เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

หางแร่วิจัยสู่ ‘ไบโอซีเมนต์’ อัคราฯต่อยอดเชิงพาณิชย์

17 พ.ค. 2569 | 13:49น.

อัครา รีซอร์สเซส ผนึกกำลังจุฬาฯ-มจธ.-มทส. เปิดผลวิจัยต่อยอด “หางแร่”จากเหมืองทองคำชาตรี สู่การเป็นวัตถุดิบทางเลือกใหม่ของอุตสาหกรรมก่อสร้างและพลังงาน ชูโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน พร้อมดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายที่จะยกระดับหางแร่ให้เป็นทรัพยากรทางเลือกแห่งอนาคต โดยจับมือกับ 3 สถาบันการศึกษา ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ร่วมพัฒนางานวิจัยเพื่อต่อยอดหางแร่ ของเหลือจากกระบวนการผลิตทองคำและเงิน สู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและชุมชน ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เน้นการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่

หนึ่งในงานวิจัยที่ได้รับความสนใจ คือ ไบโอซีเมนต์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งนำหางแร่มาผสมกับวัสดุเหลือใช้ทางอุตสาหกรรม เช่น เปลือกไข่ และจุลินทรีย์จากกากน้ำปลา จนกลายเป็นวัสดุก่อสร้างรูปแบบใหม่ที่ใช้พลังงานต่ำ เนื่องจากไม่ต้องผ่านกระบวนการเผาแบบซีเมนต์ทั่วไป จุดเด่นของไบโอซีเมนต์คือความสามารถในการทนต่อการกัดกร่อนของเกลือ เหมาะกับพื้นที่ดินเค็ม และยังสามารถซ่อมแซมตัวเองได้เมื่อเกิดรอยแตกร้าว ปัจจุบันนวัตกรรมดังกล่าวได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว และถูกนำไปใช้งานจริงในรูปแบบแผ่นหน่วงน้ำเค็มเพื่อช่วยเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ผลการทดลองพบว่า พื้นที่ที่ใช้แผ่นหน่วงน้ำเค็มสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้ถึง 53% ภายในปีแรกเมื่อเทียบกับพื้นที่ดินเค็มทั่วไป อีกทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณสาร GABA ในข้าวมากกว่า 300 เท่า และลดค่าดัชนีน้ำตาลได้ราว 30% สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยที่เชื่อมโยงทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชนเข้าด้วยกัน

ขณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาการใช้หางแร่เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ ในรูปแบบอิฐบล็อกและอิฐช่องลม งานวิจัยพบว่า หางแร่ที่ผ่านการบดละเอียดมีขนาดอนุภาคที่เหมาะสมต่อการใช้งานทันที ทำให้ลดขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ ช่วยลดต้นทุนและการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต โดยวัสดุที่พัฒนาขึ้นมีสัดส่วนหางแร่ประมาณ 25-75% และยังมีความแข็งแรง ทนทาน ตอบโจทย์งานก่อสร้างยุคใหม่ นอกจากนี้อิฐดังกล่าวยังช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารได้ประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับอิฐทั่วไป และสามารถลดคาร์บอนฟุตพรินต์ได้ 5-10% สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและ Net Zero ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างขยายผลจากระดับห้องปฏิบัติการสู่โรงงานต้นแบบ เพื่อทดสอบการใช้งานจริง ก่อนถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังชุมชน เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ในอนาคต

ส่วนงานวิจัยสำคัญมาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งศึกษาการใช้หางแร่เป็นสารเติมแต่งในซีเมนต์พิเศษสำหรับอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ผลการศึกษาพบว่า การใช้หางแร่ในสัดส่วน30% สามารถเพิ่มความสามารถในการรับแรงอัดของซีเมนต์ได้มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับวัสดุอ้างอิงที่ใช้ซิลิกาในสัดส่วนเดียวกัน อีกทั้งยังมีค่าความพรุนต่ำและช่วยป้องกันการรั่วซึมของของเหลวและก๊าซได้ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หางแร่ อัครา