พีทีจีไม่ท้อแม้เจอวิกฤต ตั้งเป้า 5 ปีข้างหน้า ครองส่วนแบ่งตลาดน้ำมัน 25%

พิทักษ์ รัชกิจประการ
พิทักษ์ รัชกิจประการ

พีทีจี เอ็นเนอยี เปิดความท้าทายในธุรกิจน้ำมัน ชี้หากไม่เสี่ยงก็ไม่ไปสู่จุดเปลี่ยน เป้าหมาย 5 ปีข้างหน้าจะดึงส่วนแบ่งในตลาดน้ำมันให้ได้ 25% และขยายบัตรสมาชิกให้ได้ 30 ล้านสมาชิก และการดึงร้านกาแฟพันธุ์ไทยให้เติบโตขึ้น

วันที่ 29 กันยายน 2566 นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยในงานสัมมนา “ถอดรหัสลงทุน ก้าวข้ามวิกฤต” ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัทตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ถือว่าผ่านวิกฤตมาถึง 5 ครั้ง และมองว่าในวิกฤตที่เจอจะมีความเสี่ยง แต่หากเราก้าวข้ามและฝ่าวิกฤตไปได้ เราก็จะเห็นโอกาสนั้น เพราะ “วิกฤตคือโอกาส ความยากของธุรกิจคือใครจะเห็นโอกาสก่อน คนทำก่อนคือคนชนะ”

ทั้งนี้ ในการดำเนินธุรกิจเราได้เข้ามาสู่ธุรกิจน้ำมันเมื่อปี 2535 ก็เป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตแรกที่เราเจอ เพราะเรามาจากการทำธุรกิจบ่อกุ้ง การที่จะเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันก็ถือว่าเป็นทางเลือกสำคัญ และการดำเนินการจากนั้นไม่นานในปี 2540 เราเจอวิกฤตต้มยำกุ้ง ส่งต่อทำให้เกิดภาวะขาดทุนในปี 2551 ถึง 3,600 ล้านบาท “การทำธุรกิจแพ้หรือชนะอยู่ที่มือถึง ใจถึง เงินถึง เราเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาด ถึงแน่นอน”

จากนั้นเราก็พยายามชำระหนี้และขยายธุรกิจเติบโตมาในปี 2559 และในปีปัจจุบันเราก็มีเป้าหมายที่จะให้ธุรกิจน้ำมันและธุรกิจเครือข่ายใน 8 ธุรกิจมีการเติบโตไปข้างหน้า คาดว่าจะมีรายได้กว่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปี 2565 ที่ 1.5 แสนล้านบาท

“จากหลาย ๆ วิกฤตที่ผ่านมา ทั้งต้มยำกุ้งหรือแม้กระทั่งโควิด-19 ซึ่งเรามองว่าไม่มีประเด็นใด ๆ เพราะเราเจอวิกฤตเฉียดตายมาแล้ว หากไม่ก้าวข้ามเราก็จะไม่เจอจุดเปลี่ยน เพราะทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงจะนำมาถึงทางเลือก ที่จะให้เราตัดสินใจในการทำธุรกิจ”

“เราขยายสาขาในถนนสายรอง เงินไม่มี ต้องไปเช่าปั๊ม รายใหญ่ไม่ทำ และยังหาว่าเราเป็นสิงห์ภูธร แต่ใครจะรู้ว่านั่นคือ บลูโอเชียน”

อย่างไรก็ดี ในการทำธุรกิจของเราตั้งแต่ปี 2552 เรามีสถานีน้ำมันที่คอยให้บริการ 89 สาขา หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดเพียง 2% แต่ปัจจุบันเรามีสถานีบริการรวมทั้งสิ้น 2,166 สาขา และเรามีส่วนแบ่งตลาดที่ 19.5% โดยในสิ้นปี 2566 นี้เรามีเป้าหมายที่จะขยายส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 20% และอนาคตเราพร้อมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯด้วย

“ไตรมาส 2 พีที มีมาร์เก็ตแชร์ 19.56% ปตท. 38.5% เอสโซ่รวมกับบางจาก 25-26% ถึงสิ้นปีพีทีเราจะอยู่ที่ 20% อีก 2 ปี เราจะไปทัน”


สุดท้ายในเป้าหมายการทำธุรกิจของบริษัทใน 5 ปีข้างหน้าเราต้องการที่จะขยายส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจน้ำมัน ให้เติบโตขึ้นไปอยู่ที่ 25% มีคนที่จะเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกจากปัจจุบัน 21 ร้านสมาชิก เป็น 30 ล้านสมาชิกแล้ว ทำให้ธุรกิจพันธุ์ไทยมีการเติบโตในเรื่องของรายได้ให้มีเพิ่มขึ้น