1 ม.ค. 67 เตรียมรับน้ำมันยูโร 5 ลดฝุ่น PM 2.5 ลง 20-24% พร้อมใช้ในทุกเครื่องยนต์ด้านราคา รอ สนพ.คุยโรงกลั่น หลังยื่นต้นทุนปรับมาตรฐานร่วม 50,000 ล้าน
วันที่ 15 ธันวาคม 2566 นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวว่า ขอให้ประชาชนผู้ใช้รถมั่นใจน้ำมันมาตรฐานโลหะสามารถใช้ได้กับรถยนต์หลังรถเก่าแล้วรถใหม่ โดยไม่เกิดปัญหาต่อเครื่องยนต์และช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่า รถยนต์มาตรฐานยูโร 3 และรถยนต์มาตรฐานยูโร 4 ซึ่งมีสัดส่วนการใช้งานมากที่สุดเมื่อใช้น้ำมันมาตรฐานยูโร 5 จะทำให้ฝุ่น PM 2.5 ลดลงถึง 20-24%
โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป จะมีการบังคับใช้น้ำมันมาตรฐานยูโร 5 (EURO 5) ในน้ำมันทั้งกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วทุกชนิด เนื่องจากปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้าง ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน ในการเปลี่ยนผ่านจากน้ำมันมาตรฐานยูโร 4 ไปสู่น้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ได้ทั้งประเทศ
ส่วนต้นทุนราคาน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 นั้น นางสาวนันธิการะบุว่า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อยู่ระหว่างการหารือกับผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อหาข้อสรุปราคาน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ โดยก่อนหน้านี้ ผู้ประกอบการโรงกลั่นแจ้งข้อมูลว่า ค่าปรับปรุงคุณภาพมาตรฐานน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 มีเงินลงทุนรวม 50,000 ล้านบาท
สำหรับจุดเริ่มต้นการปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันยูโร 5 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ที่รัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหามลพิษ PM 2.5 เป็นวาระแห่งชาติ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนแห่งชาติการแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองซึ่งกำหนดมาตรฐานป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำเนิด) จึงได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อย่างกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดมาตรฐานไอเสียรถยนต์ใหม่เป็นระดับยูโร 5 และยูโร 6 รวมถึงกระทรวงพลังงาน โดยกรมธุรกิจพลังงานบังคับใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาตรฐานยุโรปกำมะถันไม่เกิน 10 ppm ซึ่งเป็นมาตรฐานน้ำมันระดับสูงสุด
