เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

สื่อนอกมอง เศรษฐกิจไทยเข้าภาวะฝืดเรื้อรัง แก้ปัญหาแบบขอไปที เสี่ยงตามหลังชาติอื่นตลอดไป

11 พ.ค. 2569 | 13:41น.

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในการแก้ปัญหาเงินฝืดเรื้อรัง การท่องเที่ยวอยู่ในจุดที่ยังไม่ฟื้นตัวหลังโควิด-19 วิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน “แดเนียล มอสส์” คอลัมนิสต์บลูมเบิร์ก “Bloomberg Opinion” ที่เขียนเกี่ยวกับเศรษฐกิจเอเชีย เสนอแนะว่า ทางออกของปัญหาไม่ใช่แค่ประคองสถานการณ์รายวัน โดยไม่มีแผนระยะยาวที่ชัดเจน มิฉะนั้นเสี่ยงตกอยู่ในสถานะประเทศตามหลังชาติอื่นในภูมิภาคแบบถาวร

บทความ “The Heat Is on Thailand to Not Just Muddle Through” โดยนายแดเนียล มอสส์  คอลัมนิสต์บลูมเบิร์ก เผยแพร่เมื่อ 6 พ.ค. 2026 ระบุว่า เศรษฐกิจไทย ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในดาวเด่นที่สุดของเอเชียเมื่อกว่าหนึ่งชั่วอายุคนที่แล้ว ปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ ถาโถมแออัดกันเข้ามาอย่างผิดจังหวะ และยิ่งแย่ลงไปอีกจากความตึงเครียดทางธุรกิจทั่วโลกที่เกิดจากสงครามอิหร่าน ผู้กำหนดนโยบายซึ่งกำลังเผชิญกับอัตราการเติบโตทางศรษฐกิจที่น่าผิดหวัง ความท้าทายด้านประชากรศาสตร์อย่างมหาศาล และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ตกต่ำ จำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้

แต่หากล้มเหลวในการแก้ปัญหาอาจทำให้ไทย หนึ่งในประเทศสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องตกอยู่ในสถานะตามหลังประเทศในภูมิภาคแบบถาวร แม้ไทยเป็นสถานที่ที่น่าไปเยือนเมื่อสถานการณ์โลกเอื้ออำนวย แต่ก็ไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับความท้าทายในระยะยาว หรือแม้แต่จะกลับไปสู่จุดสูงสุดเหมือนก่อนวิกฤตการเงินเอเชีย (วิกฤตต้มยำกุ้ง) ช่วงปลายทศวรรษ 1990

ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน (ซึ่งคือการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่คลื่นความร้อนรุนแรงกำลังทดสอบกฎระเบียบที่มุ่งลดการใช้ไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างรุนแรงกำลังจะเกิดขึ้น อาจถึงขั้นถดถอย ส่วนการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารกลางไม่เคยให้ความสำคัญมากนัก ก็เป็นไปไม่ได้ การใช้จ่ายของรัฐบาลถูกจำกัดด้วยหนี้สินจำนวนมาก และค่าเงินบาทก็อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียและตลาดเกิดใหม่ โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น เมื่อ 28 ก.พ. 2026

ทางการไทยกำลังแสดงท่าทีเข้มแข็งต่อสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ อย่างน้อยธนาคารแห่งประเทศไทยก็ไม่ต้องเผชิญกับเสียงเรียกร้องให้แก้ไขภาวะเงินฝืดอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ช่วยแก้ปัญหาเงินฝืดชั่วคราวไปแล้ว คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นจากต่ำกว่า 0 เป็น 3% ในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับที่ผู้กำหนดนโยบายปรารถนามานานแต่ยากที่จะบรรลุได้ในยามที่สถานการณ์ไม่คุกคามมากนัก อย่างไรก็ตาม ถือเป็นวิธีที่แย่มากในการบรรลุเป้า

ธนาคารกลางสร้างปัญหาให้กับตัวเอง เนื่องจากการใช้นโยบายอนุรักษนิยมมากเกินไปเป็นเวลานาน อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำจนน่าเป็นห่วงมาหลายปี ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมักพบในญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษที่สูญหาย และล่าสุดในจีน

เสียงเรียกร้องจากรัฐบาลหลายชุดและภาคธุรกิจที่ผ่านมาให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลงนั้น ถูกธนาคารกลางปฏิเสธโดยมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความเป็นอิสระของธนาคาร มีเพียงในช่วงไม่กี่เดือนก่อนที่สงครามจะปะทุขึ้น ภายใต้ผู้ว่าการคนใหม่ที่เจ้าหน้าที่เริ่มแสดงความเร่งด่วนออกมา

การเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อาจหดตัวลงในไตรมาสแรกปีนี้ และมีแนวโน้มที่จะแย่ลงกว่านี้ การท่องเที่ยวซึ่งเป็นเสาหลักไทยสามารถพึ่งพาได้ในยามยากลำบาก กำลังได้รับผลกระทบและไม่เคยฟื้นตัวจากการระบาดใหญ่เลย ซึ่งหากสงครามอิหร่านนาน 6 เดือน รัฐบาลคาดการณ์ว่ารายรับจะลดลง 10% และจะมีนักท่องเที่ยวลดลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ 3 ล้านคน  ซึ่งผู้เขียนสะท้อนแนวโน้มนี้ว่า เห็นได้จากบาร์และคลับในย่านสุขุมวิทที่ปกติคึกคักของเมืองหลวงกลับเงียบเหงาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้การจองโต๊ะที่บาร์บนดาดฟ้าง่ายดาย แม้แต่สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ก็ตาม

ผู้เขียนระบุอีกว่า ที่แย่ไปกว่านั้น ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ปกคลุมทางตอนใต้ของเอเชีย เมื่อวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา อุณหภูมิในย่านใจกลางกรุงเทพพุ่งสูงขึ้นที่ 45 องศาเซลเซียส  ทำให้การเล่นคริกเก็ตในสนามเป็นไปอย่างยากลำบากสำหรับทีมของตนที่มาจากสิงคโปร์ ทางการได้เรียกร้องให้ประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้งหลายอย่าง นอกจากนี้ยังได้ดำเนินมาตรการลดค่าไฟฟ้า โดยสั่งให้อาคารรัฐลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และสนับสนุนให้ประชาชนทำงานจากที่บ้าน โดยให้สวมเสื้อแขนสั้นและเสื้อผ้าที่ทำจากวัสดุเบาๆ

แต่ในทางปฏิบัติแล้ว การที่มาตรการดังกล่าวจะให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องนั้นเป็นไปได้ยากมาก กล่าวคือ เครื่องปรับอากาศในโรงแรมทำงานหนักเกินไป แม้ว่าจะต้องการให้ห้องเย็นเพียงเล็กน้อยก็ตาม การผลิตก๊าซในประเทศเอง ซึ่งเคยมีอนาคตสดใสในทศวรรษ 1970 และ 1980 ก็หยุดชะงักลง และไทยก็ยังลังเลที่จะหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรหันมาพึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตพลังงานมากขึ้น

ยังมีด้านที่ดี คือ สภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ค่อนข้างสงบ เมื่อเทียบกับมาตรฐานของไทยที่รัฐบาลพลเรือนมักมีอายุสั้น และถูกแทนที่โดยการรัฐประหารของกองทัพเป็นระยะ จากนั้นทหารก็จะลดการควบคุมลง และวงจรก็จะวนซ้ำ แต่คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันอาจไปได้ไกลพอสมควร กลุ่มอนุรักษนิยมที่นำโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาดในการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ความแตกแยกยังคงมีอยู่ กลุ่มปฏิรูปกล่าวว่าความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นความถอยหลังของประชาธิปไตย และศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังดำเนินการจัดทำมาตรการต่างๆ และเปิดกว้างที่จะยกเลิกเพดานหนี้สาธารณะ “หากเราไม่ทำอะไรเลย หากเราไม่สามารถสร้างการเติบโตได้ หนี้สาธารณะต่อ GDP ก็จะเพิ่มขึ้นอยู่ดี” เขากล่าวระหว่างการเยือนสหรัฐเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน

ความอยากที่จะประคองสถานการณ์ไปเรื่อยๆ หรือแก้ปัญหาแบบขอไปทีนั้นจะมีมากทีเดียว ตลาดเกิดใหม่ก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลยเพื่อต่อต้านแรงกดดันจากโลกภายนอก ยกเว้นประเทศมหาอำนาจอย่างจีน แต่ประเทศไทยก็ยังมีอำนาจในการตัดสินใจอยู่บ้าง

คอลัมนิสต์บลูมเบิร์ก “แดเนียล มอสส์” ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ของ Bloomberg Opinion ที่เขียนเกี่ยวกับเศรษฐกิจเอเชีย และเป็นอดีตบรรณาธิการบริหารด้านเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg News แนะนำว่า ธนาคารกลางควรชี้แจงให้ชัดเจนว่า เมื่อวิกฤตพลังงานคลี่คลายลงแล้ว จะไม่ยอมให้ภาวะเงินฝืดกลับมาอีก นักการเมืองควรชี้แจงด้วยว่าพวกเขาจะจัดการกับหนี้สินจำนวนมากควบคู่ไปกับความต้องการของประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างไร อัตราการเกิดของประเทศไทยนั้นต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ทั้งหมดนี้อาจจะมากเกินไปที่จะขอ แต่ก่อนอื่น ต้องผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปให้ได้ก่อน