Skip to content

ส่งออกไทยหดตัว 10 เดือนต่อเนื่อง ก.ค. 66 หดตัว 6.2% เศรษฐกิจโลก-จีนชะลอตัว

25 ส.ค. 2566 | 13:28น.
ส่งออกไทยหดตัว 10 เดือนต่อเนื่อง ก.ค. 66 หดตัว 6.2% เศรษฐกิจโลก-จีนชะลอตัว

พาณิชย์เผยส่งออกเดือนกรกฎาคม 2566 ติดลบ 6.2% หดตัว 10 เดือนต่อเนื่อง เหตุเศรษฐกิจโลก-จีนชะลอตัว ขณะที่ 7 เดือนแรกปีนี้ ส่งออกไทยติดลบ 5.5%

วันที่ 25 สิงหาคม 2566 นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการส่งออกเดือนกรกฎาคม 2566 และ 7 เดือนแรกของปี 2566 พบว่ามีมูลค่า 22,143.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 764,444 ล้านบาท หดตัว 6.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565

ทั้งนี้ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย หดตัว 2.0% โดยเป็นผลมาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของโลกลดต่ำลง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในหลายภูมิภาค ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้การบริโภคชะลอตัว อีกทั้งจีนเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าลง กำลังซื้อในประเทศหดตัว โดยเป้าหมายส่งออกยังอยู่ที่ 1-2%

กีรติ รัชโน
กีรติ รัชโน

ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 24,121.0 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 11.1% ส่งผลให้ประเทศไทยขาดดุลการค้า 1,977.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออก มีมูลค่า 163,313.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 5.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย หดตัว 2.3% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 171,598.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 4.7% ส่งผลให้ดุลการค้าของไทย 7 เดือนแรกของปี 2566 ขาดดุล 8,285.3 ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ดี การส่งออกของไทยในหดตัวแต่เมื่อเทียบกับหลายประเทศดีกว่า อีกทั้งเชื่อว่าการส่งออกในไตรมาส 4 น่าจะมีโอกาสดีขึ้น แม้ว่าหลายหน่วยงานจะประเมินว่าการส่งออกไทยจะติดลบ แต่ก็ถือว่าเราทำเต็มที่ อีกทั้งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศพร้อมที่จะเร่งกิจกรรม เพื่อผลักดันการส่งออกต่อไป

ส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร พบว่าหดตัว 9.6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัว 7.7% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 11.8% แต่ยังมีสินค้าสำคัญ ที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัว 5.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ฮ่องกง สหรัฐ ญี่ปุ่น และแคนาดา)

ข้าว ขยายตัว 18.8% กลับมาขยายตัว หลังจากหดตัวเมื่อเดือนก่อนหน้า (ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ สหรัฐ มาเลเซีย และแคเมอรูน) สิ่งปรุงรสอาหาร ขยายตัว 17.8% กลับมาขยายตัว หลังจากหดตัวเมื่อเดือนก่อนหน้า (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา หดตัว 37.8% หดตัวต่อเนื่อง 12 เดือน (หดตัวในตลาดจีน สหรัฐ มาเลเซีย ญี่ปุ่น และตุรกี แต่ขยายตัวในตลาดอิตาลี และกัมพูชา) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัว 12.9% หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และซาอุดีอาระเบีย แต่ขยายตัวในตลาดลิเบีย อิสราเอล จีน ชิลี และสหราชอาณาจักร)

น้ำตาลทราย หดตัว 30.3% หดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดเกาหลีใต้ กัมพูชา ไต้หวัน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดฟิลิปปินส์ ลาว จีน สหรัฐ และเวียดนาม) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 7.7% หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดจีน มาเลเซีย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และนิวซีแลนด์) ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 3.7%

ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม หดตัว 3.4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน แต่ยังมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 24.6% ขยายตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย และเม็กซิโก) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 40.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ฮ่องกง เม็กซิโก ญี่ปุ่น และไต้หวัน) อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด ขยายตัว 82.9% ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ เวียดนาม อินเดีย เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน หดตัว 28.8% หดตัวต่อเนื่อง 12 เดือน (หดตัวในตลาดจีน อินเดีย เวียดนาม กัมพูชา และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในญี่ปุ่น ฮ่องกง เนเธอร์แลนด์ โอมาน และบราซิล) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ หดตัว 24.2% หดตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ จีน เนเธอร์แลนด์ ฮ่องกง และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย เวียดนาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สาธารณรัฐเช็ก และฝรั่งเศส)

ผลิตภัณฑ์ยาง หดตัว 6.2% หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม และอินเดีย แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ บราซิล และแอฟริกาใต้) ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม หดตัว 5.0%

แนวโน้มการส่งออก

แนวโน้มการส่งออกประเมินว่าการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าการส่งออกจะได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว การผลิตและการบริโภคชะลอลง ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้า และความผันผวนของค่าเงิน แต่คาดว่าฐานที่ต่ำในช่วงปลายปี ภาคบริการของประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัว และอานิสงส์ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ทำให้คู่ค้าหันมานำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางตัวจากไทยทดแทนตลาดจีนมากขึ้น

ขณะเดียวกันการส่งออกสินค้าในหมวดอาหารที่เป็นสินค้าจำเป็น มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยหลายประเทศเพิ่มการนำเข้าเพื่อรักษาความมั่นคงทางด้านอาหาร และการขนส่งที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในเส้นทางใหม่ผ่าน รถไฟไทย-ลาว-จีน จะช่วยเพิ่มโอกาสการส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ได้อีกทางหนึ่งด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การส่งออก