เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เท่าพิภพ จี้ คกก.แอลกอฮอล์ เร่งออกกฎหมายลูก เอาให้ชัด “อะไรทำได้-ไม่ได้”
News เท่าพิภพ จี้ คกก.แอลกอฮอล์ เร่งออกกฎหมายลูก เอาให้ชัด “อะไรทำได้-ไม่ได้”
‘กสิกรไทย’ ออกหุ้นกู้ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 6.27% หนุนเงินกองทุนชั้นที่ 2
Finance ‘กสิกรไทย’ ออกหุ้นกู้ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 6.27% หนุนเงินกองทุนชั้นที่ 2
ขนส่งฯบีบคนขับผ่านแอป เร่งทำใบขับขี่สาธารณะ ยึดเดดไลน์ 30 ก.ย.นี้ หลังสถิติพุ่ง 3 เท่า
News ขนส่งฯบีบคนขับผ่านแอป เร่งทำใบขับขี่สาธารณะ ยึดเดดไลน์ 30 ก.ย.นี้ หลังสถิติพุ่ง 3 เท่า
นักเศรษฐศาสตร์แนะ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2 ต้องทบทวนเป้าหมายให้ชัด มอง 60/40 เป็นต้นทุนที่ต้องแบก
Finance นักเศรษฐศาสตร์แนะ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2 ต้องทบทวนเป้าหมายให้ชัด มอง 60/40 เป็นต้นทุนที่ต้องแบก
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
‘ผู้ว่าฯ ททท.’ ยก ‘ลิซ่า’ แอมบาสเดอร์ทรงพลัง เสิร์ฟเมนูแซ่บไทย กลางรายการดังอเมริกา
News ‘ผู้ว่าฯ ททท.’ ยก ‘ลิซ่า’ แอมบาสเดอร์ทรงพลัง เสิร์ฟเมนูแซ่บไทย กลางรายการดังอเมริกา
เคาะลดค่าไฟใช้เงิน 1.61 หมื่นล้านโปะ Ft ไฟเขียวโซลาร์ประชาชน 1 หมื่น MW รับซื้อ 2.20 บาท
Economic เคาะลดค่าไฟใช้เงิน 1.61 หมื่นล้านโปะ Ft ไฟเขียวโซลาร์ประชาชน 1 หมื่น MW รับซื้อ 2.20 บาท
ปตท. จับมือซื้อขาย LNG เกาหลี-นอร์เวย์ มุ่งสู่การเป็น Global LNG Player
Economic ปตท. จับมือซื้อขาย LNG เกาหลี-นอร์เวย์ มุ่งสู่การเป็น Global LNG Player
อนุทิน แย้มดึง “ปลัดเกษียณ” ช่วยงาน รับรู้มือดี มั่นใจพร้อมช่วยชาติ
Politics อนุทิน แย้มดึง “ปลัดเกษียณ” ช่วยงาน รับรู้มือดี มั่นใจพร้อมช่วยชาติ
อนุทิน ลั่น ปชช.จะไม่เดือดร้อน หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย มุ่งคลอดนโยบายปั๊มเศรษฐกิจ
Politics อนุทิน ลั่น ปชช.จะไม่เดือดร้อน หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย มุ่งคลอดนโยบายปั๊มเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

ภูมิธรรม รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ตอบทุกคำถามปัญหาปากท้องประชาชน

07 ก.ย. 2566 | 11:05น.
ภูมิธรรม เวชยชัย

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงพาณิชย์ ควง รมช.พาณิชย์ เข้ากระทรวงวันแรก 7 กันยายน 2566 พร้อมเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ และตอบทุกประเด็นคำถาม ย้ำให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้อง ดูแลค่าครองชีพ เตรียมมอบนโยบาย แบ่งงาน 14 กันยายนนี้

วันที่ 7 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 08.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ 6 จุดสำคัญ

คือ 1.ศาลพระภูมิ 2.ศาลเจ้าแม่ทุ่งน้อย 3.พระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ 4.พระประทานพร 5.พระรูปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน 6.หลวงพ่อโอภาสี โดยมีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ร่วมต้อนรับ ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการพบปะกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์อย่างไม่เป็นทางการต่อไป ก่อนที่จะมอบนโยบายและแบ่งหน้าที่ให้กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คาดว่าจะเป็นวันที่ 14 กันยายน 2566 ต่อไป

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนยินดีและพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกคน รวมไปถึงสื่อมวลชน สำหรับการทำงานยังไม่มีการแบ่งงานให้กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยวันนี้ตนจะพบปะหารือกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหารกระทรวง ทุกกรม

