ราคาน้ำมันดิบ (18 ธ.ค. 66) ปรับลด ตลาดยังคงกังวลต่อภาพเศรษฐกิจสหรัฐ

ราคาน้ำมันดิบ

ราคาน้ำมันดิบปรับลดเล็กน้อย หลังตลาดยังคงกังวลต่อภาพเศรษฐกิจของสหรัฐ

วันที่ 18 ธันวาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังธนาคารกลางสหรัฐ (FED) สาขานิวยอร์กเปิดเผยว่าดัชนีภาคการผลิตของรัฐนิวยอร์กอยู่ที่ระดับ -14.5 ในเดือน ธ.ค. 66 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.0 และถือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 4 เดือน ดัชนีซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิต

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 15 ธ.ค. 2566 อยู่ที่ 71.43 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.15 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 76.55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.06 เหรียญสหรัฐ

นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า FED ยังไม่ได้มีการหารือเรื่องของการลดดอกเบี้ยแต่อย่างใด แม้ก่อนหน้านี้ FED ได้ส่งสัญญาณในการประชุมซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 12-13 ธ.ค. 66 ที่ผ่านมา ว่ากำลังพิจารณาเรื่องของการลดดอกเบี้ยในปีหน้า

Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 15 ธ.ค. ลดลง 2 แท่นมาอยู่ที่ระดับ 501 แท่น ในขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติคงที่ อยู่ที่ระดับ 119 แท่น

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อในเวียดนาม นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงสนับสนุนจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ที่ปรับลดลง 4.4% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ แม้กองกำลังฮูตีประกาศที่จะโจมตีเรือเดินสมุทรทุกลำที่มุ่งหน้ามายังอิสราเอลส่งผลให้บริษัทสายการเดินเรือขนส่งรายใหญ่ ได้แก่ Hapag-Lloyd และ Maersk ประกาศยุติการเดินเรือผ่านทะเลแดงชั่วคราว และตลาดได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์การซื้อน้ำมันดีเซลของอินโดนีเซียและเวียดนาม