เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

ลำไยนอกฤดูสู่ตลาดจีน โอกาสของเกษตรกรไทย

16 ธ.ค. 2562 | 11:15น.

อาทร เจียมเด่นงาม, ธนพร ตั้งตระกูล, อภิชญา ศรีรัตน์
ส่วนเศรษฐกิจภาคเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ส่วนเศรษฐกิจภาคเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยส่งออกลำไยเป็นอันดับ 1 ของโลก จากข้อมูลการส่งออกในปี 2561 ประเทศไทยส่งออกลำไยมูลค่ารวม 27,726.8 ล้านบาท แบ่งเป็นลำไยสด 17,219.3 ล้านบาท ลำไยอบแห้งและแช่แข็ง 10,507.5 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ส่งออกไปจีนและบางส่วนผ่านเวียดนามเข้าสู่จีน รองลงมาเป็นอินโดนีเซีย ในด้านผลผลิตประเทศไทยผลิตลำไยมากถึง 1,055,847 ตัน เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีนเท่านั้น แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าหลังปี 2550 แม้ว่าผลผลิตลำไยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาของลำไยกลับเพิ่มขึ้นและมีความผันผวนน้อยลง ซึ่งความสำเร็จนี้มาจากการปรับตัวของเกษตรกรไทยและความร่วมมือจากภาครัฐ

ในช่วง 30 ปี ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์สำคัญของลำไยที่น่าสนใจอยู่หลายเรื่อง ช่วงปี 2532–2539 เกษตรกรค้นพบวิธีการทำลำไยนอกฤดูแต่ยังขาดความชำนาญ ทำให้ต้นลำไยบางส่วนเสียหาย การทำลำไยนอกฤดูจึงยังไม่แพร่หลาย ต่อมาช่วงปี 2545-2548 เกิดวิกฤตผลผลิตลำไยล้นตลาด ส่วนหนึ่งเพราะล้งรับซื้อมีน้อยราย ทำให้ราคาลำไยลดลงไปต่ำกว่า 15 บาท/กิโลกรัม จนกระทั่งปี 2550 เริ่มส่งออกลำไยอบแห้งไปจีนได้มากขึ้น ทำให้ล้งจีนเข้ามารับซื้อ ตลาดลำไยจึงกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง เกษตรกรมีแรงจูงใจปลูกลำไยมากขึ้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการปรับตัวทำลำไยนอกฤดูเพื่อส่งออกไปตลาดจีน ตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่การปลูกลำไยมากถึง 1,138,561 ไร่ เกษตรกรกว่า 200,000 ครัวเรือน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือประมาณ 70% ภาคตะวันออก 28% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2% ที่น่าสนใจคือเป็นการทำลำไยนอกฤดูมากกว่า 50% ของพื้นที่ทั้งหมด

จากข้อมูลจะเห็นว่าในช่วงก่อนปี 2550 ราคาลำไยจะค่อนข้างอยู่ในระดับต่ำ เมื่อปีใดผลผลิตมากราคาก็จะลดลง ปีใดมีผลผลิตน้อยราคาก็จะสูงมาก (เช่นปี 2541 เกิดเอลนิโญทำให้มีผลผลิตน้อยราคาจึงพุ่งเกิน 80 บาท/กิโลกรัม) ภายหลังปี 2550 แม้ว่าผลผลิตลำไยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาก็ไม่ได้ตกต่ำเหมือนในอดีต เนื่องจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเกษตรกรร่วมมือกันพัฒนาการผลิตลำไย มีการวิจัยและเผยแพร่ความรู้ในการใช้สารโพแทสเซียมคลอเรตอย่างถูกต้อง ให้ความรู้ด้านเทคนิคการดูแลรักษาตัดแต่งกิ่งและจัดทรงพุ่ม เพื่อให้ได้ผลผลิตลำไยนอกฤดูที่มีคุณภาพ รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีภายหลังการเก็บเกี่ยวให้สามารถเก็บรักษาลำไยได้นานขึ้น ทำให้ส่งออกลำไยได้ตลอดทั้งปี

เกษตรกร ภาครัฐ ร่วมก้าวผ่านปัญหาการกระจุกตัวของผลผลิต เมื่อเปรียบเทียบปริมาณผลผลิตกับราคาลำไย ระหว่างก่อนหน้าการทำลำไยนอกฤดู (ปี 2548-2549) กับภายหลังการทำลำไยนอกฤดู (ปี 2561-2562) จะเห็นว่าช่วงเดือน ก.ค.–ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ลำไยออกสู่ตลาดจำนวนมาก ก่อนการทำลำไยนอกฤดูราคาที่เกษตรกรขายได้จะตกลงมาอยู่ที่ 10-15 บาท/กิโลกรัม ขณะที่ภายหลังการทำลำไยนอกฤดูราคาสามารถคงอยู่ที่ 25-30 บาท/กิโลกรัมได้

อนาคตตลาดส่งออกลำไยยังมีทิศทางดี จากหลายปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) ตลาดจีนยังมีความต้องการต่อเนื่อง โดยมีความเชื่อว่าลำไยคือ “ผลไม้ตามังกร กินแล้วโชคดี มีสรรพคุณทางยา” (2) ผลผลิตภายในประเทศจีนไม่เพียงพอ ผลิตได้เองเพียง 1.2-1.4 ล้านตัน ขณะที่ต้องการบริโภคมากถึง 2 ล้านตัน/ปี (3) ลำไยไทยมีคุณภาพสูง ผลใหญ่ รสชาติหวาน เนื้อหนา เม็ดเล็ก ต่างจากลำไยปิงปองของเวียดนาม (4) ระบบขนส่งดีขึ้น ทั้งช่องทางเรือและรถยนต์ โดยเฉพาะเส้นทาง R3A และ R12 ที่เชื่อมโยง 4 ประเทศ ทั้งจีน เวียดนาม สปป.ลาว และ ไทย (5) ASEAN-China Free Trade Agreement: ACFTA จีนยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าผลไม้จากไทยภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ทำให้การส่งออกลำไยไทยสะดวกมากขึ้น

การผลิตลำไยต้องพัฒนาต่อเนื่องให้เกิดความยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพ เกษตรกรต้องเข้าสู่มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice : GAP) ภาคธุรกิจควรเน้นพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาและแปรรูป ให้ตรงความต้องการของตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น โดยเฉพาะการทำลำไยอบแห้งสีทองซึ่งเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ภาครัฐสนับสนุนการวิจัยถ่ายทอดความรู้ การพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ การป้องกันความเสี่ยงโรคต่างๆ การควบคุมมาตรฐานการส่งออก รวมทั้งช่วยขยายตลาดใหม่ๆ