Skip to content

ดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ เม.ย.67 ร่วง วอนรัฐตรึงดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท

15 พ.ค. 2567 | 13:00น.
ดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ เม.ย.67 ร่วง วอนรัฐตรึงดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท

ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน เม.ย. 2567 ร่วงมาอยู่ที่ระดับ 90.3 หลังเศรษฐกิจโลก ในประเทศซบหนัก ประชาชนหมดกำลังซื้อ คาดอีก 3 เดือนข้างหน้าแนวโน้มน่าห่วง เตรียมเข้าช่วง Low Season วอนรัฐน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ลดค่าไฟให้ SMEs ชะลอขึ้นค่าจ้าง ออกมาตรการหนุน ESG

วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนเมษายน 2567 อยู่ที่ระดับ 90.3 ปรับตัวลดลงจาก 92.4 ในเดือนมีนาคม 2567 เพราะการชะลอตัวของการซื้อจากประชาชนในประเทศ อาทิ สินค้ายานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น

เนื่องจากเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย บวกกับผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs มีความกังวลต่อนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อวันเท่ากันทั่วประเทศ ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการผลิต ขณะที่การสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลของภาครัฐ ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานและค่าขนส่งปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงยังส่งผลกระทบต่อผลผลิตสินค้าเกษตร ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้รับผลกระทบจากสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ เข้ามาทุ่มตลาดในประเทศไทยและอาเซียน ส่วนการส่งออกชะลอลงตามอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ลดลง จากปัญหาความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ซึ่งสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในตลาดโลกตลอดมา รวมถึงปัญหาความไม่สงบในประเทศเมียนมาที่ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน

อย่างไรก็ตาม ในเดือนเมษายนยังมีปัจจัยบวกจากการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่ตลาดโลกมีความต้องการสินค้าอาหารเพิ่มขึ้นจากภาวะขาดแคลนอาหารและปัญหาภัยแล้ง

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่มีภาระหนี้ยังได้รับผลดีจากการที่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินหลายแห่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย (MRR) ลง 0.25% เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ตามคำร้องขอของนายกรัฐมนตรี

“ปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ยังคงเป็นเรื่องของเศรษฐกิจโลก รองลงมาคือราคาน้ำมัน และเศรษฐกิจในประเทศ มีเรื่องการเมืองในประเทศบ้าง และอัตราแลกเปลี่ยน”

ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 98.3 ปรับตัวลดลง จาก 100.8 ในเดือนมีนาคม 2567 มีปัจจัยเสี่ยงจะมาจากปัญหาภัยแล้งที่รุนแรง ขณะเดียวกัน การเข้าสู่ช่วง Low Season ของภาคการท่องเที่ยวทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ปัญหาความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน กดดันเศรษฐกิจโลกและภาคการส่งออก อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

ส.อ.ท. จึงเสนอให้ภาครัฐ 3 เรื่อง 1.ออกมาตรการช่วยเหลือด้านราคาพลังงานเป็นเวลา 3 เดือน เช่น ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร การให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าแก่ SMEs รวมทั้งออกมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน

2.ให้ภาครัฐชะลอการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำออกไปก่อน 3.เสนอให้ภาครัฐออกมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีการดำเนินการตามแนวคิด ESG รวมทั้งการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น ผ่อนปรนเงื่อนไขการเข้าถึงเงินกู้ Green Loan ให้ง่ายขึ้น อุดหนุนค่าใช้จ่ายที่นำไปลงทุนเทคโนโลยีด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ลดค่าธรรมเนียมรับรองคาร์บอนเครดิต 50% ในปี 2567 เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส.อ.ท. เกรียงไกร เธียรนุกุล