ประกันรายได้ข้าว งวดที่ 9 เริ่มจ่ายภายใน 15 ธ.ค. 65 นี้

ชาวนาไทย
(Photo by Romeo GACAD / AFP)

พาณิชย์เคาะประกันรายได้ข้าว งวดที่ 9 ได้รับชดเชยข้าวทุกชนิด ข้าวเปลือกเจ้า ได้รับชดเชยสูงสุดเริ่มจ่ายภายใน 15 ธ.ค. 2565 นี้

วันที่ 9 ธันวาคม 2565 นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2565/66 งวดที่ 9 สำหรับเกษตรกรที่แจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่
3-9 ธ.ค. 2565 จำนวน 5 ชนิด

โดยมีราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและส่วนต่าง ดังนี้ 1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ เกณฑ์กลางตันละ 14,253.21 บาท ชดเชยตันละ 746.79 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 10,455.06 บาท 2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ เกณฑ์กลางตันละ 13,470.78 บาท ชดเชยตันละ 529.22 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 8,467.52 บาท 3) ข้าวเปลือกปทุมธานี เกณฑ์กลางตันละ 10,658.19 บาท ชดเชยตันละ 341.81 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 8,545.25 บาท

4) ข้าวเปลือกเจ้า เกณฑ์กลางตันละ 9,488.83 บาท ชดเชยตันละ 511.17 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 15,335.10 บาท และ 5) ข้าวเปลือกเหนียว เกณฑ์กลางตันละ 12,131.05 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาเป้าหมายที่ตันละ 12,000 บาท จึงไม่มีการชดเชยส่วนต่างในงวดนี้ ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินให้เกษตรกรภายใน 3 วันทำการ หรือภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2565 นี้

สำหรับผลการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง ณ วันที่ 8 ธ.ค. 2565 ธ.ก.ส. ได้จ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกรแล้ว ในงวดที่ 1-8 สำหรับเกษตรกรที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวภายในวันที่ 2 ธ.ค. 2565 จำนวน 2.416 ล้านครัวเรือน

ทั้งนี้ ยังมีเกษตรกรบางส่วนที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตรแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินชดเชยส่วนต่างโครงการประกันรายได้ฯ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล หรือเป็นกรณีที่ยังไม่มีบัญชีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. จึงขอให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินไปติดต่อเปิดบัญชีใหม่กับ ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่ เพื่อ ธ.ก.ส. จะได้ดำเนินการโอนเงินให้แก่เกษตรกรได้ต่อไป

สำหรับสถานการณ์ซื้อขายข้าวเปลือกในช่วงนี้ ราคามีแนวโน้นปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากส่งออกในปีนี้ปรับตัวดีขึ้น ปัจจุบันมีผู้ยื่นขออนุญาตเพื่อส่งออกภายในปีนี้แล้วกว่า 8.3 ล้านตัน โดยขณะนี้ส่งออกได้แล้วกว่า 7.3 ล้านตัน คาดว่าสิ้นปีจะส่งออกได้ตามเป้าหมาย 7.5 ล้านตัน ซึ่งจะส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกในฤดูกาลผลิตนี้จะยังคงอยู่ในระดับที่ดีกว่าปีที่ผ่านมาเช่นนี้ต่อไป

กรมได้เพิ่มการติดตามดูแลการซื้อขายข้าวเปลือก ทั้งในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ รวมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่งน้ำหนักและเครื่องวัดความชื้น ซึ่งหากพบเห็นว่าท่าข้าวหรือโรงสีใด ไม่ปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ กดราคารับซื้อ โกงน้ำหนัก หรือมีพฤติกรรมใด ๆ ที่เป็นการเอาเปรียบชาวนา สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน 1569

Advertisement