เอกชนสวนพาณิชย์ชี้ส่งออกข้าวปี”63 ได้แค่ 7 ล้าน

แล้งทุบผลผลิตข้าวไทย “กรมการค้าต่างประเทศ” ลุยจัดกิจกรรมพบคู่ค้าหลัก หวังดันยอดส่งออกข้าวปี”63 ให้ถึงเป้าหมาย 7.5 ล้านตัน ด้านเอกชนมองสวนทางได้แค่ 7 ล้านตัน

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในปี 2562 ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 7.58 ล้านตัน ลดลง32.50% จากปี 2561 ที่มีปริมาณ 11.23 ล้านตัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 8 ล้านตัน ส่วนในปี 2563 ตั้งเป้าหมายการส่งออกปริมาณ 7.5 ล้านตัน เป็นผลจากภัยแล้งกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวลดลง ล่าสุดเดือนมกราคม ได้ออกใบอนุญาตส่งออกไปแล้ว 669,000 ตัน

โดยกรมการค้าต่างประเทศยังคงมุ่งจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันการส่งออกข้าวตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ทั้งในรูปแบบการจัดคณะผู้แทนการค้าฯ และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ สำหรับแผนในปีนี้กรมจะจัดคณะผู้แทนการค้าฯเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในประเทศที่เป็นลูกค้าหลัก

อาทิ มาเลเซีย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในภูมิภาคต่าง ๆ ได้แก่ 1.ภูมิภาคเอเชียจัดงาน FOODEX 2020 ณ ประเทศญี่ปุ่น และงาน China-ASEAN Expo (CAEXPO) ครั้งที่ 17 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน 2.ภูมิภาคยุโรปจัดงานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์นานาชาติ BIOFACH 2020 ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และ 3.ภูมิภาคตะวันออกกลาง จัดงาน Gulfood 2020 ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากนี้ กรมได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดคณะผู้แทนการค้าฯเดินทางไปเจรจาธุรกิจในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพ เช่น แอฟริกาใต้ เป็นต้น กิจกรรมต่าง ๆ ของกรมจะมุ่งเน้นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานข้าวไทยในตลาดโลก

“กรมในฐานะคนขายได้ไปพบลูกค้าในประเทศต่าง ๆ ได้รับทราบข้อมูลว่าลูกค้าต้องการของลูกค้า นำมาขยายผลในการทำตลาดให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เพื่อให้การส่งออกเป็นไปตามเป้าหมาย ได้ตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย กรมการข้าว กรมการค้าต่างประเทศ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และอาจพิจารณาเชิญสถาบันการศึกษาที่มีการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวเข้าร่วมด้วย เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด นำร่องในข้าว กข.79 คาดว่าจะหารือกันในวันที่ 14 ก.พ.นี้ และจะมุ่งกำหนดแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน พัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของข้าวไทย”

สำหรับความคืบหน้าในการเจรจาขายข้าวจีทูจีรัฐบาลจีนนั้น กรมได้ประสานให้มีการส่งข้าวเพียงชนิดเดียว ปริมาณ 100,000 ตัน เพื่อผลักดันให้สามารถส่งออกได้เร็วขึ้น คาดว่าจะมีการหารืออีกรอบหลังวันหยุดเทศกาลตรุษจีน

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าแผนการจัดงานในปีนี้ลดลงจากแผนในปี 2562 ที่จัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับคู่ค้าในสิงคโปร์ ฮ่องกง ตุรกี เยอรมนี มาเลเซีย เข้าร่วม

งานแสดงสินค้านานาชาติ คือ BIOFACH2019 ประเทศเยอรมนี งาน Gulfood 2019 ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ งาน CAEXPO ที่ประเทศจีน และมีการพบกับผู้นำเข้าฮ่องกง 32 ราย ที่มาเยี่ยมชมและศึกษาดูงานการวิจัยและการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย รวมถึงการจัดประชุมคณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงแห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Food Security Reserve Board : AFSRB) และเข้าร่วมงานแสดงสินค้า THAIFEX-World of Food Asia 2019

ด้าน นายสมบัติ เฉลิมวุฒินันท์ ประธานบริษัท เอเซียโกลเด้นไรซ์ จำกัด เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมการส่งออกในไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าจะเฉลี่ยที่เดือนละ 3-5 แสนตัน จากนั้นช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคมจะแย่ลงไปอีก จากปัจจัยหลักปีนี้ไทยประสบภัยแล้งไม่มีข้าว ประกอบกับราคาข้าวไทยยังสูงกว่าราคาข้าวคู่แข่ง ในด้านตลาดส่งออกถามว่าเมื่อมีวิกฤตไวรัสโคโรน่าจะมีการตุนสต๊อกมากขึ้นหรือไม่ มองว่าอาจจะมีออร์เดอร์เพิ่มมาบ้างแต่ไม่มาก ส่วนตลาดฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียเท่าที่ติดตามสถานการณ์ก็ยังไม่จำเป็นต้องนำเข้าช่วงนี้ ดังนั้น การส่งออกปี 2563 น่าจะทำได้ 7 ล้านตัน ลดลงจากปี 2562 แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ต้องดูว่าปริมาณฝนจะเป็นอย่างไร มาเร็วหรือไม่

“ปีก่อนไทยเกิดปรากฏการณ์ว่า ผลผลิตเท่าเดิม 30 ล้านตัน เป็นข้าวสาร 20-21 ล้านตัน ส่งออกได้ลดลงเหลือ 7.5 ล้านตันจากปกติ 10 ล้านตัน บริโภคภายในเท่าเดิม 10 ล้านตัน เท่ากับว่าสต๊อกเราต้องมีเหลือมาก ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวบริโภคภายในต้องลดลง แต่ในทางความเป็นจริงราคาภายในกลับไม่ลดลง ผมว่าเราควรทบทวนตัวเลขเกี่ยวกับข้าวกันดูว่ามีอะไรที่ผิดปกติ”

นายสมบัติกล่าวว่า เอเซียฯปี 2562 ส่งออกได้ประมาณ 13-14% ของภาพรวมการส่งออก หรือประมาณ 9.75 แสนตัน-1.05 ล้านตัน ส่วนในปีนี้ก็พยายามรักษาสัดส่วนนี้ไว้ให้ได้แต่ไม่ง่ายนัก เพราะไม่มีข้าวถึงจะไปหาตลาดใหม่ก็ไม่มีประโยชน์ การแข่งขันกับผู้ส่งออกรายเล็ก รายกลางก็รุนแรงขึ้น

ขณะที่นายศุภชัย วรอภิญญาภรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ธนสรรไรซ์ จำกัดที่มองไปในทิศทางเดียวกันว่า การส่งออกปีนี้น่าจะทำได้ 7 ล้านตัน ปัจจัยหลักมาจากค่าบาท ภาวะแล้งของไทย ขณะที่ผลผลิตข้าวเพื่อนบ้านยังดี ช่วงต้นปีที่ผ่านมาไทยสามารถทำตลาดปลายข้าวท่อนได้ดี มีราคาสูงถึงเกือบ 400 เหรียญสหรัฐต่อตัน สูงกว่าเดิมตันละ10-20 เหรียญสหรัฐ โดยจีนนำเข้าไปทำเส้นก๋วยเตี๋ยว ส่วนข้าวชนิดอื่นก็ยังมีการออร์เดอร์ปกติไม่สะดุด แต่จีนมีสต๊อกข้าวปริมาณมากทำให้การสั่งซื้อไม่ได้หวือหวามากนัก ไม่มีการสั่งไปตุนสต๊อกเพราะข้าวหอมที่สั่งไปครบหมดแล้วและอยู่ระหว่างการเคลียร์สินค้าจากท่าเรือหลังเปิดตรุษจีนยังไม่มีคำสั่งซื้อใหม่ มีเร่งให้ส่งมอบให้เร็วขึ้นบ้าง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @Prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