“วีรศักดิ์”นำทีมพาณิชย์ ลงพื้นที่อีสาน ร่วมดันสินค้าข้าว มันสำปะหลัง สินค้าแฟชั่น ออกสู่ตลาดโลก
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมระหว่างผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ทูตพาณิชย์ และพาณิชย์จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ว่า ได้มีการหารือถึงแนวทางในการขยายตลาดส่งออกให้กับสินค้าของเกษตรกร ผู้ประกอบการท้องถิ่น และผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตร และสินค้าท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถขยายสินค้าออกไปสู่ตลาดภูมิภาคของโลกได้ เช่น สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด และผลไม้
นอกจากนี้ ในการประชุม ทูตพาณิชย์ยังได้ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาสินค้าและช่องทางการบุกตลาด ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าหลักจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ส่งออกแล้ว ได้แก่ มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง ข้าวหอมมะลิ และผลิตภัณฑ์จากข้าว สินค้าแฟชั่น ผ้าย้อมคราม เครื่องปั่นดินเผา เป็นต้น ส่วนตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐฯ สหภาพยุโรป จีนและฮ่องกง
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเห็นว่า เพื่อจะเร่งผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน และสินค้าที่ผลิตโดย SMEs ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เติบโตจะต้องเร่งผลักดันการส่งออกสำปะหลังไปตลาดญี่ปุ่นและอินเดีย สินค้าข้าวไปตลาดสหรัฐฯ และฮ่องกง สินค้าแฟชั่น ประเภทผ้าผืนไป ไปญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป เป็นต้น ซึ่งจะมีการร่วมกันจัดทำแผนในการผลักดันเพื่อส่งเสริมโดยเฉพาะสินค้าเกษตรให้เติบโต
ขณะเดียวกัน ยังนะคณะผู้บริหารและทูตพาณิชย์ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังครบวงจร โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ยืนยันที่จะส่งเสริมและผลักดันการส่งออกมันเส้น แป้งมันไปยังตลาดต่างๆ ต่อไป นอกเหนือจากตลาดที่สำคัญอย่างจีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซียและไต้หวัน โดยในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา สามารถส่งออกได้แล้ว 1,688.46 ล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ยังได้ไปเยี่ยมชมชุมชนด่านเกวียน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะผลักดันให้เป็นชุมชนอีคอมเมิร์ซต้นแบบของประเทศ ภายใต้ชื่อ “สมาร์ทวิลเลจออนไลน์” ซึ่งเป็นการประยุกต์จากหมู่บ้านต้นแบบหมู่บ้านเถาเป่า (Taobao Village Model) ของจีน มาใช้กับผู้ประกอบการสินค้าโอทอปและสินค้าชุมชนของไทย ที่มีการรวมกลุ่มของคนในชุมชนเพื่อให้เกิดเป็นชุมชนอีคอมเมิร์ซ และสามารถขายสินค้าออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ซึ่งที่ผ่านมา เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และสินค้าได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ เช่น ของตกแต่งบ้าน ตกแต่งสวน ของใช้เครื่องประดับแฟชั่น เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ได้มอบหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ให้กับชุมชน จำนวน 4 สินค้า ได้แก่ ไวน์เขาใหญ่ ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน และกาแฟวังน้ำเขียว