ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐเสนอเรียกเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐเสนอเรียกเก็บค่าอำนวยความสะดวกในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางการคัดค้านของนานาชาติ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเดือน ก.ค. 69 หลังศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (Joint Maritime Information Centre) ซึ่งนำโดยกองทัพสหรัฐระบุว่า สหรัฐเตรียมกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ค. 69 ในเวลา 20.00 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) หลังจากมีการยกเลิกมาตรการนี้ไปเมื่อกลางเดือน มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ในวันที่ 13 ก.ค. 69 ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐจะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลอีกครั้ง และเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะถูกเก็บค่าอำนวยความสะดวกคิดเป็นร้อยละ 20 ของมูลค่าสินค้าบนเรือ แม้ว่าทางกองบัญชาการทหารร่วมสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่าจะไม่ยอมให้สหรัฐเข้าแทรกแซงการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 13 ก.ค. 2569 อยู่ที่ 78.14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +6.73 และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 83.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +7.29 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
หน่วยงานด้านการเดินเรือของสหประชาชาติออกแถลงการคัดค้านข้อเสนอของประธานาธิบดีสหรัฐต่อการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือช่องแคบใด ๆ ที่ใช้ในการเดินเรือระหว่างประเทศ และเน้นย้ำว่าไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายใดที่ถูกใช้สำหรับการกำหนดค่าธรรมเนียมบังคับสำหรับการผ่านช่องแคบ
หน่วยงานความมั่นคงของยูเครนเผยว่า เมื่อคืนของวันที่ 13 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา ยูเครนได้โจมตีคลังน้ำมันในภูมิภาคสตาฟโรโพล (Stavropol) ของรัสเซีย รวมถึงถังเก็บน้ำมันอีกจำนวน 3 ถังที่สถานนีขนถ่ายน้ำมันในท่าเรือคัฟคาซ (Kavkaz) บริเวณทางตอนใต้ของภูมิภาคครัสโนดาร์ (Krasnodar) ในขณะเดียวกันท่อส่งน้ำมันของ Caspian Pipline Consortium ได้ปิดซ่อมบำรุงบางส่วน ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของรัสเซียปรับตัวลดลง
