กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งตรวจธุรกิจต่างชาติย่านห้วยขวาง พบนิติบุคคล 53 รายเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี ส่งข้อมูลให้ ปปง.ตรวจเส้นทางการเงินแล้ว ซ้ำพบผู้ถือหุ้นและผู้ทำบัญชีบางรายมีชื่ออยู่ในบัญชี HR03 เตรียมบูรณาการ ตม.-กรมการจัดหางาน ลงพื้นที่กวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมาย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เขตห้วยขวางเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยและประกอบธุรกิจจำนวนมาก และเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงที่กรมเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีการประกอบธุรกิจที่อาจหลีกเลี่ยงกฎหมายผ่านการใช้นอมินี
ที่ผ่านมากรมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลายครั้ง พร้อมส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสรรพากร ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
กรณีที่สื่อหลายสำนักนำเสนอข่าวร้านอาหารไม่รับชำระเงินเป็นเงินบาทนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลพบว่า ร้านดังกล่าวจดทะเบียนบริษัทเมื่อปี 2567 แจ้งประกอบธุรกิจร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านคาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ และร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด
บริษัทดังกล่าวมีผู้ถือหุ้นคนไทย 1 ราย ร่วมถือหุ้นกับคนจีน 2 ราย ในสัดส่วน 51% ต่อ 49% โดยก่อนหน้านี้ กรมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว พร้อมเรียกกรรมการและผู้ถือหุ้นเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง แต่บริษัทและผู้ถือหุ้นไม่เข้าชี้แจง จึงเข้าข่ายความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งสารวัตรใหญ่บัญชี
ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและเรียกชำระค่าปรับตามกฎหมาย พร้อมส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
นายพูนพงษ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพรวมพื้นที่เขตห้วยขวาง พบว่านิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงรวม 53 ราย ประกอบธุรกิจตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 1 ล้านบาท ถึง 4,999 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในกลุ่มนิติบุคคลเสี่ยงนอมินีที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นไม่ถึง 50% พบว่าผู้ร่วมถือหุ้นของบางบริษัทและผู้ทำบัญชีบางรายมีรายชื่อตามที่สำนักงาน ปปง. ประกาศว่าเป็น HR03
กรมจึงดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยได้นำส่งข้อมูลนิติบุคคลให้ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมทางการเงินไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนที่เหลือได้นำส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล
“พื้นที่เขตห้วยขวาง กรมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบต่อเนื่อง ภายใต้คณะทำงานปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และช่วงบ่ายวันที่ 5 มิถุนายน 2569 กรมจะบูรณาการร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่ตรวจสอบและกวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมจัดระเบียบพื้นที่อย่างเด็ดขาดอีกครั้ง” นายพูนพงษ์กล่าว
นายพูนพงษ์กล่าวว่า กรมจะบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบอย่างเด็ดขาดและจริงจัง พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและดูแลให้การประกอบธุรกิจเป็นไปตามกฎหมาย