เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เร่งเคลียร์ขยะหลังน้ำลด ‘เคหะร่มเกล้า’ คืบหน้า 90% ระดม 12 เขตบัดดี้เคล็ดลับจัดการ
Real Estate กทม. เร่งเคลียร์ขยะหลังน้ำลด ‘เคหะร่มเกล้า’ คืบหน้า 90% ระดม 12 เขตบัดดี้เคล็ดลับจัดการ
กทม. เปิดตัวเลขเยียวยาน้ำท่วม ‘ทางรัฐ’ ผ่านเกณฑ์ 8.8 หมื่นหลังคาเรือน ทะลุ 649 ล้าน
News กทม. เปิดตัวเลขเยียวยาน้ำท่วม ‘ทางรัฐ’ ผ่านเกณฑ์ 8.8 หมื่นหลังคาเรือน ทะลุ 649 ล้าน
ปักหมุดกรุงเทพฯ จัด S.Pellegrino Young Chef เอเชีย เฟ้นตัวแทนลุยรอบโลก 2027
Biz Movement ปักหมุดกรุงเทพฯ จัด S.Pellegrino Young Chef เอเชีย เฟ้นตัวแทนลุยรอบโลก 2027
ส่องกระแส “ควิกแสบต้มโคล้งใส่ต้นหอม” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนบะหมี่ซองให้เป็นเมนูฮิต
Business ส่องกระแส “ควิกแสบต้มโคล้งใส่ต้นหอม” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนบะหมี่ซองให้เป็นเมนูฮิต
IMF เปิดหลักฐาน AI ทุบตลาดแรงงานเอเชีย กระทุ้งรัฐ-ผู้กำหนดนโยบายตั้งรับ
Tech IMF เปิดหลักฐาน AI ทุบตลาดแรงงานเอเชีย กระทุ้งรัฐ-ผู้กำหนดนโยบายตั้งรับ
นับคะแนนบอร์ดประกันสังคมครบ 100% ผู้ใช้สิทธิ์ทะลุล้านคน ทุบสถิติปี 66 พุ่ง 733%
News นับคะแนนบอร์ดประกันสังคมครบ 100% ผู้ใช้สิทธิ์ทะลุล้านคน ทุบสถิติปี 66 พุ่ง 733%
เปิดหนังสือ สตง. จี้บอร์ด Thai PBS ดำเนินการ ผอ.-ชดใช้ 85.22 ล้าน
Politics เปิดหนังสือ สตง. จี้บอร์ด Thai PBS ดำเนินการ ผอ.-ชดใช้ 85.22 ล้าน
การเคหะฯ ออกมาตรการเยียวยาน้ำท่วม 66 โครงการ ปลอดค่าเช่า–พักหนี้สูงสุด 4 เดือน
News การเคหะฯ ออกมาตรการเยียวยาน้ำท่วม 66 โครงการ ปลอดค่าเช่า–พักหนี้สูงสุด 4 เดือน
นายกฯ เผย IMF-World Bank ชมไทยดึงบิ๊กการเงินแห่ร่วม ชี้โอกาสพาไทยกลับจอเรดาร์โลก
Politics นายกฯ เผย IMF-World Bank ชมไทยดึงบิ๊กการเงินแห่ร่วม ชี้โอกาสพาไทยกลับจอเรดาร์โลก
IMF-World Bank โอกาสเร่งโชว์ศักยภาพไทย เหตุ สหรัฐฯ ไม่ร่วมภารกิจภายใน
Politics IMF-World Bank โอกาสเร่งโชว์ศักยภาพไทย เหตุ สหรัฐฯ ไม่ร่วมภารกิจภายใน
ดูทั้งหมด

Entertainment Complex หนุนจีดีพีโต 0.7% สร้างงานอีก 7 หมื่นตำแหน่ง

10 มิ.ย. 2567 | 17:38น.

หอการค้าเผย Entertainment Complex สร้างรายได้ 0.7% ของจีดีพี ดึงลงทุนกว่าแสนล้าน เพิ่มอัตราการจ้างงาน 7 หมื่นตำแหน่ง เร่งรัฐบาลสร้างความเข้าใจประชาชน

วันที่ 10 มิถุนายน 2567 ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความเห็นเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) พบว่าภายใต้กรณีฐานของศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่ารายได้ของผู้ประกอบการกาสิโนจะอยู่ที่ 69,583 ล้านบาท หรือ 0.7% ของจีดีพี ในขณะที่รัฐบาลจะมีรายได้ 36,048 หมื่นล้านบาท ทำให้รายได้รวมอยู่ที่ 105,631 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 73,452 ตำแหน่ง

ส่วนการวิเคราะห์สถานการณ์ พบว่ารายได้ของผู้ประกอบการกาสิโนอยู่ระหว่าง 56,250-82,917 ล้านบาท และรายได้ของรัฐบาลอยู่ระหว่าง 32,388-38,022 ล้านบาท ทำให้รายได้รวมอยู่ระหว่าง 88,638-120,938 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการ (10-30%) และอัตราภาษีกาสิโน (15-20%)

