จุดความร้อนไทยวานนี้ลดฮวบเหลือ 878 จุด ส่วนค่าฝุ่น PM 2.5 เช้านี้ยังคงเกินค่ามาตรฐานกว่า 30 จังหวัด เชียงรายยังครองสูงสุดทั้งจุดความร้อนและ PM 2.5
วันที่ 20 เมษายน 2566 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เปิดเผยว่า ข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของวันที่ 19 เมษายน 2566 ไทยพบจุดความร้อน 878 จุด ในขณะที่จุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว อยู่ที่ 4,655 จุด, พม่า 3,901 จุด, เวียดนาม 737 จุด, กัมพูชา 100 จุด และมาเลเซีย 19 จุด
ข้อมูลจากดาวเทียมระบุอีกว่า จุดความร้อนในประเทศไทย ยังคงพบในพื้นป่าอนุรักษ์มากที่สุด 331 จุด ตามด้วยป่าสงวนแห่งชาติ 223 จุด, พื้นที่เกษตร 184 จุด, พื้นที่เขต ส.ป.ก. 77 จุด และพื้นที่ชุมชนอื่น ๆ 54 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 9 จุด
ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับ คือ #เชียงราย 144 จุด, #น่าน 81 จุด และ #เชียงใหม่ 61 จุด สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้จุดความร้อนลดลงทางภาคเหนือ คาดว่าเกิดจากช่วงวันที่ 19-24 เมษายน 2566 จะมีฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ (ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566)
ในขณะที่สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เมื่อตรวจสอบจากแอปพลิเคชั่นเช็คฝุ่น เมื่อเวลา 10.00 น. ยังคงเกินค่ามาตรฐานและอยู่ในระดับสีส้มไปถึงสีแดงในหลายพื้นที่ โดยกระจายกันไปยังพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางรวมแล้ว 36 จังหวัด
โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงรายมีค่าฝุ่น PM 2.5 อันดับหนึ่งอยู่ที่ 176 ไมโครกรัม รองลงมา น่าน 126 ไมโครกรัม และพะเยา 125 ไมโครกรัม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวประชาชนควรสวมหน้ากากอนามัย และงดกิจกรรมภายนอกอาคารสถานที่เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจที่จะตามมา
ในขณะที่กรุงเทพมหานคร คุณภาพอากาศภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง แต่เมื่อดูของแต่ละเขตพบว่า บางบอน บางขุนเทียน บางแค ทุ่งครุ ภาษีเจริญ ราชเทวี ตลิ่งชัน จอมทอง ปทุมวัน มีค่าคุณภาพอากาศเกินมาตรฐานระดับสีส้ม ที่เริ่มส่งผลต่อสุขภาพ
สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังที่มักจะมากับเหตุการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนคือ PM 2.5 สถานการณ์จุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลให้เกิด PM 2.5 ได้ในพื้นที่บริเวณชายแดน เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากกระแสลมที่จะพัดผ่านเข้ามา ประกอบกับภูมิประเทศทางภาคเหนือของไทยมีลักษณะเป็นหุบเขาแอ่งกระทะ จึงมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับการพัดและการเคลื่อนตัวของกระแสลมในพื้นที่เป็นสำคัญ
ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบให้กับระบบต่าง ๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THEOS-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้คือ การสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น หรือคาดว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรง GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่
ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th หรือติดตามข้อมูลจาก https://fire.gistda.or.th/dashboard.html และควรติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ผ่านแอปพลิเคชั่น “#เช็คฝุ่น”
