ไชยา รมช.เกษตรฯ ทำทันที รับฟังปัญหาผู้เลี้ยงโคนม-ชาวไร่อ้อย ก่อนเดินหน้านโยบาย

ไชยา พรหมา
ไชยา พรหมา

ไชยา รมช.เกษตร สุดฟิต ลุยรับฟังปัญหาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม-อ้อย พร้อมเดินหน้านโยบายทันที

วันที่ 14 กันยายน 2566 นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังได้รับมอบหมายจากร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ได้พบและรับฟังปัญหาเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในช่วงเช้า เพื่อบริหารจัดการอ้อยอย่างเป็นระบบ

นายไชยากล่าวว่า ผู้แทนสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เข้าพบเพื่อหารือประเด็นการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ดูแลและเร่งแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำนั้น ในวันนี้ได้รับฟังปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย และพร้อมที่สะสางปัญหาและสานต่อโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างทันท่วงที

“สิ่งหนึ่งที่กระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบคือการดูแลพี่น้องเกษตรกร และในส่วนข้อเสนอของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่ขอให้กระทรวงเกษตรฯ ช่วยดูแลปัญหาด้านเงินชดเชยในการตัดอ้อยสด เพื่อลดปัญหามลพิษ PM 2.5 ซึ่งการสานต่อโครงการดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยลดการเผาอ้อย รวมถึงพืชอื่น ๆ และทางกระทรวงเกษตรฯ จะดูแลเงื่อนไขนี้ให้เกิดความเรียบร้อย”

นายไชยายังเห็นควรแก้ไขพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 เนื่องจากผลผลิตจากอ้อยสามารถต่อยอดได้ในระดับอุตสาหกรรม รวมถึงสามารถสร้างงาน สร้างผลตอบแทน กำไร และผลประโยชน์ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยตัวจริง ทั้งนี้ จะขอรับข้อเสนอของเกษตรกรและนำไปหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริงต่อไป

นอกจากการสานต่อโครงการให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยแล้ว เกษตรกรที่มาในวันนี้ได้ขอให้กระทรวงเกษตรฯ ช่วยสนับสนุนด้านอื่น ๆ อาทิ พันธุ์อ้อย โรคพืช การดูแลพื้นที่ปลูกอ้อยในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) ซึ่งในอนาคตคาดหวังให้สามารถเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนดที่ดินที่สามารถแปลงเป็นต้นทุนในการทำการเกษตรได้ต่อไปด้วย

ขณะที่ช่วงบ่าย ผู้เลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมไทย ได้เข้าพบ ซึ่งนายไชยาได้รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมไทย

พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าทางกระทรวงเกษตรฯ จะรวบรวมข้อมูลดังกล่าว นำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยดำเนินการผ่านกลไกคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk board) รวมทั้งหากมีประเด็นที่จะต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาจะเร่งดำเนินการทันที เพื่อลดผลกระทบและความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย สมาคมกลุ่มเกษตรกรผู้รวบรวมน้ำนมดิบ สมาคมอุตสาหกรรมนมไทย สมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอไรซ์ และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีการเสวนา “ถอดบทเรียนก้าวไปข้างหน้า พัฒนานมโรงเรียน” เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 และได้สรุปปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์นม ดังนี้

1) ปรับราคากลางรับซื้อน้ำนมโค เพิ่มขึ้น 2.25 บาทต่อกิโลกรัม และผลิตภัณฑ์นม (นมพาณิชย์และนมโรงเรียน) ให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งต้นทุนน้ำนมโคและต้นทุนอื่น ๆ ของผู้ประกอบการ

2) สนับสนุนให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมครบ 365 วัน และขยายชั้นเรียนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3

3) การกำหนดประกาศหลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน

4) การกำหนดประกาศหลักเกณฑ์ควรทำประชาพิจารณ์ รับฟังข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแบบเปิดเผย

และ 5) สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน