ราคาน้ำมันดิบ (3 ก.พ. 66) ปรับลด หลังตัวเลขภาคอุตสาหกรรมสหรัฐลดลง

ราคาน้ำมันดิบ

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับปรับลด หลังตัวเลขภาคอุตสาหกรรมสหรัฐปรับลด ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขคำสั่งซื้อเครื่องจักรอุตสาหกรรมในประเทศประจำเดือน ธ.ค. ปรับลดลง แสดงถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจากสภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงสูงสุดในรอบ 40 ปี โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความต้องการใช้เชื้อเพลิง อย่างไรก็ดีตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าใหม่จากโรงงานผลิตในสหรัฐที่หดตัวลงในเดือน พ.ย. กลับมาเพิ่มสูงขึ้นกว่า 1.9% ในเดือน ธ.ค.

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 2 ก.พ. 2566 อยู่ที่ 75.88 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.53 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 82.17 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.67 เหรียญสหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน แม้ว่าในการประชุมเมื่อ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาหลังธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25% ก็ตาม ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบที่ซื้อขายกันในเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีราคาแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น

การประชุมในวันพุธที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา กลุ่ม OPEC+ มีมติให้คงแผนการผลิตเดิมที่ใช้มาตั้งเดือนเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรับลดกำลังการผลิตลงกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันไปจนถึงสิ้นปี 2566 แม้ว่าจะแนวโน้มอุปสงค์จะเพิ่มขึ้นจากจีนหลังการเปิดประเทศก็ตาม ส่งผลให้อุปทานในตลาดมีแนวโน้มตึงตัว

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์สิ้นสุด ณ วันที่ 1 ก.พ. ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน อย่างไรก็ดีการส่งออกน้ำมันเบนซินจากจีนมีแนวโน้มลดลง จากอุปสงค์ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสิงคโปร์สิ้นสุด ณ วันที่ 1 ก.พ. ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี สู่ระดับ 9.115 ล้านบาร์เรล