“ซีรีส์วายเปรี้ยง” ดันยอดจดทะเบียนธุรกิจภาพยนต์ 4 เดือนแรกปีนี้ 56 ราย

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยซีรีส์วายกระแสเปรี้ยง ดันยอดธุรกิจผลิตภาพยนต์ มีจำนวนธุรกิจและทุนจดทะเบียน 4 เดือนแรก ปี 2567 เพิ่มขึ้น 56 ราย หนุนอุตสาหกรรมหนังไทยเป็น Soft Power สร้างรายได้เข้าประเทศ

วันที่ 18 พฤษภาคม 2567 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจให้กับธุรกิจด้านความบันเทิง ใน 2 กลุ่มธุรกิจเดือนเมษายน ปี 2567 คือ ธุรกิจเกี่ยวกับกิจกรรมของบริษัทโฆษณา และธุรกิจผลิตภาพยนตร์ โดยหารเติบโตส่วนหนึ่งมากจากซีรีส์วายที่มีกระแสเปรี้ยง ช่วยหนุนให้อุตสาหกรรมภพยนต์ไทยพร้อมที่จะเป็น Soft Power เผยแพร่อัตลักษณ์ ความเป็นไทย สินค้าไทย สถานที่ท่องเที่ยวไทย และช่วยดันธุรกิจอื่น ๆ ให้เติบโตและสี้างรายได้ให้กับประทศ

สำหรับธุรกิจเกี่ยวกับกิจกรรมของบริษัทโฆษณา เช่น การให้บริการด้านการออกแบบสร้างสรรค์การผลิตสิ่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการโฆษณา การวางแผนและการซื้อสื่อโฆษณา ในเดือนเมษายน 2567 มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่จำนวน 106 ราย และมีแนวโน้มเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจที่ 32.50% เพิ่มขึ้น 26 ราย เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2566

ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 57 รายคิดเป็น 53.77% นนทบุรีจำนวน 10 ราย คิดเป็น 9.43% และสมุทรปราการจำนวน 7 ราย คิดเป็น 6.60% ของจำนวนการจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนเมษายน 2567 โดยธุรกิจที่จัดตั้งใหม่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) 100%

แสดงให้เห็นถึงธุรกิจขนาดย่อยสามารถการเข้าสู่อุตสาหกรรมโฆษณาได้มากยิ่งขึ้น โดยธุรกิจโฆษณามีแนวโน้มเติบโตไปในทิศทางบวก การเติบโตของสื่อดิจิทัลที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ธุรกิจเกิดการแข่งขันกันสูง สะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่กลับมาจับจ่ายใช้สอย ธุรกิจจึงต้องใช้โฆษณาเข้ามาช่วยดึงดูด สร้างการรับรู้ให้แก่ลูกค้าหันมาสนใจสินค้าหรือบริการ

Advertisment

ธุรกิจผลิตภาพยนตร์ ยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจดาวเด่นที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็น ที่น่าสนใจและสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยใน 4 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-เมษายน) มีธุรกิจผลิตภาพยนตร์ที่จดทะเบียนนิติบุคคลจำนวน 56 ราย เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 และทุนจดทะเบียน 195.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146.44% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566

และในปี 2566 มีจำนวน 137 ราย ทุนจดทะเบียน 258 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ถึง 20% ทั้งนี้ ในปี 2565 มีรายได้รวมอยู่ที่ 12,895.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 และมีแนวโน้มที่จะมีอัตราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งมีปัจจัยจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมาช่วยสนับสนุน แต่ที่สำคัญเป็นการปรับตัวของธุรกิจในอุตสาหกรรมหนังไทยให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคและบริบทของสังคมไทย ที่มีการเปิดกว้างในความหลากหลายทางเพศมากขึ้น โดยพระเอกที่มาช่วยพัฒนาวงการนี้คือ ซีรีส์วาย เป็นคอนเทนต์ที่สื่อถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จำกัดเพศ เปิดกว้างในการนำเสนอความรักในรูปแบบต่าง ๆ

ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซีรีส์วายสามารถสร้างมูลค่าในธุรกิจผลิตภาพยนตร์ให้กลับมา สร้างกำไรได้อย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นยังสร้างเม็ดเงินขยายไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโฆษณา

Advertisment

นอกจากนี้ การสร้างมูลค่าจากตัวนักแสดงให้ไปเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิด ธุรกิจจัดกิจกรรม (Event) และธุรกิจท่องเที่ยว ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้ผลิตซีรีส์วายกว่า 177 เรื่อง สามารถสร้างกระแสความนิยมเรื่อยมาและขยายกลุ่มลูกค้าในวงกว้างจนสามารถส่งออกไปขายยังตลาดต่างประเทศได้

เร่งส่งงบการเงิน

ในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่นิติบุคคลที่ปิดรอบบัญชีในวันที่ 31 ธันวาคม จะต้องเร่งนำส่งงบการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยเฉพาะสัปดาห์สุดท้าย สำหรับในปี 2567 มีนิติบุคคลที่มีหน้าที่ส่งงบการเงินรอบปีบัญชี 2566 จำนวน 835,011 ราย โดยเป็นนิติบุคคลที่ปิดรอบปีบัญชี 31 ธันวาคม จำนวนกว่า 671,823 ราย คิดเป็น 80% ของผู้มีหน้าที่ส่งงบการเงิน จากข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2567 มีผู้นำส่งงบการเงินแล้วเพียง 17% ของผู้มีหน้าที่ต้องนำส่ง

ทั้งนี้ งบการเงินรอบปีบัญชี 2565 ที่ผ่านมามีนิติบุคคลนำส่งงบการเงินจำนวนทั้งสิ้น 660,751 ราย คิดเป็น 82% ของผู้มีหน้าที่ต้องนำส่ง (ข้อมูล ณ 30 เมษายน 2567)

โอกาสนี้ กรมฯ จึงขอเชิญชวนผู้มีหน้าที่ต้องนำส่งงบการเงินให้นำส่งงบการเงินแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันความแออัดในการใช้บริการ ลดความผิดพลาดต่าง ๆ และขอแนะนำให้นำส่งงบการเงินผ่านระบบออนไลน์ DBD e-Filing ซึ่งสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทาง

อีกทั้งกรมฯ ยังสามารถใช้ข้อมูลงบการเงินไปให้บริการด้านข้อมูลธุรกิจแก่ประชาชน รวมถึงนำไปวิเคราะห์ภาพรวมการเติบของธุรกิจไทยเพื่อให้ธุรกิจใช้ในการพิจารณาวางแผนธุรกิจในอนาคตได้อย่างรวดเร็วทันสถานกาณ์อีกด้วย