โดยโครงสร้างรายได้จะแบ่งเป็นของผู้ประกอบการสถานบันเทิงครบวงจรและรัฐบาล โดยรายได้ของผู้ประกอบการสถานบันเทิงครบวงจรจะมาจากการเล่นเกม (Gross Gaming Revenue หรือ GGR) หรือเงินที่ได้จากการเล่นพนันคืนประมาณ 50-70% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากการให้บริการอื่น ๆ จะเฉลี่ยอยู่ในช่วง 30-50% ของรายได้รวม

ส่วนรัฐบาลจะได้รายได้จากภาษีกาสิโน ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต และค่าธรรมเนียมการเข้าใช้บริการคาสิโน ซึ่งเก็บเฉพาะคนท้องถิ่น เพื่อจำกัดการเข้าถึงเฉพาะกลุ่ม แต่จะไม่เก็บนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อัตราภาษีกาสิโนของประเทศไทยที่ควรกำหนด

แปลงโฉมท่าเรือคลองเตย ลงทุนแสนล้าน

ดร.ธนวรรธน์กล่าวว่า ประเมินมูลค่าการลงทุนในโครงการพัฒนาสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทยที่ท่าเรือคลองเตย ซึ่งมีพื้นที่ 2,353 ไร่ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนขนาด XL มูลค่าเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาสร้างประมาณ 3-4 ปี โดยจะมีขนาดใกล้เคียงกับ The Venetian Macao ของมาเก๊า ที่มีมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 9 หมื่นล้านบาท ส่วน Entertainment Complex ที่ประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ Marina Bay Sands และ Resort World Sentosa ที่มีขนาดใหญ่กว่าเกือบ 2 เท่า

“ช่วงปี 2567-2569 จะเป็นการตรากฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร และกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง ส่วนปี 2570 จะเป็นช่วงการศึกษาและขออนุมัติโครงการ จนถึงปี 2571 จะเป็นการประกาศการจัดทำข้อกำหนดโครงการ ประมูลและทำสัญญา ส่วนปี 2572-2575 เป็นช่วงการก่อสร้างและตกแต่ง คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2576”

และคาดว่าจะมีการใช้บริการ Entertainment Complex ประมาณ 4.7 ครั้งต่อคน โดยภูมิภาคที่มีแนวโน้มการใช้บริการมากที่สุด ได้แก่ ภาคเหนือ 5.5 ครั้งต่อปี ภาคกลาง 4.8 ครั้งต่อปี ภาคใต้ 4.6 ครั้งต่อปี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4.4 ครั้งต่อปี และกรุงเทพฯ และปริมณฑล 4.2 ครั้งต่อปี สำหรับผู้ที่ตอบว่าไปแน่นอน คาดว่าจะมีการใช้จ่ายในการเล่นพนันเฉลี่ยต่อครั้งอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาทขึ้นไป

สร้างความเข้าใจ Entertainment Complex

ปัจจุบันจากการสำรวจพบว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยมากถึง 41.6% ขณะที่ผู้เห็นด้วยส่วนใหญ่มีแนวโน้มเห็นด้วยน้อยที่สุดที่ 16.4% และเห็นด้วยน้อยอยู่ที่ 19.3% ขณะที่ผู้เห็นด้วยมากที่สุดมีเพียง 2.7% โดยมีผู้ไปใช้บริการแน่นอนอยู่ที่ 10.6% ขณะที่ผู้ที่ตอบว่าไม่ไปใช้บริการแน่นอนอยู่ที่ 51.3% เนื่องจากทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติแย่ลง

สำรวจความเห็นเรื่องการเปิดสถาบันเทิงแบบครบวงจร

“ตอนนี้ถ้ารัฐบาลจะดำเนินเรื่องนี้ต่อต้องให้ความรู้กับประชาชน รับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพราะยังมีผู้ไม่เห็นด้วยมากที่สุด 41.6% แต่ก็มีเห็นด้วยมากและเห็นด้วยปานกลางประมาณหนึ่ง แสดงให้เห็นว่ายังมีหลายคนที่สับสนว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยดี จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรศึกษาให้ดีและควรให้ข้อมูลข่าวสารรอบด้านและรับฟังความเห็นประชาชนทั่วประเทศ เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม” ดร.ธนวรรธน์กล่าว

กรณีศึกษา “Entertainment Complex” ในสิงคโปร์

ดร.ธนวรรธน์ยังเผยว่า ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจจากการเปิดกาสิโน กรณีศึกษาประเทศสิงคโปร์ พบว่าในปี 2565 สถานบันเทิงแบบครบวงจรมีสัดส่วน 4% ของจีดีพี โดยสามารถสร้างงานให้ประชาชนในท้องที่ประมาณ 20,000 คน และสร้างรายได้ประมาณ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 10% ของรายได้จากภาคบริการของสิงคโปร์ และสามารถเก็บภาษีได้ 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ในปี 2565 นักท่องเที่ยวกว่า 30% ไปเยี่ยมชมสถานบันเทิงแบบครบวงจร จากนักท่องเที่ยวจำนวน 15 ล้านคน

ส่วนผลกระทบด้านสังคม การเปิดกาสิโนถูกกฎหมายทำให้รัฐบาลเก็บภาษีและนำเงินเข้ากองทุนบำบัดและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือปราบปรามการพนันผิดกฎหมาย รวมถึงหลังเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย พบว่า ปัญหาการพนันในสิงคโปร์ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะอัตราการติดพนัน และการพนันผิดกฎหมาย ลดลงจาก 2.1% ในปี 2548 เหลือ 1.4% ในปี 2554 และ 0.2% ในปี 2563

โดยรายได้จากการเล่นเกมในประเทศที่อนุญาตให้เปิดกาสิโนถูกกฎหมายส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย อาทิ มาเก๊ามีมูลค่าจาก GGR อยู่ที่ 32,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สิงคโปร์มูลค่าเงินสะพัด 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนประเทศฟิลิปปินส์อยู่ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเวียดนามอยู่ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

มูลค่าการลงทุนในโครงการพัฒนาสถานบันเทิงครบวงจนในประเทศไทย

ผลบวก-ลบที่ไทยจะได้จาก Entertainment Complex

ประเทศไทยจะได้รับผลกระโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ดังนี้ 1.ดึงดูดการลงทุนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาทต่อแห่ง 2.เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและระยะเวลาพำนัก รวมถึงเพิ่มการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน 3.เพิ่มรายได้ของธุรกิจจากสถานบันเทิงครบวงจร ได้รายได้จากการเล่นคาสิโน และรายได้จากบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

4.สร้างงานและกระจายรายได้ ก่อให้เกิดการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมในอุตสาหกรรมบริการ และ 5.เพิ่มการหมุนเวียนปริมาณเงินในระบบ และการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลที่สามารถจัดเก็บภาษีได้เพิ่ม

แต่อย่างไรก็ยังมีผลกระทบทางลบ ได้แก่ 1.เพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจใต้ดิน อาทิ หลีกเลี่ยงภาษีหรือฟอกเงินผ่านกาสิโนและการพนัน เร่งการเติบโตของธุรกิจผิดกฎหมายเกี่ยวข้องกับการพนัน 2.กระทบต่อภาระหนี้สินครัวเรือน เนื่องจากอัตราการติดพนันเพิ่มขึ้นหรือหนี้สินจากการพนันเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบกับเสถียรภาพเศรษฐกิจของครัวเรือน

3.ความเหลื่อมล้ำรายได้อาจเพิ่มขึ้น เพราะรายได้กระจุกตัวเฉพาะคนในกลุ่มกาสิโนหรือกลุ่มนายทุน รวมถึงอาจจะมีความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ และ 4.ต้นทุนสังคมจากปัญหาติดพนัน ต้องมีค่ารักษา บำบัดและฟื้นฟูผู้ติดการพนัน ซึ่งส่งผลกระทบทางอ้อมต่อครอบครัวและสังคม

มาตรการป้องกันและบรรเทาผลทางลบ

  1. ออกกฎหมายและระเบียบที่เข้มงวด ผ่านกฎหมายพนันและกาสิโนที่ครอบคลุมและเข้มงวด รวมถึงระบบออกใบอนุญาตและตรวจสอบเข้มงวด ควบคู่กับการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล
  2. ป้องกันและบำบัดการติดพนัน โดยจำกัดการเข้าถึงในกลุ่มผู้เสี่ยงสูง พร้อมให้ความรู้และรณรงค์ป้องกันติดพนัน และตั้งศูนย์บำบัดและให้คำปรึกษาผู้ติดพนัน
  3. จัดสรรรายได้พัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ด้วยการตั้งกองทุนนำรายได้พัฒนาสังคม การศึกษาและสาธารณสุข รวมถึงลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและอื่น ๆ
  4. สร้างความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน-ประชาสังคม อาทิ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกำกับดูแลและบรรเทาผลกระทบ การส่งเสริม CSR ภาคเอกชนและการเปิดให้ประชาสังคมเฝ้าระวังหรือเสนอแนะ

นอกจากนี้ยังมีข้อพิจารณาเชิงนโยบายสำหรับรัฐบาล ดังนี้

  1. เรื่องการตรากฎหมายต้องสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและผลกระทบทางด้านสังคม
  2. กลไกการกำกับดูแลจะต้องชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
  3. อัตราภาษีกาสิโนและเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนต้องสามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อดึงดูดนักลงทุน
  4. เกณฑ์การเข้าใช้บริการกาสิโนสำหรับคนท้องถิ่นควรมีความเข้มงวดและรัดกุมเพื่อช่วยลดผลกระทบทางลบที่จะเกิดขึ้น
  5. จำนวนและขนาดของโครงการลงทุนจะต้องสอดคล้องกับอุปสงค์ของตลาดเพื่อป้องกันการลงทุนเกินความจำเป็น
  6. กลไกการนำรายได้จากกิจการกาสิโนไปใช้ประโยชน์ต้องมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้