อรอนงค์ ชัยธง
พรอสเพค รีท เผย ก.ล.ต.ไฟเขียวเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนคลังสินค้าย่าน “บางปะกง” มูลค่า 5,040 ล้านบาทแล้ว ชี้เป็นโครงการร่วมทุนระหว่าง “แสนสิริ” กับ “พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์” คาดกระบวนการแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปีนี้ ชู IRR ไม่ต่ำกว่า 9%
นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล หรือ “PROSPECT REIT” เปิดเผยว่า การเพิ่มทุน PROSPECT REIT ครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท ขณะนี้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เสนอขายหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งกระบวนการเพิ่มทุนน่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยมีมูลค่าประมาณ 5,040 ล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นการขยายการลงทุนเพิ่มเติมในอาคารคลังสินค้าและโรงงานของโครงการ “บางกอกฟรีเทรดโซน 4” (BFTZ 4) ย่านบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ให้เช่า 187,949 ตร.ม. แบ่งเป็น อาคารโรงงานสำเร็จรูปและคลังสินค้า 31 หลัง รวม 101 ยูนิต มีทั้งพื้นที่เขตประกอบการทั่วไป (General Zone) และเขตปลอดอากร (Free Zone) ที่คิดเป็นกว่า 80% ของพื้นที่ทั้งหมด ถือเป็นการขยายพื้นที่ลงทุนจากเดิมที่จะอยู่ย่านบางนา-ตราดเป็นหลัก
“โครงการนี้เป็นโครงการร่วมทุนระหว่าง บมจ.แสนสิริ กับ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งความน่าสนใจคือ เป็นโครงการสร้างใหม่ทั้งหมด และมีผู้เช่าแล้วในปัจจุบันประมาณ 90% ซึ่งสปอนเซอร์ก็การันตีด้วย ทำให้อัตราการเช่าจะเป็น 100% ตั้งแต่วันที่เราเข้ากอง ดังนั้นนักลงทุนก็จะได้ผลตอบแทน (ยีลด์) กับ IRR (อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน) ไม่ต่ำกว่า 9% และ เราก็เห็นว่านักลงทุนช่วงนี้ก็อยากได้สภาพคล่อง อยากได้เงินปันผลเร็ว เราจึงเปลี่ยนนโยบายจ่ายปันผลเป็นรายเดือนด้วย”
ทั้งนี้ หลังเพิ่มทุนครั้งนี้แล้วจะทำให้ PROSPECT REIT มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 15,000 ล้านบาท ซึ่งจะแก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่อง รวมถึงสิทธิการเช่า (Leasehold) จะยาวขึ้นเป็น 30+30 ปี เป็น 60 ปี และเมื่อคิดเฉลี่ยทั้งโครงการจะอยู่ที่ 28 ปี ก็จะทำให้สามารถจ่ายปันผลได้มากขึ้น
นางสาวอรอนงค์ กล่าวด้วยว่า PROSPECT REIT เพิ่งจ่ายประโยชน์ตอบแทนสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ไปในอัตรา 0.2175 บาทต่อหน่วยทรัสต์ หลังจากทำรายได้รวมทั้งสิ้น 297.94 ล้านบาท เติบโต 3.50% จากไตรมาสก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน 173.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.69% ด้วยความแข็งแกร่งของอัตราการเช่า (Occupancy Rate) ในระดับที่สูง 96.52%