Skip to content

กฤษฎา ประเสริฐสุโข MD GGC กางแผนปี’66 ลงทุน 2,500 ล้าน รุกธุรกิจใหม่

23 ก.พ. 2566 | 14:51น.
กฤษฎา ประเสริฐสุโข MD GGC กางแผนปี’66 ลงทุน 2,500 ล้าน รุกธุรกิจใหม่

กฤษฎา ประเสริฐสุโข MD GGC กางแผนขับเคลื่อนธุรกิจ 3 พอร์ต ดัน EBITDA ปี 2573 โต 2 เท่า แตะ 5,000 ล้านบาท ประเดิมปี 2566 ทุ่ม 2,500 ล้าน รุกธุรกิจใหม่พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ลุ้นรัฐขยับดีเซลสู่ B10 คาดกลางปีนี้ดันยอดขาย โต 30% จ่อปิดดีลลงทุนเครื่องสำอาง หลังซุ่มเจรจาต่างชาติ 2-3 ราย สรุปผลศึกษา 2 เทคโนโลยีผลิต “ไบโอเจ็ต” ปีนี้ 

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ประกาศสานต่อวิสัยทัศน์ “เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนพลังแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อคุณค่าที่ยั่งยืน” ภายใต้กลยุทธ์ “The New Chapter of GGC to be the Sustainable Growth Business” สู่การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน

มุ่งเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจปัจจุบัน และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้วยแนวคิด “GGC DNA” ตั้งเป้าหมายผลักดันอัตรากำไรก่อนจะหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย, ภาษี, ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโต 2 เท่า แตะระดับ 5,000 ล้านบาทในปี 2573 จากปี 2565 มี EBITDA อยู่ที่ประมาณ 1,700 ล้านบาท

ขณะที่แนวโน้มธุรกิจปี 2566 คาดว่ารายได้จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2565 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 25,084 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 953 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายเมทิลเอสเทอร์ หรือ B100 จะเพิ่มขึ้น 20-30% จากปีก่อน หากรัฐส่งเสริมสัดส่วนการผสม B100 ในน้ำมันดีเซล เป็น B10 แต่ยอดขายในส่วนของแฟตตี้แอลกอฮอล์ น่าจะใกล้เคียงกับปีก่อน เพราะเป็นระดับที่เต็มกำลังการผลิตแล้ว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังมีแรงกดดันด้านราคาขายผลิตภัณฑ์ จากซัพพลายใหม่ที่เข้ามาในตลาด จึงยากที่ยอดขายปีนี้จะทำสถิติใหม่ (นิวไฮ) แต่จะพยายามรักษาผลการดำเนินงานไม่ให้ด้อยกว่าปีที่ผ่านมา

ส่วนความคืบหน้าโครงการโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ (NBC) ระยะ 2 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งน้ำ ไฟฟ้า และจัดเตรียมวัตถุดิบเพื่อป้อนให้กับทางบริษัท NatureWorks ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพรายใหญ่ในสหรัฐ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการและรับรู้รายได้ภายในปี 2567

ส่วนการลงทุนในปี 2566 ยังมีความท้าทายและปัจจัยภายนอกหลายประการ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือ โดยบริษัทได้จัดเตรียมงบฯลงทุนประมาณ 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 500 ล้านบาทสำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และอีก 2,000 ล้านบาท สำหรับรองรับการลงทุนโครงการใหม่ ๆ ที่จะเป็นในส่วนของการลงทุนธุรกิจใหม่ เช่น กลุ่มธุรกิจส่วนประกอบอาหารและโภชนเภสัช ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรต่างชาติ 2-3 ราย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตเครื่องสำอาง คาดว่าจะสรุปพันธมิตรได้ในช่วงกลางปีนี้

สำหรับการเติบโตของ EBITDA ปี 2565 ในระดับดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การดำเนินงานตาม 3 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อบรรลุเป้าหมายในระยะยาว ได้แก่

ยุทธศาสตร์ที่ 1

ยุทธศาสตร์การยกระดับความสามารถในการแข่งขัน (Enhance Competitiveness) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Enhance Competitiveness) และสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) เพื่อรองรับต่อสถานการณ์ที่กดดันต่อการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งการสร้างผลกำไรอย่างเต็มความสามารถ โดยมุ่งเน้น 3 สิ่งดังนี้

1.การบริหารจัดการต้นทุน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันตลอดห่วงโซ่อุปทานและสร้างการ Integrate ในมาบตาพุด (Supply Chain Management & MTP Integration)

2.การสร้างความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติการ (Operational Excellence)

3.การสร้างความแข็งแกร่งทางการตลาดและการต่อยอดผลิตภัณฑ์ไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (Strengthen Home Base Market & Transform to High Value Business) ยกระดับการผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศสู่มาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil : RSPO) และต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่มีมูลค่าสูงขึ้น (High Value Product : HVP)

ยุทธศาสตร์ที่ 2

ยุทธศาสตร์การเติบโตในธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม (Growth Portfolio) การมุ่งเน้นสร้างการเติบโตผ่านการลงทุนต่อยอดในธุรกิจเดิมของบริษัท รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่

1.ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel Business) โดยจะโฟกัสไปที่การผลิต “ไบโอเจ็ต” ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน 2 เทคโนโลยี ทั้งการผลิตจากเอทานอล และการผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้ว คาดว่าจะมีความชัดเจนในการตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีได้ภายในปีนี้

2.ธุรกิจเคมีชีวภาพ (Biochemical Business)

3.ธุรกิจส่วนประกอบอาหารและโภชนเภสัช (Food Ingredient & Nutraceutical Business) ซึ่งจะเป็นในลักษณะของอาหารเสริมและเครื่องสำอาง โดยคาดว่าในส่วนของเครื่องสำอางจะเห็นความชัดเจนได้ก่อน อีกทั้งบริษัทยังจะเปิดโอกาสและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีความสามารถทางด้านตลาดเข้ามาร่วมลงทุนด้วย

ยุทธศาสตร์ที่ 3

ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainability Development) เพื่อการเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการอย่างยั่งยืน (Sustainable Company) และเน้นย้ำถึงบทบาทความ “เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนพลังแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อคุณค่าที่ยั่งยืน” บริษัทได้ยึดถือกรอบการดำเนินงานตามแนวคิดการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน (ESG) ครอบคลุมการดำเนินงาน 3 มิติ ได้แก่

1.ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment)

2.ด้านสังคม (Social)

3.ด้านการกำกับดูแล (Governance) โดยตั้งเป้าหมายว่า ปีนี้จะยื่นขอคัดเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืน DJSI

“ปัจจัยที่ทำให้ EBITDA เติบโตขึ้นจะมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งจะโฟกัสธุรกิจปลายน้ำในกลุ่มโอลีโอเคมีคอลจากการขยายพอร์ตลงทุนใน 3 ธุรกิจ และการที่มีพันธมิตรร่วมลงทุนที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยหนุนมาร์จิ้นให้กับบริษัทในอนาคต”

ทั้งนี้ แนวคิด “GGC DNA” ประกอบด้วย G : Great in Green Business ดำเนินธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศไทย เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่พร้อมคำนึงถึงประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ

G : Growth in BCG มุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมระดับโลก ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้มีความหลากหลายและขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

และ C : Compliance in ESGs ให้ความสำคัญในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานที่เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นเสาหลักในการประกอบธุรกิจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สารเคมี สิ่งแวดล้อม