ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 22 สิงหาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังตลาดยังคงกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ภายหลังธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดีประเภท 1 ปี (LER) จาก 3.55% เป็น 3.45% โดยการลดดอกเบี้ยดังกล่าวถือเป็นการปรับลดครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน นอกจากนี้การปรับลดดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลางประเภท 1 ปี (MLF) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 21 ส.ค. 2566 อยู่ที่ 80.72 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.53 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 84.46 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.34 เหรียญสหรัฐ
Mizuho Securities คาดการณ์อุปทานและอุปสงค์ของน้ำมันมีแนวโน้มอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน (balance) ภายหลังอุปทานปรับลดจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบ (OPEC+) ขณะที่อุปสงค์ได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ประกอบกับความต้องการใช้น้ำมันของสหรัฐที่มีแนวโน้มปรับลด หลังสิ้นสุดฤดูกาลขับขี่ในช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้
ตลาดจับตาการเปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 18 ส.ค. 66 โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงที่ระดับ 2.3 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินของสหรัฐ ขณะที่การส่งออกน้ำมันเบนซินของสิงคโปร์ปรับตัวลดลง 12.3% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดคาดปริมาณการส่งน้ำมันดีเซลของจีน เดือน ก.ย. 66 จะอยู่ที่ระดับ 0.5 ล้านตัน ลดลงจากเดือน ส.ค. ที่ระดับ 0.68 ล้านตัน นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังของยุโรป ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 17 ส.ค. 66 ปรับตัวลดลง 0.2%
