ราคาน้ำมันดิบ (13 ก.ย.) ปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานน้ำมันดิบตึงตัว
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกว่า 2% หลังตลาดกังวลอุปทานน้ำมันดิบตึงตัว
วันที่ 13 กันยายน 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกว่า 2% จากความกังวลอุปทานน้ำมันดิบตึงตัว หลังซาอุดีอาระเบียและรัสเซียขยายกรอบเวลาการปรับลดกำลังการผลิตว่า 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปจนถึงสิ้นปี ขณะที่คาซัคสถานปรับลดกำลังผลิตลงเพื่อปิดซ่อมบำรุง
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 12 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 88.84 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.55 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 92.06 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.42 เหรียญสหรัฐ
วานนี้ (12 ก.ย.) ในรายงานประจำเดือน ก.ย. กลุ่ม OPEC ได้เปิดเผยการคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันของโลก ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอีก 2.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2567 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกในปีหน้าที่มีแนวโน้มดี ขณะที่ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันจะเติบโตขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า
EIA คาดปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกจะลดลงเกือบ 5 แสนบาร์เรลต่อวันในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น โดยคาดการณ์ราคาน้ำมันเบรนต์เฉลี่ยอยู่ที่ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในไตรมาสที่สี่ของปีนี้
หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) เปิดเผย ตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 8 ก.ย. 66 ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 1.174 ล้านบาร์เรล สวนทางจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง 2 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์น้ำมันเบนซินของอินเดียในเดือน ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 3.68% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขณะที่อุปสงค์ของญี่ปุ่นในเดือน ก.ย. มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน หลังรัฐบาลประกาศขยายเวลาอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดคาดปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังของภูมิภาคมีแนวโน้มตึงตัว ขณะที่อุปทานน้ำมันดีเซลมีแนวโน้มลดลงการจากปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในยุโรป
