ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากความกังวลอุปสงค์น้ำมันลดลง หลังสหรัฐมีแนวโน้มปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย
วันที่ 26 มิถุนายน 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนางแมรี ดาลี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) สาขาซานฟรานซิสโกกล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งของธนาคารกลางสหรัฐภายในปีนี้นั้น เป็นการคาดการณ์ที่สมเหตุสมผลมาก ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมัน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมสำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง และกดดันให้อุปสงค์น้ำมันลดลง
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 23 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 69.16 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.35 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 73.85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.29 เหรียญสหรัฐ
กิจกรรมทางธุรกิจของสหรัฐลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนในเดือน มิ.ย. เนื่องจากการเติบโตของภาคบริการชะลอตัวลงเป็นครั้งแรกในปีนี้ อีกทั้งในภาคการผลิตก็หดตัวลงมากเช่นกัน ในขณะเดียวกันการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนก็หยุดชะงักลงหลายเดือนติดต่อกัน จากข้อมูลการบริโภค การผลิต และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 23 มิ.ย. ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่แปด โดยลดลงจำนวน 6 แท่นมาอยู่ที่ระดับ 546 แท่น ในขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติคงที่ระดับ 130 แท่น ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ เม.ย. 65
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินที่สูงขึ้นของอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตามราคายังได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ กว่า 182,000 บาร์เรล
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานที่เพิ่มสูงขึ้นจากการส่งออกของเกาหลีใต้ อีกทั้งอุปสงค์ในภูมิภาคเอเซียที่ชะลอตัวลง
