Skip to content

จุรินทร์ สั่งทูต 2 หน่วยงาน ถก USTR ศุกร์นี้ พร้อมวอร์รูมเอกชนที่ได้รับผลกระทบ

30 ต.ค. 2562 | 12:39น.
จุรินทร์ สั่งทูต 2 หน่วยงาน ถก USTR ศุกร์นี้ พร้อมวอร์รูมเอกชนที่ได้รับผลกระทบ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตันดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา (ทูตพาณิชย์) ประสานงานกับเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตันและทูตแรงงานเพื่อที่จะได้นัดหมายเพื่อหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR ในกรณีที่ประเทศไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) จากการได้รับรายงานพบว่าจะมีการเข้าพบ เพื่อหารือกันในวันศุกร์ที่ 1 พ.ย. 62 นี้

สำหรับหมวดสินค้าที่สหรัฐตัดสิทธิ GSP ไทยในครั้งนี้จำนวน 573 รายการ จะทำให้การนำเข้าสินค้าเข้าสหรัฐบางรายการเสียภาษีเพิ่มประมาณ 4-5% และบางรายการเสียภาษีสูงถึง 20 % ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เชิญภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบมาประชุมหารือร่วมกัน ในการประชุม คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนการพาณิชย์ หรือ กรอ.พาณิชย์ เร็วๆนี้ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบการต่อไป

ส่วนการเตรียมการสำหรับการแก้ไขปัญหาด้านการตลาดนั้น ในภาพรวมจะเร่งรัดตลาดใหญ่ๆทั่วโลกสำคัญ 10 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย ตุรกี เยอรมัน ศรีลังกา บังคลาเทศ ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ อังกฤษ ยุโรป โดยจะเจาะลึกการส่งออกรายตลาดมากขึ้นและได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ในแต่ละประเทศศึกษาในรายละเอียด ก่อนที่ตนจะนำทัพภาคเอกชนเข้าไปขยายตลาด

ส่วนกรณีที่สหรัฐเรียกร้องให้ไทยมีการจัดตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวในไทยนั้น ระบุ ไม่เกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐตัดสิทธิสินค้าไทย ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานที่จะต้องไปพิจารณาถึงความเหมาะคุ้มค่าระหว่างการจัดตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวกับการเสียภาษี ว่าอะไรจะส่งผลดีต่อประเทศมากกว่ากัน และกรณีที่สหรัฐจะให้ไทยนำเข้าหมูสารเร่งเนื้อแดงนั้น ชี้ เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณะสุข และไม่มีความเกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐตัดสิทธิ GSP แก่ไทยดังนั้นไม่ควรที่โยงมาเป็นเรื่องเดียวกัน

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุมผู้นำอาเซียนซัมมิท ซึ่งมีรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและ RCEP โดยตนจะเป็นประธานในที่ประชุมเวทีนี้ เบื้องต้นจะนำ เรื่องของการที่ประเทศไทยถูกตัดสิทธิ GSP เข้าไปหารือด้วยหรือไม่นั้น ต้องดูความเหมาะสม เพราะเป็นเวทีอาเซียน แต่กรณี GSP นี้เป็นประเด็นเฉพาะไทยกับสหรัฐไม่ใช่อาเซียนกับสหรัฐ สำหรับกรณีที่สหรัฐให้ไทยนำเข้าหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงเป็นสิ่งที่เรียกร้องมานาน เป็นคนละกรณีกัน ไม่ใช่ปัจจัยที่ใช้ในการตัดสิทธิ์จีเอสพีของไทย อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นหลักถ้าปล่อยให้มีการนำเข้าเนื้อแดงที่มีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐจะกระทบกับสุขอนามัยของผู้บริโภคเราหรือไม่อย่างไร