เอกชนหวังค่าไฟงวด 3 ลดค่า Ft เหลือ 4.25 บาท

ค่าไฟ

ปัญหาค่าไฟยังคงเป็นประเด็นร้อนสำหรับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชนหรือภาคอุตสาหกรรม เพราะทุกฝ่ายต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าจากค่าไฟแพงในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ทำให้ต้องจับตามองค่าไฟงวดที่ 3 (ก.ย.-ธ.ค. 2566) ว่าทิศทางจะเป็นอย่างไรต่อไป

วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และในฐานะโฆษก กกพ. ได้เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) งวด 3 (ก.ย.-ธ.ค. 2566) เบื้องต้นจะลดลงได้ไม่ต่ำกว่า 20 สตางค์ต่อหน่วย จากค่าไฟเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากประชาชนปัจจุบันอยู่ที่ 4.70 บาทต่อหน่วย

ทว่าจะลดได้มากกว่านี้อีกหรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบอร์ด กกพ.ที่จะสรุปขั้นสุดท้ายภายในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้

ส่วนภาคเอกชนก็ตั้งตาคอยราคาค่าไฟงวด 3 โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เองก็ได้แสดงถึงความกังวลเรื่องค่าไฟฟ้างวดที่ 3/2566 เนื่องจากผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนระดับสูงมาต่อเนื่องจากปัญหาค่าไฟแพง จึงยิ่งต้องจับตามองว่าท้ายที่สุดแล้วบอร์ด กกพ.จะเคาะราคาค่า Ft ไปในทิศทางใดกันแน่

แต่ก็มีสัญญาณที่ดีจากสถานการณ์พลังงานโลกที่อาจช่วยลดค่าไฟได้กว่า 10% จากงวดที่ 2 (พ.ค.-ส.ค. 66) ทำให้ทาง กกร. คาดว่าราคาค่าไฟในงวดที่ 3 ที่จะถึงนี้ ค่า Ft ไม่ควรเกิน 4.25 บาท/หน่วย จากเดิมที่ 4.70 บาท/หน่วย

โดยมีปัจจัยบวกเป็นผลมาจากปริมาณก๊าซจากอ่าวไทย โดยเฉพาะจากแหล่งเอราวัณทยอยเพิ่มจาก 200 เป็น 600 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (MMBTU) ในช่วงปลายปี รวมถึงปริมาณการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ลดลง

นอกจากนี้ ราคา LNG แบบตลาดจร (Spot) เองก็ลดลงมากกว่า 30% เช่นเดียวกับราคาพลังงานโลกก็มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าไฟแล้ว ยังช่วยให้ภาระหนี้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งงวดที่ 1 และงวดที่ 2 ลดลงเร็วกว่าแผนด้วยต้นทุนจริง LNG ต่ำกว่าที่เรียกเก็บ Ft อีกด้วย

ทั้งนี้ ทาง กกร.จึงขอให้พิจารณาขยายเวลาการคืนหนี้ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จาก 5 งวด เป็น 6 งวด เพื่อให้ค่า Ft ลดลงอีก 10 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่ง กฟผ.จะได้รับเงินคืนครบภายในเดือนสิงหาคม 2568

พร้อมกันนี้ยังขอให้มีการบูรณาการในการจัดหาเชื้อเพลิง LNG โดยมอบหมายผู้นำเข้าหลักเพียงรายเดียวในการจัดหาเพื่อเป็นการสกัดอุปสงค์เทียมจากผู้ส่งสินค้า (Shipper) หลายรายที่เข้าจัดหาในตลาด สำหรับนำมาผลิตไฟฟ้าในงวดที่ 3/2566

จากการบูรณาการดังกล่าวนี้ จะช่วยให้ได้ราคาที่เหมาะสมตามกลไกตลาด และไม่ให้ประเทศเสียเปรียบ โดยการจัดหาในราคาเฉลี่ย LNG ในช่วง 14-16 USD/MMBTU ซึ่ง กกร.ก็มีความกังวลว่า หากเข้าสู่ฤดูหนาวจะทำให้ราคา LNG ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากความต้องการใช้พลังงานในโลก

โดย กกร.จะมีหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการต่อไปในเร็ว ๆ นี้