หลังจากนั้นก็จะมีการพูดคุยกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และแบ่งงานกัน แม้เราจะมาจากคนละพรรคการเมือง แต่เราทำเป็นทีมเดียวกัน เป็นรัฐบาลเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราจะช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การรับใช้ประชาชนได้อย่างเต็มที่

วาระเร่งด่วน

โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางไว้แล้วว่า สิ่งไหนทำได้ให้ทำไปก่อน อะไรที่เป็นปัญหากระทบพี่น้อง ประชาชนให้ทำไปก่อน เพราะว่าประชาชนมีปัญหามาต่อเนื่องหลายปี อะไรที่มีปัญหาก็ให้เร่งแก้ไข ส่วนระเบียบต่าง ๆ ก็รีบช่วยกันแก้ไขเพราะเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น มีจุดไหนที่เร่งปรับ แก้ไขก็ให้เร่งดำเนินการ เป็นแนวทางที่เราจะเดินหน้าและไปหารือต่อในวันที่ 14 กันยายน 2566

ราคาสินค้าถ้าพูดตามความต้องการของประชาชน ความฝีน ก็ต้องมีการพิจารณาเพื่อปรับลด ให้ความเหมาะสมตามค่าครองชีพ แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาค่าครองชีพเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกรัฐบาล ขึ้นอยู่ที่เราจะร่วมมือกันแก้ไข และภายใต้การบริหารของรัฐบาล ตนและรัฐมนตรีช่วยฯ รวมไปถึงผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ทุกคน จะร่วมมือกันรับมือ สินค้าราคาแพงก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามฤดุกาล ช่วงเวลา

ดังนั้น ทุกฝ่ายรวมไปถึงพาณิชย์จังหวัด บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องติดตามและหาแนวทางแก้ไข ไม่ใช่ว่าเจอปัญหาแล้วค่อยแก้ และเชื่อว่าการร่วมมือกันจะทำให้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ หากถามว่าสินค้าจะต้องมีการปรับลดลงใช่ไหม เรื่องนี้คงต้องดูตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

แก้ปัญหาส่งออก

ส่วนเรื่องของปัญหาการส่งออกเราก็กังวลติดลบหลายเปอร์เซ็นต์ และเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลกทั้ง 58 แห่ง ก็ต้องช่วยกันและทำอย่างไรที่จะสามารถหาตลาดเพื่อการส่งออก และกำหนดทิศทางในการผลักดัน เราต้องการที่จะทำงานเชิงรุก

ดังนั้น ทูตพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัด เป็นกองหน้าที่จะหาช่องทางและการกระจายสินค้าของไทย แต่อย่างไรก็ขอดูสถานการณ์ รับฟังทุกฝ่ายและหารือว่าจะดำเนินการอย่างไร และการเข้ามารับตำแหน่งนี้ ผมก็ต้องการที่จะเจอทุกฝ่ายทั้งผู้บริโภค ประชาชน ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย เพื่อให้ทุกฝ่ายเดินหน้าไปได้ ไม่ใช่มีเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เดินหน้าไปได้และเจอปัญหา

หากผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ก็เป็นปัญหา ประชาชนอยู่ไม่ได้ก็เป็นปัญหา จึงต้องหาจุดสมดุล เรายอมรับว่าเอาประชาชนเป็นหลัก หากมีประชาชนมีปัญหาเราก็ต้องหาทางแก้ไข ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็ต้องอยู่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องหาจุดสมดุลให้กับทุกฝ่าย

งานด้านต่างประเทศ

ซึ่งเรื่องนี้ก็จะพยายามเร่ง จากที่ศึกษาก็มีหลายเรื่องที่จะต้องผลักดัน ซึ่งมีหลายเรื่องที่เป็นเรื่องต้องมีการต่อรองกับต่างประเทศ แต่ทุกฝ่ายก็ต้องวิน-วิน ทั้งหมดและทุกฝ่ายก็ต้องได้ประโยชน์ และคาดว่าปี 2566 นี้ ก็จะสามารถทำให้กรอบการค้า การเจรจาต่าง ๆ ลุล่วงไปได้พอสมควร ภายในปี 2567 มีหลายฉบับที่ต้องเจรจา ซึ่งก็ต้องทำงานร่วมกัน ซึ่งก็จะมีประโยชน์ต่อประชาชนและทุกฝ่าย

สำหรับ Mini FTA เรื่องนี้ก็ขอดูนโยบายเดิมและนโยบายต่าง ๆ ที่ทำไว้ อะไรเป็นสิ่งที่ดีเราพร้อมสนับสนุนให้มีการเดินหน้าไปได้ อะไรที่เป็นปัญหาก็ขอนำมาทบทวน ซึ่งเราคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน และของประเทศเป็นที่ตั้ง ไม่ได้รังเกียจสิ่งไหนที่เป็นเรื่องดีเราก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อ ไม่มีปัญหา

