บิ๊ก ส.อ.ท. ออกโรงกระทุ้งรัฐ “ลดค่าไฟ” มั่นใจช่วยเศรษฐกิจได้ไม่แพ้ดิจิทัลวอลเลต

บิ๊ก ส.อ.ท.ออกโรงกระทุ้งรัฐ “ลดค่าไฟ” พร้อมออกมาตรการ “ซอฟต์โลน” หนุนชาวบ้านติดโซลาร์หลังคา มั่นใจช่วยเศรษฐกิจได้ไม่แพ้ดิจิทัลวอลเลต

วันที่ 24 เมษายน 2567 นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า อากาศร้อนมาก ๆ ส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น และด้วยค่าไฟฟ้าอัตราก้าวหน้าของครัวเรือน ทำให้ครัวเรือoคนที่ใช้มากค่าไฟฟ้าจะแพงขึ้น

สำหรับค่าไฟฟ้างวด 2 ปี 2567 ที่จะเริ่ม 1 พฤษภาคม 2567 ในอัตรา 4.18 บาท/หน่วย เหมาะสมแล้วหรือ

1) ด้วยปัจจัยบวก ด้านต้นทุนในการผลิตไฟฟ้ามีมากกว่าปัจจัยลบ เทียบระหว่างสูตรคำนวณค่าไฟงวด 2/2567 และงวด 1/2567

สำหรับปัจจัยบวกมาจากก๊าซธรรมชาติ (NG) ราคาถูกจากแหล่งเอราวัณมากขึ้น LNG ราคา Spot ถูกลง และราคาพลังงานของโลกอ่อนตัวลง ส่วนปัจจัยลบมาจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง

Advertisment

2) รัฐควรเร่งเต็มที่ โดยเดินหน้านโยบายการลดภาระค่าไฟฟ้าของประเทศ ด้วยการดำเนินการดังนี้

2.1 นโยบายค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar rooftop) ให้ไม่เกิน 200,000 บาท

2.2 นโยบายการรับซื้อคืนไฟฟ้าจากประชาชน/เอกชน ในราคาที่สมเหตุสมผลกว่าปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมการลงทุนติดตั้งโซลาร์ให้มากขึ้นและเร็วขึ้น โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของภาครัฐ

2.3 นโยบายส่งเสริมแหล่งเงินทุน เช่น Soft Loan เพื่อให้ประชาชน, เอกชนสามารถจัดหาพลังงานทางเลือกอื่น เพื่อทดแทนการพึ่งพิงพลังงานฟอสซิลเดิมที่มีผลประโยชน์กระจุกตัว โดยเฉพาะควรลดการพึ่งพิง LNG นำเข้าที่ผลักภาระความเสี่ยงต้นทุนการนำเข้าให้ผู้บริโภคด้วยระบบ Cost Plus อีกทั้งยังเป็นภาระหนี้ EGAT กว่า 1 แสนล้านบาทเช่นปัจจุบัน

Advertisment

2.4 เร่งรัดโครงการดี ๆ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ที่ลดการพึ่งพิงฟอสซิล เช่น โครงการ Solar Floating ในเขื่อนต่าง ๆ และโครงการ Mini Firm Solar (Solar พร้อม Battery สำรองไฟฟ้า) เป็นต้น

“บทสรุป ผมมองว่าคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ควรมีการขับเคลื่อนด้านนโยบายต่าง ๆ ด้านพลังงานให้เป็นจริงโดยเร็ว มากกว่าที่จะพึ่งพิงกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยังมองว่าค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมในงวด 2/2567 ไม่ควรเกิน 4.10 บาท/หน่วย และการเร่งนโยบาย และมาตรการเชิงรุกดังกล่าว จะเป็นการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน (ใช้งบประมาณกลางจากภาษีประชาชนลดลงในการอุ้มกลุ่มเปราะบาง) รวมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนภายใต้ภาวะเศรษฐกิจรุมเร้าเช่นนี้ น่าจะได้ผลเร็วไม่แพ้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยระบบ Digital Wallet ไหม”