:37น.

สงครามการค้าทุบกำไร SCG ครึ่งปีแรกปี’ 62 หด 16% กัดฟันจ่ายปันผลผู้ถือหุ้น 7 บาทต่อหุ้น “รุ่งโรจน์” ปรับแผนครึ่งปีหลัง ผุดแลป “SCG” ที่อังกฤษ เพิ่มสัดส่วนรายได้นวัตกรรม ‘HVA’ พร้อมลุยลงทุนซื้อหุ้น “Fajar” ผู้ผลิตกระดาษอินโด เร่งรัดโครงการปิโตรเคมีครบวงจรเวียดนามให้จบตามแผน

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า ผลประกอบการเอสซีจีในไตรมาสที่ 2 ปี 2562 มีรายได้จากการขาย 109,094 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรเท่ากับ 9,079 ล้านบาท ลดลง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 22% จากไตรมาสก่อน จากปัจจัยสงครามการค้าต่อราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ และการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ 1,150 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากรวมรายการปรับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานดังกล่าวมูลค่า 2,035 ล้านบาท จะทำให้เอสซีจีมีกำไรสำหรับงวด 7,044 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2562 มีรายได้จากการขาย 221,473 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไร 20,741 ล้านบาท ลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลงจากผลกระทบของสงครามการค้า แต่ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างยังมีรายได้สูงขึ้นตามการฟื้นตัวของการก่อสร้างในภูมิภาค ทั้งนี้ หากรวมรายการปรับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน จะทำให้เอสซีจีมีกำไรสำหรับงวด 18,706 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 2 ปี 2562 เอสซีจีมียอดขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Services – HVA) 47,164 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน ทำให้ในครึ่งปีแรกของปี 2562 เอสซีจีมียอดขายสินค้า HVA 92,628 ล้านบาท คิดเป็น 42% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศ รวมการส่งออกครึ่งปีแรกของปี 2562 ทั้งสิ้น 88,825 ล้านบาท คิดเป็น 40% ของยอดขายรวม ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินทรัพย์รวมของเอสซีจี ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีมูลค่า 618,591 ล้านบาท โดย 33% เป็นสินทรัพย์ในอาเซียน

ครึ่งปีแรกยอดขายซีเมนต์-ก่อสร้างดี

หากแยกรายได้ตามประเภทธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ประกอบด้วย

1) ธุรกิจเคมิคอลส์ มีรายได้ 45,995 ล้านบาท ลดลง 19% เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและค่าเงินบาทแข็งค่า รวมทั้งการขาดทุนมูลค่าสินค้าคงเหลือ และลดลง 1% จากไตรมาสก่อน โดยมีกำไร 4,424 ล้านบาท ลดลง 46%

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนครึ่งปีแรกของปี 2562 ธุรกิจนี้มีรายได้ 92,235 ล้านบาท ลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง โดยมีกำไร 10,530 ล้านบาท ลดลง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

2) ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ไตรมาสที่ 2 ปี 2562 มีรายได้ 45,928 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 5% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากการซบเซาของธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในช่วงฤดูฝน โดยมีกำไร 1,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 40% จากไตรมาสก่อน

ส่วนครึ่งปีแรกของปี 2562 ธุรกิจนี้มีรายได้ 94,238 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากตลาดซีเมนต์ในประเทศเติบโต โดยมีกำไร 4,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

3) ธุรกิจแพคเกจจิ้ง ในไตรมาสที่ 2 ปี 2562 มีรายได้ 20,402 ล้านบาท ลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้มีกำไร 1,375 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 18%

จากไตรมาสก่อน ส่วนในครึ่งปีแรกปี 2562 ธุรกิจนี้มีรายได้ 41,529 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการซื้อที่ลดลง โดยมีกำไรสำหรับงวดก่อนรายการปรับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน 3,056 ล้านบาท ลดลง 2%

ครึ่งปีหลัง ตั้ง “SCG Advanced Materials Laboratory” ที่อังกฤษเสริมแกร่งสินค้า HVA

นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังเอสซีจียังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA ควบคู่กับการตอบโจทย์แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมส่งมอบโซลูชั่นแบบครบวงจรให้ลูกค้า