จำนำจะนำกลับมาไหม

นโยบายรับจำนำข้าวจะสานต่อหรือไม่ เรื่องของจำนำขอไม่ตอบว่าจะเป็นอย่างไร แค่คิดว่าทุกนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตร มีทั้งมีข้อดีข้อเสีย สิ่งที่สำคัญในวันนี้เราไม่ได้ยึดติดอะไร อะไรที่ดีก็ทำต่อ อะไรที่ไม่ดีก็ปรับปรุง เพื่อให้เกิดกับประชาชน ส่วนปัญหามังคุดก็ได้รับทราบว่าผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ก็เร่งช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มที่

ดิจิทัล 1 หมื่นบาท

สำหรับนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก และเป็นเรื่องแรกที่จะดำเนินการหลังจากที่เข้ามาเป็นรัฐบาล เรื่องนี้ขอชี้แจงว่ามีการพูดและอธิบายไปต่าง ๆ ซึ่งบางเรื่องก็ผิดประเด็นไปบ้าง โดยขอชี้แจงว่าดิจิทัลวอลเลต เป็นหนึ่งนโยบายที่พรรคเพื่อไทยร่วมกับพรรคร่วม เป็นเรื่องที่จะเดินหน้า และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยทุ่มงบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดกระตุ้นเศรษฐกิจ และใช้ครั้งเดียวภายใน 6 เดือน สามารถกระจายเงินไปยังเศรษฐกิจฐานทั้งหมด ตามเงื่อนไขที่วางไว้และสามารถขยับได้ ซึ่งนโยบายนี้ไม่เพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะเป็นการปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาช่วย และทำให้ประชาชนสามารถเรียนรู้เปลี่ยนมาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในชีวิต เพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ใช้ได้สะดวกและกว้างขวางทั่วประเทศ

ไม่ได้บรรจุในนโยบายหาเสียง

ในเรื่องนี้ผมมองว่าประชาชนให้ความมั่นใจกับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลได้ เราพร้อมที่จะพิสูจน์ว่าอะไรที่เป็นปัญหาเราพร้อมแก้ไข และแม้ว่าจะเห็นว่ามีบางนโยบายที่หาเสียงไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในนโยบาย แต่มันเป็นกรอบกว้าง ๆ ที่ครบทุกประเด็น และเรามีการหารือกับพรรคร่วมแล้ว ซึ่งครอบคลุมทุกอย่าง หากประเด็นไหนที่ไม่ชัดเจนก็สามารถนำไปสอบถามรัฐมนตรีว่าการของแต่ละกระทรวงได้ ว่ากรอบที่เราวางนั้นครอบคลุมในประเด็นไหนบ้าง

ดังนั้นไม่ต้องห่วง เพราะหากเอาทุกเรื่องไปคุยกันในที่ประชุมรัฐบาลใช้เวลา 3 วันก็ไม่เพียงพอ นี่เป็นหลักการเป็นกรอบให้ครอบคลุมไว้

“ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ผิดสัญญากับประชาชนสิ่งใดที่เป็นปัญหาเรารับผิดชอบก็ขอโทษประชาชนในเหตุจำเป็นและทำให้ชี้ให้เห็นว่า เกิดจากอะไร ทั้งรัฐมนตรีพรรคร่วม 11 พรรค รัฐบาลก็เห็นตรงกัน สิ่งที่รับปากประชาชนเราจะทำให้ ขอให้ประชาชนมั่นใจ“

ทั้งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีก็ยืนยันว่า เป็นรัฐบาลของประชาชน พรรคการเมืองทั้ง 11 พรรคจะทำร่วมกันให้สำเร็จ ขอให้ประชาชนไว้วางใจได้ เราจะทำงานไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เพื่อทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่คาดไว้สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างเต็มที่

วาง รมช.พาณิชย์ 2 คน

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากเดิมที่มี 2 ตำแหน่งเหลือ 1 ตำแหน่งนั้นไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน มี 2 คนก็ช่วยกันทำงานเต็มที่ มี 3 คนก็ช่วยกันแบ่งเบาภาระ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเรามีทีมที่ดี รวมไปถึงข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นมืออาชีพ เราทำงานร่วมกัน เคารพซึ่งกันและกัน ผมว่าไปได้ดี ปัญหาก็แก้ไขไปได้

ส่วนรัฐมนตรีคนที่ 3 จะมาเมื่อไร ก็ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองเป็นเจ้าของรัฐบาลคุยกัน ซึ่งนอกเหนืออำนาจของผม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีคุยกันและตัดสินใจ