เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอกนิติ’ สั่งจับตา 2 จุดอันตรายสหรัฐบี้ไทย ‘กำลังผลิตส่วนเกิน’
Finance ‘เอกนิติ’ สั่งจับตา 2 จุดอันตรายสหรัฐบี้ไทย ‘กำลังผลิตส่วนเกิน’
อำนาจ กสทช.คลุมเครือ เอฟเฟ็กต์ธุรกิจโทรคมฯ 8 แสนล้าน
Tech อำนาจ กสทช.คลุมเครือ เอฟเฟ็กต์ธุรกิจโทรคมฯ 8 แสนล้าน
มาม่า…นวัตกรรม 3 นาที ที่เปลี่ยนโลก
World มาม่า…นวัตกรรม 3 นาที ที่เปลี่ยนโลก
นายกฯ เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ-จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
Politics นายกฯ เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ-จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สุรเกียรติ์ หนุนไทยเร่งทรานส์ฟอร์มพลังงาน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
การศึกษา สุรเกียรติ์ หนุนไทยเร่งทรานส์ฟอร์มพลังงาน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงโพสต์ “warmest hug Happy Birthday to my super Dad 💛”
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงโพสต์ “warmest hug Happy Birthday to my super Dad 💛”
พิพัฒน์ ปักธง ธ.ค. นี้ ประมูลรถไฟความเร็วสูง”โคราช-หนองคาย” 8 สัญญา 3.4 แสนล้าน
Real Estate พิพัฒน์ ปักธง ธ.ค. นี้ ประมูลรถไฟความเร็วสูง”โคราช-หนองคาย” 8 สัญญา 3.4 แสนล้าน
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา
13 บาทก็เงิน ‘นิกกี้ มินาจ’ ขอให้ ‘อีลอน มัสก์’ จ่ายรายได้จาก X เพิ่ม
SD 13 บาทก็เงิน ‘นิกกี้ มินาจ’ ขอให้ ‘อีลอน มัสก์’ จ่ายรายได้จาก X เพิ่ม
ธนพร จี้ “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ เหตุขาดคุณสมบัติ เร่งบอร์ดเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ทันที
Politics ธนพร จี้ “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ เหตุขาดคุณสมบัติ เร่งบอร์ดเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ทันที
ดูทั้งหมด

ต่างชาติหอบเงินลงทุนไทย Q1 ปี’68 รวม 47,033 ล้านบาท ญี่ปุ่นอันดับ 1

25 เม.ย. 2568 | 09:31น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยไตรมาสแรกปี 2568 ต่างชาติลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 31% เงินลงทุนรวม 47,033 ล้านบาท อันดับหนึ่ง ญี่ปุ่น ลงทุน 15,915 ล้านบาท ตามด้วยจีน 6,083 ล้านบาท และสิงคโปร์ 4,950 ล้านบาท

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกปี 2568 (มกราคม-มีนาคม) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 272 ราย

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม

เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 67 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) จำนวน 205 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 47,033 ล้านบาท โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรกของไตรมาสแรก ปี 2568 ได้แก่

1.ญี่ปุ่น 57 ราย คิดเป็นร้อยละ 21 ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 15,915 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมทางการแพทย์ เป็นต้น เพื่อค้าส่งในประเทศ
  • ธุรกิจบริการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ การเปลี่ยนและเชื่อมต่อท่อส่งใต้ทะเล ระหว่างแท่นหลุมผลิตในโครงการขุดเจาะน้ำมัน
  • ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง ชิ้นส่วนยานพาหนะ ชิ้นส่วนจับยึดเครื่องมือตัด

2.สหรัฐอเมริกา 35 ราย คิดเป็นร้อยละ 13 ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 1,490 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ซอฟต์แวร์
  • ธุรกิจบริการคลังสินค้า
  • ธุรกิจบริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิต ได้แก่ สิ่งปรุงแต่งอาหาร โลหะผสมสำหรับผลิตเครื่องประดับ

3.จีน 34 ราย คิดเป็นร้อยละ 12 ของจำนวนธุรกิจต่างชาติ เงินลงทุน 6,083 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ชิ้นส่วนโลหะ เป็นต้น เพื่อค้าส่งในประเทศ
  • ธุรกิจบริการดำเนินพิธีการศุลกากรในเขตปลอดอากร (Free Zone)
  • ธุรกิจบริการให้เช่าอาคารโรงงานพร้อมสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า ได้แก่ อุปกรณ์สำหรับเครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนเครื่องจักรอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนโลหะ ชิ้นส่วนยานพาหนะ

4.สิงคโปร์ 31 ราย คิดเป็นร้อยละ 11 ของจำนวนธุรกิจต่างชาติ เงินลงทุน 4,950 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจบริการออกแบบ จัดซื้อ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบ ตลอดจนการฝึกอบรม การให้คำปรึกษาแนะนำด้านการปฏิบัติการของงานระบบควบคุมกำกับดูแลและเก็บข้อมูล สำหรับโครงการรถไฟฟ้า
  • ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย
  • ธุรกิจบริการ Data Center
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม Printed Circuit Board ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะ

5. ฮ่องกง 22 ราย คิดเป็นร้อยละ 8 ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 3,655 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย
  • ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า
  • ธุรกิจบริการ Data Center
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า ได้แก่ แก้วเก็บความร้อน ผลิตโครงที่นั่งยานพาหนะ กระดาษลูกฟูก อะไหล่และส่วนประกอบรถยนต์ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม

ถือได้ว่าการเข้ามาประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในไทยในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมข้างต้น มีส่วนช่วยในการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของระบบควบคุมกำกับดูแลและเก็บข้อมูลสำหรับโครงการรถไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับสถานีจัดประจุไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบจัดการเชื้อเพลิงอัจฉริยะ องค์ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมจัดการคลังสินค้า เป็นต้น

เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2567 พบว่าการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 94 ราย (53%) (เดือน ม.ค.-มี.ค. 68 อนุญาต 272 ราย/เดือน ม.ค.-มี.ค. 67 อนุญาต 178 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 11,131 ล้านบาท (31%) (เดือน ม.ค.-มี.ค. 68 ลงทุน 47,033 ล้านบาท/เดือน ม.ค.-มี.ค. 67 ลงทุน 35,902 ล้านบาท)

รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเพิ่มขึ้น 760 ราย (90%) (เดือน ม.ค.-มี.ค. 68 จ้างงาน 1,605 คน/เดือน ม.ค.-มี.ค. 67 จ้างงาน 845 คน) โดยจำนวนนักลงทุนที่เข้ามาสูงสุดยังคงเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นเช่นเดียวกับปีก่อน

ลงทุนในพื้นที่ EEC

นางอรมนเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 (มกราคม-มีนาคม) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC 88 ราย คิดเป็น 32% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกปี 2567 จำนวน 32 ราย (57%) (เดือน ม.ค.-มี.ค. 68 ลงทุน 88 ราย/เดือน ม.ค.-มี.ค. 67 ลงทุน 56 ราย)

โดยมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 24,234 ล้านบาท คิดเป็น 52% ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจากประเทศ *ญี่ปุ่น 27 ราย ลงทุน 9,295 ล้านบาท *จีน 22 ราย ลงทุน 3,685 ล้านบาท *สิงคโปร์ 9 ราย ลงทุน 2,194 ล้านบาท และประเทศอื่น ๆ อีก 30 ราย ลงทุน 9,060 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ

  • ธุรกิจค้าปลีกสินค้า (แม่พิมพ์ (Mould) ที่ใช้สำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติก อุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องทำความเย็น ชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตยางรถยนต์
  • ธุรกิจบริการเคลือบผิวผลิตภัณฑ์โลหะ
  • ธุรกิจบริการให้ใช้แพลตฟอร์มและแอปพลิเคชั่น
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ที่นั่งนิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง แก้วเก็บความร้อน เป็นต้น

เฉพาะเดือนมีนาคม 2568 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 91 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 26 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 65 ราย เงินลงทุนรวม 11,756 ล้านบาท

ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และจีน ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทย 261 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการซ่อมแซมเครื่องจักรสำหรับบรรจุของเหลว องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการใช้เครื่องจักรสมัยใหม่เพื่อการผลิตรถยนต์ องค์ความรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์มบริหารงานติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้า เป็นต้น

ธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในเดือนมีนาคม 2568 ได้แก่

  • ธุรกิจการจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ
  • ธุรกิจบริการให้ใช้แพลตฟอร์มและแอปพลิเคชั่น
  • ธุรกิจบริการเคลือบผิวผลิตภัณฑ์โลหะ
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ที่นั่งนิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็กเล็ก ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนเครื่องจักรอุตสาหกรรม เป็นต้น