เปิดเหตุผล “ไฟฟ้าพีก” เปลี่ยนเป็นกลางคืน มีผลกับอนาคตค่าไฟอย่างไร

High voltage post or High voltage tower

เปิดเหตุผล ยอดใช้ “ไฟฟ้าพีก (peak)” เปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืน เกิดอะไรขึ้น แล้วจะมีผลกับอนาคตค่าไฟอย่างไร วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีคำตอบ

การประกาศค่าพีกไฟฟ้าเป็นตัวเลขที่การไฟฟ้า 3 การไฟฟ้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) รวบรวมจาก พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งในอดีตปกติแล้วยอดใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือพีก จะเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวัน ประมาณ 14.00-15.00 น. ของวัน และมักจะเกิดในหน้าร้อน ประมาณ เมษายน-พฤษภาคม ของปี

แต่ปรากฏว่า ในปี 2566 ที่ผ่านมา ยอดการใช้ไฟฟ้าสูงสุดกลับเปลี่ยนแปลง ไปเกิดในเวลากลางคืนแทน เวลาประมาณ 21.41 น. ที่ 34,827 เมกะวัตต์ ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดจากอะไร และมีความสำคัญอย่างไร

เปิดปัจจัยทำไม “ไฟฟ้าพีก” เปลี่ยน

ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ
ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน

ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงานก็ได้ให้คำตอบไว้ในสัมมนาพิเศษ เรื่อง “ทิศทางพลังงานปี 2567“ ใน THAILAND ENERGY EXECUTIVE FORUM จัดโดย สมาคมวิทยาการพลังงาน (สวพน.) ร่วมกับสถาบันวิทยาการพลังงาน (วพน.) เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าพีกเปลี่ยนช่วงเวลา เป็นผลมาจากปริมาณการใช้ไฟในภาคครัวเรือนเปลี่ยนแปลง จาก 2 ปัจจัยหลัก คือ

1. ผลมาจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือรถอีวี เนื่องจากในปี 2566 ที่ผ่าน พบว่า ตัวเลขการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ 100,219 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าจากปีก่อน เนื่องจากนโยบายสนับสนุนอีวี 30@30 ตลอดจนมาตรการอีวี 3.0 ที่ออกมาเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้รถอีวีกัน

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วยอดรถอีวีเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับค่าพีก อย่างไร

ปลัดกระทรวงพลังงาน อธิบายว่า พฤติกรรมของผู้ใช้รถอีวีส่วนใหญ่ จะนิยมจอดชาร์จไฟฟ้าในตอนกลางคืนหลังกลับจากที่ทำงาน จึงทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืนเพิ่มสูงขึ้น

2. ติดแผงโซลาร์เซลล์ของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น ทำให้โรงงานดึงไฟฟ้าจากแผงโซลาร์มาใช้ในเวลากลางวันแทนการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากการไฟฟ้า เป้าหมาย เพื่อลดภาระในการจ่ายค่าไฟฟ้าในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีอัตราค่าไฟสูง

แล้วหลังจากนั้น โรงงานจึงเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าจากสายส่งในเวลากลางคืน เพราะระบบแผงโซลาร์ที่ติดไม่ได้มีระบบกักเก็บพลังงาน (energy storage) ไว้สำหรับใช้ในเวลากลางคืน จึงต้องหันกลับไปใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าแบบเดิม

ซึ่งข้อสังเกตนี้ สะท้อนมาจากปัจจุบันมีการขอใบอนุญาตติดตั้งโซลาร์เพิ่มขึ้นมากจากก่อนหน้านี้ที่เดิมทีมีผู้ขอติดตั้งปีละ 100 กว่าราย แต่ปัจจุบันเฉลี่ยเดือนละกว่า 100 ราย ซึ่งในปี 2567 ก็คาดว่าน่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นผลจากกระทรวงอุตสาหกรรมปลดล็อกการขอใบอนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์จากเดิมที่กำลังผลิตมากกว่า 1,000 หน่วยขึ้นไปต้องขอใบอนุญาต ซึ่งซับซ้อนและใช้เวลานาน แต่ปัจจุบันไม่มีการจำกัดกำลังผลิตไฟฟ้าแล้ว

อนาคตผู้ผลิตเองมากขึ้น ปรับสูตรบริหาร

คมกฤช ตันตระวาณิชย์
คมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)

นอกจากนี้ นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ยังระบุว่า ปรากฎข้อมูล ว่า ปี 2565 การผลิตไฟฟ้าใช้ด้วยตัวเองหรือ (Industrial Power Supplier : IPS) 10,400,846 GWh คิดเป็นสัดส่วน 4.98% จองการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ สะท้อนว่าเริ่มมีผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น ซึ่งในอนาคตตัวเลขส่วนนี้อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ต่อไป

สำหรับ IPS หมายถึง ผู้ผลิตไฟฟ้าทั้งภาคเอกชน รัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือประชาชนทั่วไปที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของตนเองและผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองหรือขายให้ประชาชนโดยไม่ขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้า แต่ขอเชื่อมต่อเข้ากับระบบของการไฟฟ้าและได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อแล้ว ตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า เป็นกลุ่มใหม่ที่ไม่ได้ถูกนับรวมเข้าไปในแผนที่ดีพีฉบับที่ผ่านมา

แน่นอนว่า ผลจาการผลิตไฟฟ้าใช้เอง นำมาสู่การเปลี่บนแปลงค่าพีกไฟฟ้า ส่งผลต่อการพยากรณ์ด้านไฟฟ้า และวางแผนบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ที่จะนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงในลำดับต่อไป