เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
Biz Movement ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
EV เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
Finance ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
Business เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
EV BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
เปิดวิสัยทัศน์ ‘ไพบูลย์ นลินทรางกูร’ ประธาน FETCO คนใหม่ ดึงดูดเงินทุน ตั้งเป้ายกระดับตลาดทุนไทยผงาดเวทีโลกใน 15 ปี
Finance เปิดวิสัยทัศน์ ‘ไพบูลย์ นลินทรางกูร’ ประธาน FETCO คนใหม่ ดึงดูดเงินทุน ตั้งเป้ายกระดับตลาดทุนไทยผงาดเวทีโลกใน 15 ปี
‘กี-กีรติ’ เปิดที่มาจัดงานวิ่งเพื่อสุขภาพ เคยหัวใจหยุดเต้น 19 นาที
Biz Movement ‘กี-กีรติ’ เปิดที่มาจัดงานวิ่งเพื่อสุขภาพ เคยหัวใจหยุดเต้น 19 นาที
นายกฯ พร้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ ยันทำตามนโยบาย
Politics นายกฯ พร้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ ยันทำตามนโยบาย
ชวนชมนิทรรศการ “Six Landscapes: 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” ที่สยาม ทาคาชิมายะ
Biz Movement ชวนชมนิทรรศการ “Six Landscapes: 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” ที่สยาม ทาคาชิมายะ
“ญี่ปุ่น-มาเลย์” ปั้นชิป AI เจาะน่านน้ำใหม่ 4.1 แสนล้าน ชน Nvidia
Tech “ญี่ปุ่น-มาเลย์” ปั้นชิป AI เจาะน่านน้ำใหม่ 4.1 แสนล้าน ชน Nvidia
ดูทั้งหมด

ส่งออกไทยเริ่มฟื้น ติดลบน้อยลงมั่นใจทั้งปีติดลบไม่ถึงเลข 2 หลัก

22 ต.ค. 2563 | 14:37น.

“พาณิชย์” เผยส่งออกเดือน ก.ย.63 มีมูลค่า 19,621.32 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.86% ฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน คาดทั้งปีติดลบ 7% ไม่ลบหนักถึง 2 หลัก ชี้ปัจจัยเสี่ยง เพื่อนบ้านโควิด-19 ระบาด กระทบค้าชายแดน เลือกตั้งสหรัฐฯ มีผลต่อนโยบายการค้า ส่วนการเมืองในประเทศ ไม่กระทบส่งออก แต่มีผลต่อการลงทุน

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนกัยยายน 2563 มีมูลค่า 19,621.32 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.86% เป็นการติดลบน้อยลง ซึ่งถือเป็นการฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน จากเดือนที่ผ่านมา  และยังเป็นสัญญาณที่ดี จากการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น ผลจากการส่งออกสินค้าหลายตัวเพิ่มขึ้น ไม่ใช่จากการส่งออกทองคำเป็นตัวดันส่งออก ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 17,391.20 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 9.08% ส่งผลให้ไทยมีการค้าเกินดุลการค้า 2,230.1 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับการส่งออกในช่วง 9 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-ก.ย.) มีมูลค่า 172,996.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7.33% การนำเข้ามีมูลค่า 152,372.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 14.64% ส่งผลให้ไทยมีการค้าเกินดุลการค้า มูลค่า 20,623.7 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของสินค้าส่งออกในหลายกลุ่ม  โดยเฉพาะสินค้า 3 กลุ่มหลัก ที่ส่งออกเติบโตได้ดี คือ สินค้าอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม สุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง เครื่องดื่ม สิ่งปรุงรสอาหาร และอาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง เครื่องซักผ้า และโซลาร์เซลล์ และสินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น ถุงมือยาง

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าหลายตัวยังคงส่งออกได้ลดลง เช่น น้ำตาลทราย ข้าว ยางพารา ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน และทองคำ

นอกจากนี้ แนวโน้มการส่งออกของไทยถือว่าฟื้นตัวอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ถือว่าติดลบน้อยลง โดยการส่งออกไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะส่งออกได้มูลค่า 56,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6% ทำให้ยอดรวมทั้งปี 2563 จะส่งออกได้มูลค่า 228,904 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบประมาณ 7% ไม่ติดลบถึง 2 หลัก อย่างที่เคยมีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

สำหรัยปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องติดตามในช่วงที่เหลือของปีนี้ ที่คาดว่าจะมีผลต่อการส่งออก คือ การระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะในเมียนมา ที่จะกระทบต่อการค้าชายแดนในระยะสั้น แต่ประเทศไกลๆ ไม่มีผลมากนัก การระบาดระรอบ 2 หากเกิดขึ้นมองว่ายังไม่มีผลกระทบในทันที เพราะสินค้าส่วนใหญ่ส่งออกไปแล้ว แต่จะไปมีผลในช่วงไตรมาสแรกปี 2564

ทั้งนี้  ยังต้องจับตานโยบายการค้าของสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้ง ที่จะต้องติดตามว่าสหรัฐฯ จะใช้วิธีไหนกับจีน เพราะไม่ว่าใครจะได้รับการเลือกตั้งระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ กับนายโจ ไบเดน ความขัดแย้งกับจีนก็จะยังคงมีอยู่ แต่วิธีการอาจจะไม่เหมือนกัน ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่า ทรัมป์มีโจทย์ง่าย ทะเลาะโดยตรง แต่ไบเดน ต้องตีโจทย์ว่าจะทำอย่างไร ไม่เน้นทะเลาะตรงๆ เน้นการหาพวกมากดดัน

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการมีวัคซีนโควิด-19 หากใครมีก่อน เศรษฐกิจของประเทศนั้นก็จะฟื้นตัวแบบหัวกระสุนซินคันเซน เศรษฐกิจจะเทไปทางนั้น ไม่รู้ว่าฝั่งสหรัฐฯ ยุโรป หรือเอเชีย ที่จะเจอก่อน ส่วนปัญหาการเมืองในประเทศ ไม่มีผลกระทบต่อการส่งออก เพราะเป็นเรื่องการค้าขายระหว่างประเทศ แต่จะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุน โดยนักลงทุนจะใช้เป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณา ถ้านักลงทุนไม่มา การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยยังต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ ก็จะชะงัก และมีผลกระทบต่อการส่งออกในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส่งออก เศรษฐกิจ