พาณิชย์มั่นใจแจงทูต 20 ประเทศ คลายกังวลไล่จับธุรกิจนอมินี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เชิญตัวแทนสถานทูตกว่า 20 ประเทศ สมาคมการค้า รับช่วยชี้แจงการลงทุนในประเทศไทย จากรับฟังนักลงทุนต่างด้าวพอใจและเข้าใจมากขึ้น เผยปี 2567 นี้กรมเตรียมเปิดเสรี 10 ธุรกิจบริการภายใต้บัญชีแนบท้าย 3 พร้อมเสนอ “ภูมิธรรม” เห็นชอบใน 1-2 เดือนก่อนชง ครม.พิจารณาเห็นชอบ

วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้เชิญผู้แทนสถานทูตต่างประเทศ สมาคมการค้าต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยกว่า 20 ประเทศ มารับฟังการชี้แจงเกี่ยวกับการลงทุนของคนต่างชาติในไทยภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เพื่อให้นักลงทุนต่างด้าวเข้าใจกฎหมายนี้ และจะได้ลงทุนในไทยอย่างถูกต้อง ไม่มีการทำผิดกฎหมาย รวมไปถึงภารกิจของกรมด้วย เพราะต้องยอมรับนักลงทุนต่างชาติสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ กรมได้พัฒนาการจดทะเบียนบริษัท นิติบุคคลรูปแบบออนไลน์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในเดือนกรกฎาคม 2567 นี้ ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ และทำความเข้าใจการดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายดังกล่าวด้วย ว่าจะต้องถือหุ้นไม่เกิน 49% หากเป็นกลุ่มธุรกิจผลิตเพื่อการส่งออกไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายนี้ ซึ่งจะมีหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นต้น

“กรมยังได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการปฏิรูปกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายต่างด้าว เพราะเป็นกฎหมายที่สำคัญ และยังมีบัญชีแนบท้าย 3 ที่ต้องมีการพิจารณาอยู่ต่อเนื่อง ซึ่งตัวแทนต่าง ๆ ก็ให้ความสนใจ ทั้งนี้ ภาพรวมในการรับฟังยังไม่ได้มีข้อเสนอแนะหรือต้องการให้มีการปรับปรุงอะไร และการรับฟังครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่กรมจัด”

อย่างไรก็ดี การดำเนินการต่าง ๆ ก็ล้วนป้องกันการหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมอำพราง เพราะปัจจุบันมีคนต่างด้าวที่ลงทุนในไทยภายใต้กฎหมายนี้ หลีกเลี่ยงดำเนินการตามกฎหมาย และเป็นสาเหตุให้เกิดคนไทยเป็นตัวแทนอำพรางถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) เพื่อทำธุรกิจในไทย โดยหลีกเลี่ยงดำเนินการตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้

Advertisment

นางอรมนกล่าวอีกว่า ตัวแทนสถานทูต สมาคมการค้าที่เข้ารับฟัง เช่น ตัวแทนจากญี่ปุ่น องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) สหภาพยุโรป ตัวแทนจากตะวันออก อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งก็เป็นต่างชาติที่สนใจที่จะลงทุนในประเทศไทย และการรับฟังก็มีความพึงพอใจอย่างมาก นอกจากนี้ ตัวแทนที่มายังต้องการให้ไทยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจให้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี กรมได้ทบทวนธุรกิจบริการในบัญชีแนบท้าย 3 ของกฎหมายต่างด้าวเพื่อถอดออกจากบัญชี ทำให้ต่างด้าวไม่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ แต่ขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจนั้น ๆ โดยตรง

ล่าสุด กรมได้พิจารณาจะถอดธุรกิจบริการ 10 ธุรกิจ ออกจากบัญชีแนบท้าย 3 ขณะนี้รับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องเสร็จแล้ว และคาดว่าจะเสนอขอความเห็นชอบจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ใน 1-2 เดือนจากนี้ หากเห็นชอบ จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป