เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ระบบบำนาญไทยพร้อมแค่ไหน? เปิดผลจัดอันดับโลกและ 4 โจทย์ที่ต้องเร่งแก้
Economic ระบบบำนาญไทยพร้อมแค่ไหน? เปิดผลจัดอันดับโลกและ 4 โจทย์ที่ต้องเร่งแก้
ปลุกเศรษฐกิจอุดรฯ 365 วัน ‘ศุภจี’ เชื่อมทะเลบัวแดง-ข้าว-ค้าปลีกท้องถิ่น
Economic ปลุกเศรษฐกิจอุดรฯ 365 วัน ‘ศุภจี’ เชื่อมทะเลบัวแดง-ข้าว-ค้าปลีกท้องถิ่น
CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Economic CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
Tech Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ดูทั้งหมด

หั่นจีดีพีปี’63 ติดลบ 9.4 หอการค้าห่วงตกงาน 7 ล้านคน

03 ส.ค. 2563 | 15:51น.

นายธนวรรธน์​ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ศูนย์ฯปรับประมาณการภาวะเศรษฐกิจไทยโดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2563 คาดว่าจะติดลบ 9.4% จากเดิมที่คาดว่า ลบ3.4%-4.9% รวมถึงส่งออก ติดลบ10.2% ปรับลดจากเดิมติดลบ8.8% โดยเป็นการลงทุนติดลบ 8% เงินเฟ้อติดลบ 5% และจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศติดลบมากถึง 82.3% ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าเสียหายประมาณ 2 ล้านล้านบาท จากปัจจัยหลักคือการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะมาตรการล็อกดาวน์ และการเลิกจ้างงานในประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้น รวมทั้งค่าเงินผันผวน ความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน และเศรษฐกิจโลกภาพรวมอยู่ในสภาวะซบเซา

นอกจากนี้ จีดีพีไตรมาส 2/2563 คาดว่าจะติดลบ 15% ซึ่งเป็นภาวะเสี่ยง หนักกว่าไตรมาส 2/2541 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติการณ์​ต้มยำกุ้ง ที่ติดลบอยู่ที่ 12% นับเป็นตัวเลขที่ติดลบหนักสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่าทีมเศรษฐกิจชุดใหม่จะเร่งรัดกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมโดยเฉพาะโครงการเดิมที่อยู่ คือ โครงการเงินกู้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ควรให้น้ำหนักกับโครงการที่มุ่งเน้นการจ้างงาน และมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (โซฟโลน) วงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลต้องผ่อนคลายเงื่อนไขข้อจำกัดเพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงวงเงินสินเชื่อซอฟโลนได้มากขึ้น เพื่อประคองธุรกิจให้เกิดการจ้างงาน และขอให้รัฐบาลพักชำระหนี้6เดือนเพื่อประคองค่าครองชีพไปจนถึงต้นปีหน้าที่คาดว่าจะมีวัคซีนป้องกันการระบาดโควิด-19

นายธนวรรธน์​ กล่าวต่อว่า หากในกรณีที่ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ไม่สามารถเข้ามาบริหารงาน และกระตุ้นนโยบายโดยเร่งด่วนได้ภายในช่วง 3 เดือนหลังจากนี้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว และซบเซา เบื้องต้นจากจำนวนแรงงานทั้งหมด 12.1 ล้านคน ในจำนวนนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสุ่มเสี่ยงที่จะมีการเลิกจ้าง 3.1 ล้านคน ซึ่งจากผลสำรวจผู้ประกอบการได้รับผลกระทบและมีแนวโน้มเลิกจ้างแรงงานประมาณ 1.93 ล้านคน ในกรณีเลวร้ายที่สุดอาจทำให้เกิดการเลิกจ้างถึง 7 ล้านคน

“น่าเห็นใจทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ แต่เราต้องฝากความหวัง หากทีมเศรษฐกิจชุดใหม่มีการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศ และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้าถึงซอฟโลนมากขึ้น จะช่วยบรรเทาการว่างงาน จากปัจจุบันที่มีการเข้าถึงเพียง 1 แสนล้านบาทเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกว่าร้อยละ 70 คือ ท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจเสริมความงาม รัฐบาลต้องเร่งอัดฉีดมาตรการเพื่อประคองธุรกิจไม่ให้ปิดกิจการไปมากกว่านี้นายธนวรรธน์​ กล่าว

ส่วนภาคการท่องเที่ยวนั้น ศูนย์ฯประเมินว่า ในปีนี้จะไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศภายใต้แนวทางทราเวลบับเบิ้ลได้ จึงคาดว่าในกรณีที่แย่ (worse case) ทั้งปีจำนวนนักท่องเที่ยวจะเหลือเพียง 6.8 ล้านคน หรือลดลงประมาณ ลบ83% นอกจากนี้ ทางศูนย์พยากรณ์ประเมินว่าในปี 2564 หากมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีโอกาสที่จีดีพีจะกลับมาเป็นบวกในช่วงไตรมาส 2/2564 และคาดว่าทั้งปีจะกลับมาเป็นบวกหรืออยู่ที่ประมาณ 4-5%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนตกงาน จีดีพี (GDP) เศรษฐกิจ