BAFS ขานรับนโยบายหนุนไทยสู่ “ฮับการบินโลก” ในงาน “IGNITE THAILAND, AVIATION HUB” พร้อมวอนรัฐทบทวนภาษีน้ำมันในประเทศ
วันที่ 4 มีนาคม 2567 รายงานข่าวจากบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบาฟส์ (BAFS) ระบุว่า ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมงานแถลงแสดงวิสัยทัศน์ “IGNITE THAILAND, AVIATION HUB” โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา
ว่า BAFS ในฐานะผู้ให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบครบวงจรตามมาตรฐานสากล มีความยินดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับอุตสาหกรรมการบินของไทย พร้อมผลักดันแผนการพัฒนาศักยภาพของประเทศไทยทุกมิติสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) พร้อมตั้งเป้าหมายพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้ติด 1 ใน 20 ของโลก
โดยบทบาทหลักของบาฟส์ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา คือการส่งเสริมให้ตลาดการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานเป็นไปอย่างเสรี เพื่อให้สายการบินต่าง ๆ ที่ใช้บริการในท่าอากาศยานหลักของไทยสามารถเลือกซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากผู้ค้าน้ำมันที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงของสายการบินลดลง และได้รับบริการที่มีความปลอดภัยมากขึ้น จึงมั่นใจว่าจะสามารถตอบรับแผนการพัฒนาท่าอากาศยานในอนาคต เพื่อยกระดับให้ท่าอากาศยานของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคต่อไปในอนาคต
“การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันสำหรับเส้นทางในประเทศ เป็นปัจจัยที่กระทบต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินภายในประเทศ โดยจากข้อมูลล่าสุด จำนวนเที่ยวบินภายในประเทศลดลงถึง 2.9% ภายหลังมาตรการปรับภาษีน้ำมันเครื่องบินเมื่อปีที่ผ่านมา
ส่งผลกระทบต่อราคาตั๋วเครื่องบินในประเทศ และเป็นอุปสรรคในภาพรวมของทั้งอุตสาหกรรมการบินในประเทศ และภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะเมืองรอง ที่ไม่สามารถเติบโตได้มากเท่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (Aviation Hub) ในระยะยาว” ม.ล.ณัฐสิทธิ์กล่าว
ทั้งนี้ บาฟส์เชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญของโลก ตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาล และเชื่อมั่นในการสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการบิน ด้วยการส่งเสริมการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน SAF (Sustainable Aviation Fuel) ในประเทศ โดยบาฟส์ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องนี้มาโดยตลอด ร่วมกับพันธมิตรสำคัญ
คือกลุ่มบางจาก และมิตรผล รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการ และตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า SAF ที่บาฟส์ให้บริการจะมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล พร้อมให้บริการแก่สายการบินต่าง ๆ นำพาภาคอุตสาหกรรมการบินรุดหน้าสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต