เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1.114 พันล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1.114 พันล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
Finance กรุงศรี เร่งเคลื่อน AI พลิกโฉมแบงก์ ยกระดับบริการ สินเชื่อ บริหารความเสี่ยง
เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
Economic เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน
เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
Economic เดโมแครตคุมสภา! ศุภจีชี้สหรัฐอาจระวังเกมภาษีมากขึ้น แต่ ART ไทยยังเดินหน้าต่อ
ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
Economic ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
Finance XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
ดูทั้งหมด

รัฐช่วยจ่ายเงินเดือน 50% จูงใจบริษัทเอกชน “จ้างงานใหม่”

24 ส.ค. 2563 | 09:05น.

รองนายกฯ “สุพัฒนพงษ์” เร่งสปีดแก้ปมคน “ว่างงาน” โหมโรงออกมาตรการอุดหนุนเงินให้ผู้ประกอบการ “จ้างงานใหม่” เน้นดูดซับบัณฑิตจบใหม่ 4 แสนคน คณะทำงานชงสูตร รัฐ “ช่วยจ่ายเงินเดือน” 5,000-7,500 บาทต่อเดือนเป็นเวลา 1 ปี ประเมินใช้เงิน 2.4-3.6 หมื่นล้านบาท ชงเข้า ครม.สัญจรระยอง 25 ส.ค.นี้ พร้อมเดินสายเจรจาบริษัทยักษ์ ให้นำร่องเดินหน้าจ้างงานเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ ขาใหญ่ “ซี.พี.-บีทีเอส-ปตท.-บางจาก” รับลูกขยายลงทุนจ้างงานเพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลกระทบของโควิด-19 ปัญหาวิกฤตคนตกงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากธุรกิจมีการเลิกจ้างและปิดกิจการเพิ่มมากขึ้นโดยตัวเลขล่าสุด ณ สิ้นไตรมาส 2/2563 ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติมีจำนวนคนตกงาน 7.5 แสนคน และมีกลุ่มเสี่ยงตกงานในช่วงครึ่งปีหลังอีก 1.7 ล้านคน และมีกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ที่จะเข้ามาในตลาดแรงงานปีนี้อีก 4-5 แสนคน ทำให้ปัญหา “ว่างงาน” เป็นหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องเร่งออกมาตรการมาดูแล

รัฐช่วยจ่ายเงินเดือน 50%

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงมาตรการแก้ปัญหา “ว่างงาน” ว่า นโยบายหลักที่ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 (ศบศ.) เห็นชอบ คือ จะมีมาตรการจูงใจเอกชนให้มาร่วมมือกับรัฐบาลในรูปแบบ “ร่วมจ่าย” หรือ co-payment จะสะดวกและรวดเร็วกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือและจัดทำรายละเอียดจำนวนผู้ตกงาน จำนวนผู้เดือดร้อนที่แน่นอน โดยมาตรการดูแลคนตกงานจะมีมาตรการภายใต้เงินงบประมาณปี 2564 และมาตรการภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ ในส่วนของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาท คาดว่าจะรวบรวมความต้องการแรงงานในอนาคตได้หลักล้านตำแหน่ง ซึ่งจะว่าจ้างในระยะสั้น 12 เดือน แต่ก็ต้องมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมโครงการกันด้วย

“ในการสนับสนุนการจ้างงานแบ่งออกเป็น บัณฑิตจบใหม่ 400,000 คน และคนที่ตกงานอยู่อีก 400,000 คน ไม่รวมคนที่จะตามมาอีก ซึ่งจะมีการหารือกันว่าจะสนับสนุนคนละเท่าไหร่ จะครึ่งหนึ่ง หรือจะกี่พัน เช่น บริษัทเอกชนจ้างงานใหม่เข้ามา รัฐจะร่วมจ่ายครึ่งหนึ่ง หรือไม่เกินจำนวนเท่าไหร่ แต่จะไม่ใช้วิธีหักลดหย่อนภาษีเหมือนที่เคยทำเพราะช้า แต่จะให้อินเซนทีฟแบบจ่ายครึ่งราคา”

เดินสายถกบริษัทยักษ์

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ตนจะเดินสายคุยกับบริษัทเอกชนเพื่อทำความเข้าใจปัญหาประเทศ และมาตรการต่าง ๆ ที่จะร่วมมือกับรัฐบาล รวมทั้งขอให้โครงการลงทุนอย่าเพิ่งไปดีเลย์ ให้เดินหน้าต่อ เพราะเป็นการสร้างงาน และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ นโยบายและมาตรการต่าง ๆ ต้องผลักดันให้สำเร็จ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุนกลับมาลงทุน โดยเมื่อ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการพบกลุ่มธุรกิจพลังงานเป็นกลุ่มแรก ประมาณ 20 บริษัท ที่กระทรวงพลังงานกำกับดูแล เช่น ปตท. และบริษัทในเครือ รวมถึงธุรกิจไฟฟ้า เช่น กฟผ. ราชบุรีกรุ๊ป เอ็กโก้ เป็นต้น

“ถ้าภาคเอกชนที่ยังพอมีกำไรอยู่บ้าง เข้ามาร่วมในมาตรการที่รัฐบาลเสนอเรื่องของการจ้างแรงงาน พัฒนาอะไรต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการจ้างบัณฑิตจบใหม่ที่จะเสนอ ครม.สัญจร ที่จังหวัดระยอง ในวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2563”

“เราเริ่มจากกลุ่มที่มีความเชื่อมี believe ก่อน จากนั้นค่อยจุดพลุขึ้นมา เกิดมิติใหม่ เกิดความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งที่จะมาช่วยกัน แล้วขยายผลไปยังอุตสาหกรรมกลุ่มอื่น ๆ และบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันนี้เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคคลี่คลาย บางคนกลับสู่สภาพเดิม บางคนกลับใกล้เคียงสภาพเดิม แต่บางคนยังลำบากอยู่ และบริษัทที่มีกำไรได้ ไม่ใช่เพราะตัวเอง แต่ต้องมีลูกค้า ต้องมี stakeholder ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น วันนี้ต้องหันกลับไปดูสิ่งเหล่านี้กันใหม่ เป็นวาระของทุกคน เป็นวาระของประเทศ”

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับรัฐและเอกชนด้านพลังงาน ได้มอบหมายให้ช่วยกันคิดว่าจะช่วยแก้ไขเศรษฐกิจได้อย่างไร โดยเฉพาะรองรับการจ้างงานของนักศึกษาจบใหม่ และการช่วยเหลือ SMEs ตามนโยบายที่รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาช่วยเหลือคนตกงาน และนักศึกษาจบใหม่ที่มีจำนวน 400,000 คน ที่คาดว่าจะตกงาน โดยให้นำกลับมาเสนอภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อเน้นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน ผ่านกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในปีงบประมาณ 2564

จ่ายเดือนละ 5,000 บาท ยาว 1 ปี

แหล่งข่าวจากกระทรวงแรงงานเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากนโยบายของรัฐบาลแก้ปัญหา “คนว่างงาน” โดยที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะเข้าไปอุดหนุนการจ้างงานของภาคเอกชน ในลักษณะช่วย “จ่ายเงินเดือน” ให้กับแรงงานที่เป็นการจ้างงานใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ประมาณ 4 แสนคน โดยจากที่ได้มีการประชุมหารือของคณะทำงาน มีข้อเสนอการอุดหนุน 5,000-7,500 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน ซึ่งยังไม่ได้สรุปตัวเลขที่ชัดเจน เพราะก็ยังมีข้อถกเถียงว่า ตัวเลขไหนเหมาะสม

“ในกรณีการรับบัณฑิตจบใหม่เข้ามาทำงานเงินเดือน 15,000 บาท รัฐบาลอาจช่วยจ่าย 5,000 บาท และเจ้าของธุรกิจจ่าย 10,000 บาท หรือจะเป็นการแบ่งจ่ายคนละครึ่ง คือ 7,500 บาท ซึ่งก็มีข้อคิดเห็นที่ต้องพิจารณาหลายด้าน จากตัวเลขดังกล่าวประเมินคร่าว ๆ จะต้องใช้เม็ดเงินประมาณ 24,000-36,000 ล้านบาท สำหรับการดูดซับแรงงานจบใหม่ ประมาณ 4 แสนคน ในช่วงระยะเวลา 1 ปี”

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่เข้าร่วมโครงการเพื่อรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจะต้องมีเงื่อนไขว่า จะต้องไม่มีการปลดพนักงานออก รวมทั้งอาจต้องมีเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติม เพราะก็อาจเป็นคำถามจากสังคมว่า รัฐบาลเอาเงินไปช่วยอุดหนุนธุรกิจขนาดใหญ่ สิ่งที่ต้องอธิบายคือโครงการนี้ต้องให้ธุรกิจขนาดใหญ่ช่วยให้เกิดการจ้างงานใหม่ ซึ่งจากภาวะปกติ องค์กรธุรกิจอาจจะมองแต่ในแง่ของการลดต้นทุนเป็นหลัก

ซี.พี.รับลูกจ้างงานทักษะใหม่

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี. กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีหากรัฐบาลมีนโยบายที่จะผลักดันให้เกิดการจ้างงานภายในประเทศถึง 1 ล้านตำแหน่ง หรืออาจมากกว่านั้น ซึ่งการจะเข้าร่วมคงต้องดูรายละเอียดก่อนว่า วิธีการจะเป็นอย่างไร แต่ในภาพใหญ่ของเครือ ซี.พี. มีนโยบายชัดเจนอยู่แล้วในการรักษาพนักงานที่มีอยู่เดิม และจ้างงานเพิ่มเติมในส่วนที่ต้องเปลี่ยนแปลง และต้องการทักษะใหม่ ๆ หรือเป็นเรื่องใหม่

กลุ่ม BTS อ้าแขนรับนโยบาย

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานบริหาร บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) กล่าวว่า บริษัทพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ หรือคนที่ว่างงานในช่วงโควิด-19 เนื่องจากเป็นนโยบายที่ดี แต่ขอดูรายละเอียดก่อนถึงจะกำหนดแผนงานออกมาได้สอดรับกับ นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ตั้งโต๊ะเปิดรับนักศึกษาที่จะจบมาทำงานในบริษัทอยู่แล้ว มีทุกด้าน มากที่สุดเป็นวิศวกร และพนักงานบนสถานีรถไฟฟ้า เพื่อรองรับการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ปลายปี 2563 และสายสีชมพู และสายสีเหลือง ในเดือน ต.ค. 2564

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น กล่าวว่า ทุกปีบริษัทจะรับพนักงานเพิ่มอยู่แล้ว มีทั้งวิศวกรและช่างควบคุมงาน ทั้งปริญญาตรีและวุฒิ ปวส. เพราะบริษัทมีงานก่อสร้างอยู่ในมือจำนวนมาก

ปตท.เร่งลงทุนขยายงาน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.เตรียมจัดทำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐ โดย ปตท.จะเดินหน้าโครงการทั้งหมดให้กลับมาเต็ม 100% เพื่อให้เกิดการจ้างงานในโครงการที่รับผิดชอบอยู่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับบริษัทในกลุ่มถึงการช่วยเหลือด้านใดได้บ้าง ทั้งช่วยหาตลาดให้ชุมชน และวิสาหกิจชุมชนนำสินค้ามาขายในปั๊มน้ำมัน การทำแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ขายผ่านระบบออนไลน์

“เรื่องการจ้างงานเราจะดูอย่างโครงการก่อสร้างของเรา พวกงานช่างตรงไหนจะรับเข้ามาได้บ้าง จะดูในหลายมิติว่าจะมีงานที่เหมาะสมกับคนว่างงานอยู่ตอนนี้หรือไม่ เพราะ ปตท.เป็นองค์กรขนาดใหญ่จึงมีส่วนช่วยได้ นโยบายของนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ จึงอยากให้เราเข้ามาช่วยพลิกฟื้น”

“อินทนิล” รับคนขยายสาขา

ด้านนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บางจากฯยินดีและพร้อมกระตุ้นการจ้างงานตามนโยบายรัฐบาล โดยหลัก ๆ จะมุ่งเน้นการจ้างงานด้วยการสนับสนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้คนที่ตกงานมีงานทำ สร้างรายได้จากสินค้าของชุมชนทั่วประเทศ โดยจะเพิ่มพื้นที่ให้มีการจำหน่ายสินค้าตามปั๊มบริการของบางจาก เพราะโควิด-19 ทำให้คนกลับมาทำงานที่ภูมิลำเนาค่อนข้างเยอะ

ขณะที่จะเห็นการจ้างงานเพิ่มในส่วนของธุรกิจ nonoil จากการขยายสาขาร้านกาแฟอินทนิลอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมี 631 สาขา พร้อมทั้งร้านค้าพันธมิตร ซึ่งทั้งหมดนี้จะเชื่อมโยงไปกับนโยบายช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวของรัฐบาล และรองรับวิถีใหม่ของผู้บริโภคด้วย อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าครึ่งปีหลัง สถานการณ์การใช้น้ำมันในประเทศจะกลับมาดีขึ้น เพราะคนเริ่มเดินทางใช้รถยนต์ส่วนตัว ดังนั้น บริษัทจะไม่หยุดขยายและพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 1,212 สถานีทั่วประเทศ

เอสซีจีแบ่งรับแบ่งสู้

นายยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หากรัฐบาลขอความร่วมมือ เอสซีจีต้องพิจารณาว่า บริษัทจะมีงานที่เหมาะกับคุณสมบัติของผู้สมัครหรือไม่ อย่างไรก็ตาม อยากเสนอให้มาตรการแบบสมัครใจ ตามกำลังความสามารถของแต่ละอุตสาหกรรม โดยให้แต่ละบริษัทพิจารณาเอง

“เอสซีจีเป็นธุรกิจผสมผสานระหว่างการผลิตสินค้าและบริการ รวมถึงงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิต ซึ่งใช้แรงงานที่มีทักษะต่างกัน แรงงานภาคการผลิตต้องรู้และเข้าใจเทคโนโลยีการผลิตจริง ๆ ซึ่งต้องผ่านการอบรม 3-6 เดือนเป็นอย่างน้อย กว่าจะเริ่มงานได้จริง จึงมีความเป็นไปได้น้อย ส่วนแรงงานที่ไม่เกี่ยวกับการผลิตมีโอกาสพิจารณา ถ้าตำแหน่งว่าง”

เนื่องจากที่ผ่านมาภาคเอกชนประสบภาวะการค้าขายซบเซา จึงอยากเสนอให้รัฐออกมาตรการส่งเสริมและจูงใจ คล้ายมาตรการส่งเสริมการวิจัยพัฒนา หรือฝึกอบรม โดยมาตรการส่งเสริมจากรัฐบาลนั้นไม่ควรกำหนดตายตัว ยิ่งสถานการณ์เช่นนี้ควรช่วยเหลือให้เกิดการจ้างงานให้มากที่สุดก่อน

ส.อ.ท.ห่วงกระทบกำลังซื้อ

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานและประธานคณะอนุกรรมการฟื้นฟู หลังไวรัสโควิด-19 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากที่ภาครัฐเตรียมมาตรการอุดหนุนการจ้างงานใหม่ มองว่าเป็นมาตรการที่ดีที่พึงกระทำในภาวะนี้ เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้มีคนตกงานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และหากไม่เร่งแก้ปัญหา ประเมินว่า ณ สิ้นปี 2563 จำนวนคนตกงานอาจพุ่งสูงถึง 7-8 ล้านราย จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.5 แสนคน

“การที่ภาครัฐจะอุดหนุนการจ้างงาน จะช่วยอุ้มให้กลุ่มคนตกงานมีรายได้มากขึ้น ซึ่งหากไม่ช่วยเรื่องการจ้างงาน มองว่าจะส่งผลต่อเนื่อง ทำให้กำลังซื้อลดลง และปัญหาอาชญากรรมจะตามมา เพราะการที่ตกงาน 1 คน เราต้องมองผลกระทบคูณ 3 ไปยังครอบครัวด้วย ถ้าตกงาน 1 ล้านคน หมายถึงคน 3 ล้านคนจะได้รับผลกระทบ” นายเกรียงไกรกล่าวและว่าทั้งนี้ มองว่าอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ภาครัฐสามารถอุดหนุนการจ้างงาน ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร การเกษตร อุปกรณ์ทางการแพทย์ และสุขภาพ เช่น ถุงมือยาง หน้ากากอนามัย เจลแอกอฮอล์ ฯลฯ

คลังทบทวนชะลอเลิกจ้าง

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ออกมาตรการรักษาการจ้างงานไว้ในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. 63 ซึ่งธุรกิจที่คงการจ้างแรงงานไว้ในช่วง 3 เดือนนี้ จะสามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนภาษีได้ 3 เท่า ซึ่งกระทรวงการคลังก็จะกลับมาประเมินอีกครั้งว่า มาตรการดังกล่าวได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการอย่างไร

อย่างไรก็ดี เรื่องกระตุ้นการจ้างงานเป็นเรื่องที่กระทรวงแรงงานเป็นผู้ดูแล แต่ในส่วนกระทรวงการคลังก็จะเข้าไปดูว่า ที่ผ่านมาได้ออกมาตรการดังกล่าวไปแล้วได้รับการตอบรับอย่างไร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลผล ซึ่งก็ได้โจทย์จาก ศบศ.ว่า มาตรการที่เกี่ยวข้องของกระทรวงการคลังมีส่วนใดบ้าง และหากหมดอายุไปแล้ว กระทรวงการคลังจะทำอย่างไรต่อไป

“ขณะนี้สรรพากรยืดระยะเวลาการยื่นแบบภาษีออกไป ทำให้กระทรวงการคลังจะเห็นข้อมูลผู้เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกจ้างในช่วง ก.ย.-ต.ค. 63 ซึ่งหากได้ข้อสรุปแล้ว จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะมีการขยายระยะเวลามาตรการคงจ้างงาน แลกลดหย่อนภาษี 3 เท่า ออกไปอีกหรือไม่”