“จีน” พลิกส่งออกข้าว เทสต๊อก 117 ล้านตัน ชิงตลาดแอฟริกา

สถานการณ์การส่งออกข้าวไทยครึ่งปีแรกปี 2563 มีปริมาณ 3.14 ล้านตัน ลดลง 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีมูลค่า 2,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 12% ส่งผลให้ไทยตกเป็นอันดับ 3 ของโลก รองมาจากอินเดีย และเวียดนามสาเหตุมาจากปัญหาภัยแล้งส่งผลให้ปริมาณข้าวเปลือกลดลงจากภาวะปกติถึง 5 ล้านตัน หรือประมาณ 20% อีกทั้งปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้ราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งถึง 50 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดยเฉพาะข้าวนึ่งถือเป็นสินค้าที่น่าห่วงจากปัญหาราคาข้าวนึ่งไทยสูงกว่าคู่แข่งอย่างอินเดียกว่า 80%

แนวโน้มการส่งออกข้าวไทยครึ่งปีหลังยังอยู่ในภาวะยากลำบากต่อเนื่อง จากปัจจัยลบที่รุมเร้าต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทย ทำให้ไทยเสี่ยงที่จะเสียตลาดมากขึ้น และต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จากคู่แข่ง “จีน” ที่มีสต๊อกข้าวสารถึง 117 ล้านตัน เตรียมปล่อยระบายสู่ตลาดส่งออก

ลดเป้าหมายส่งออก

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกข้าวในครึ่งปีหลังยังคงลำบาก เนื่องจากปัญหาของโควิด-19 ทำให้มีการนำเข้าข้าวมากกว่าปกติ และอยู่ในภาวะสต๊อกเต็ม ซึ่งจะทำให้การส่งออกข้าวไทยในช่วง 1-2 เดือนจากนี้อาจชะลอตัวลง สมาคมจึงปรับลดเป้าหมายการส่งออกข้าวทั้งปี 2563 เหลือ 6.5 ล้านตัน มูลค่า 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่คาดว่า 7.5 ล้านตัน โดยแบ่งเป็น ชนิดข้าวขาวส่งออก 2.4 ล้านตัน ข้าวนึ่ง 1.2 ล้านตัน ข้าวหอมมะลิ 1.8 ล้านตัน ข้าวหอมไทย 8 แสนตัน และข้าวเหนียว 3 แสนตัน

“แม้ค่าเงินบาทจะอ่อนลงมา 2-3% แต่ยังสูงกว่าคู่แข่ง หวังว่าจะอ่อนค่าลงมากกว่านี้ประมาณ 32-33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพราะหากยังอยู่ที่ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะยิ่งทำให้การส่งออกลำบากมากขึ้น ซึ่งต้องดูทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ว่าจะมีนโยบายในการดูแลเรื่องนี้อย่างไร”

พ่ายข้าวขาวพื้นนุ่มเวียดนาม

ขณะที่ปัญหาเรื่องพันธุ์ข้าวขาวของไทยยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ด้วย เนื่องจากขณะนี้ตลาดมีความต้องการบริโภค “ข้าวขาวพื้นนุ่ม” เห็นได้จากตลาดฟิลิปปินส์ ครึ่งปีแรกมีการนำเข้าข้าวขาว 1.3 ล้านตัน ซึ่ง 70-80% นำเข้าข้าวขาวพื้นนุ่มจากเวียดนาม นำเข้าจากประเทศไทยเพียง 2 แสนตัน จากภาวะปกติที่จะมีการนำเข้าข้าวขาวจากไทยประมาณครึ่งหนึ่ง สะท้อนว่าผู้บริโภคฟิลิปปินส์นิยมข้าวชนิดนี้มากขึ้นไม่เพียงเท่านั้น มาเลเซียก็หันไปซื้อเวียดนามมากขึ้นเช่นกัน

“การแก้ไข ไทยต้องมีการพัฒนาพันธุ์ข้าวขาวพื้นนุ่มเข้ามาทำตลาดมากขึ้นล่าสุดสมาคมได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์ในการจัดทำยุทธศาสตร์ข้าว 10 ปีซึ่งให้ความสำคัญในการพัฒนาพันธุ์ข้าวนุ่มเพื่อนำมาแข่งขันกับคู่แข่ง ซึ่งที่ผ่านมานี้ได้มีการจัดประกวดพันธุ์ข้าวขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้สถาบัน หรือหน่วยงานที่พัฒนาพันธุ์ข้าวมาเสนอให้ภาครัฐเร่งผลักดัน โดยขึ้นทะเบียนพันธุ์ข้าวให้เร็วมากขึ้น ไม่ต้องรอกรมการข้าวเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ไทยนั้นมีพันธุ์ข้าวเข้ามาแข่งขันได้”

จีนถล่มตลาดแอฟริกา

อนาคตบทบาทไทยในฐานะผู้ส่งออกจะลดลง โดยจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดข้าวมากขึ้น ซึ่ง “นายโชคชัย เศรษฐีวรรณ” อุปนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่าปัจจุบันผู้เล่นในตลาดข้าวโลกมีเพิ่มขึ้นจากปกติ 3-4 ราย อาทิ อินเดีย เวียดนาม ไทย สหรัฐ แต่ปีนี้มีจีนเพิ่มเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดข้าว เนื่องจากจีนมีสต๊อกข้าวถึง 117 ล้านตัน ซึ่งจะสำรองเพื่อการบริโภคเพียง 60-70 ล้านตันที่เหลือจะระบายออกมาในตลาด ซึ่งมีแนวโน้มจะส่งออกไปทดแทนตลาดข้าวขาวของไทย โดยเฉพาะตลาดเก่าอย่างแอฟริกา ซึ่งมีการประเมินว่าการส่งออกข้าวของจีนไปในตลาดแอฟริกา ปี 2563 อยู่ที่ 3 ล้านตัน เพิ่มเป็น 3.2 ล้านตันในปี 2564

ไม่เพียงเท่านั้น “เวียดนาม” ยังดึงส่วนแบ่งตลาดกลุ่มเอเชียไปจากไทย ในช่วงครึ่งปีแรกทำให้ไทยส่งออกมาเลเซีย ลดลง 57.5% ฟิลิปปินส์ ลดลง 81.8% มีเพียงญี่ปุ่นที่นำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น 8.47% ขณะที่ข้าวนึ่งไทยส่งออกไปตลาดเบนิน ลดลง 95.5% แคเมอรูน ลดลง 76.5% เยเมน ลดลง 34.7% เพราะถูกอินเดียดึงส่วนแบ่งไป จากปัจจัยเรื่องราคาที่ถูกกว่าไทยถึงตันละ 70-80 เหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม มีเพียงข้าวหอมมะลิเท่านั้นที่ยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดดี โดยไทยส่งออกไปสหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.5% สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 112.6% และฮ่องกง 23.8%

“ภาพรวมสัดส่วนการส่งออกข้าวไทยไปในตลาดโลกปรับลดลง ทั้งแอฟริกา เอเชีย สหรัฐอเมริกา ทั้งที่ปริมาณการซื้อขายและความต้องการข้าวในตลาดโลกยังเป็นจำนวนปกติ แต่ผู้ส่งออกเพิ่มขึ้น”

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ยอดส่งออกที่ลดลงเหลือ 6.5 ล้านตัน ถือว่าต่ำสุดในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2543 ที่เคยส่งออกได้ 6.1 ล้านตัน โดยช่วงต้นปีราคาข้าวไทยแพง เช่น ข้าวขาว 5% ตันละ 520 เหรียญสหรัฐ เวียดนาม ตันละ 460 เหรียญสหรัฐ อินเดีย ตันละ 360 เหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดี จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ผลผลิตข้าวทยอยออก ส่งออกไม่ดี ทำให้ปริมาณข้าวในประเทศเพิ่ม ทำให้ราคาข้าวไทยถูกลง โดยข้าวขาว 5% เหลือตันละ 440 เหรียญสหรัฐ เวียดนามตันละ 410-450 เหรียญสหรัฐ อินเดียตันละ 370 เหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดว่าการส่งออกข้าวไทยจากนี้ดีขึ้น ประกอบกับคาดว่าอินโดนีเซียจะมีการนำเข้าข้าวในช่วงไตรมาส 4 ด้วย”

กู้ยอดขาย จีทูจี 3 แสนตัน

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เป้าหมายการส่งออกข้าวของไทยทั้งปี 2563 ที่ 7.5 ล้านตัน โดยกรมเตรียมเร่งรัดให้รัฐวิสาหกิจจีน คอฟโก้ นำเข้า 300,000 ตัน ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือจากสัญญาที่รัฐบาลลงนามไว้ 1 ล้านตัน และได้ส่งมอบไปแล้ว 700,000 ตันพร้อมทั้งเร่งผลักดันการส่งออกไปตลาดมาเลเซียและฟิลิปปินส์ โดยเตรียมจัดคณะพบผู้นำเข้าเพื่อขยายการส่งออกข้าวให้มากขึ้น ส่วนแผนระยะยาวทางกรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำยุทธศาสตร์ข้าวต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