รวมทั้งเร่งรัดโครงการลงทุนสำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าให้ธุรกิจให้เป็นไปตามแผน 2 กลยุทธ์ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก ทั้งการบริหารจัดการการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว และการสร้างเสถียรภาพทางการเงิน

โดยล่าสุดได้เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา SCG Advanced Materials Laboratory ในเมืองออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เพื่อพัฒนาต้นแบบสินค้าในกลุ่ม Functional Materials จะเน้นเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สินค้าเคมิคอลส์

โดยอาศัยจุดแข็งด้านการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม และตอบโจทย์ความยั่งยืน และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น การพัฒนาเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนเกรดพิเศษด้วย SMX Technology สำหรับลูกค้าที่ต้องการเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงสามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์แต่คงความแข็งแรงได้ดี สินค้าบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้

ส่วนธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ยังคงมีการเติบโตที่ดีจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องของโครงการก่อสร้างของภาครัฐในไทย เช่นเดียวกับในภูมิภาคอาเซียนทุกประเทศ ยกเว้นอินโดนีเซียซึ่งมีความต้องการภายในประเทศชะลอตัว เอสซีจีจึงเน้นรุกตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพและมูลค่าของตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างธุรกิจค้าปลีก

เช่นการเปิดศูนย์ “SCG Home บุญถาวร” จำหน่ายวัสดุตกแต่งที่เน้นครัวและห้องน้ำ 3 จังหวัด คือ นครราชสีมา กระบี่ และนครศรีธรรมราช รวมถึงการขยายคลังสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ การพัฒนาโซลูชั่นครบวงจรตอบโจทย์ลูกค้า เช่น โซลูชั่นระบบหลังคาประหยัดพลังงาน เป็นต้น

ทุ่มลงทุนซื้อ “Fajar” ผู้ผลิตกระดาษอินโด

เช่นเดียวกับธุรกิจแพคเกจจิ้ง ซึ่งรเติบโตที่ได้ดี ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาคอาเซียน และการเติบโตของ e-commerce พฤติกรรมการบริโภคอาหารบริการด่วน ทางบริษัทจึงขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมทั้งโรงงาน UPPC ในฟิลิปปินส์ และโรงงาน BATICO ในเวียดนาม และซื้อหุ้น Fajar ซึ่งเป็นผู้ผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของอินโดนีเซีย

กลยุทธ์สำคัญหนึ่งคือการสร้างเสถียรภาพทางการเงิน โดยสิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2562 มีเงินสดและเงินสดภายใต้การบริหาร 42,573 ล้านบาท สอดคล้องกับแผนการลงทุนและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังไม่แน่นอน รวมทั้งการทบทวนโครงการลงทุน โดยเน้นโครงการที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจได้รวดเร็ว เช่น การซื้อหุ้น Fajar

ซึ่งจะสามารถรวมผลการดำเนินงานเข้ามาในธุรกิจแพคเกจจิ้งของเอสซีจีได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 ส่วนโครงการลงทุนสำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าให้ธุรกิจที่ได้ลงทุนไปแล้ว อย่างโครงการปิโตรเคมีครบวงจรในเวียดนามหรือ LSP ก็ได้เร่งดำเนินการให้สำเร็จตามแผน ขณะเดียวกัน เน้นขยายการส่งออกสินค้าแพคเกจจิ้งไปตลาดจีนและอาเซียนเพิ่มขึ้น และส่งออกสินค้ากลุ่มฝ้าและผนังไปเกาหลีใต้และจะขยายไปยังโซนยุโรปเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน อาทิ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในโรงงาน สามารถจ่ายไฟฟ้าได้แล้ว 77 เมกะวัตต์ ช่วยให้ประหยัดได้ 350 ล้านบาทต่อปี และการเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงาน เช่น การผลิตไฟฟ้าของเสียจากกระดาษ กำลังการผลิต 9.6 เมกะวัตต์ และการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างสตาร์ทอัพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2562 ในอัตรา 7.00 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 8,400 ล้านบาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 23 สิงหาคม 2562 กำหนดวันที่ XD ในวันที่ 8 สิงหาคม 2562 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล วันที่ 9 สิงหาคม 2562

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SCG รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส