เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
Finance ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
Finance ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
“แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
Biz Movement “แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
News GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
‘ชัชชาติ’ ไม่อยากแก้แค่ปัญหารถติด เพราะสร้างถนนเท่าไรก็ไม่พอ ชู ‘จักรยาน’ เติมรอยต่อขนส่ง
Economic ‘ชัชชาติ’ ไม่อยากแก้แค่ปัญหารถติด เพราะสร้างถนนเท่าไรก็ไม่พอ ชู ‘จักรยาน’ เติมรอยต่อขนส่ง
“แมคโดนัลด์” ดึง G-DRAGON ลุยแคมเปญ 13 ชาติเอเชีย ชู K-Culture ปลุกกำลังซื้อทุกเจนฯ
Biz Movement “แมคโดนัลด์” ดึง G-DRAGON ลุยแคมเปญ 13 ชาติเอเชีย ชู K-Culture ปลุกกำลังซื้อทุกเจนฯ
Neuralink ทำสำเร็จ ช่วยผู้ป่วย ALS พูดบอกรักครั้งแรก
Tech Neuralink ทำสำเร็จ ช่วยผู้ป่วย ALS พูดบอกรักครั้งแรก
ประเทศไทยแบกหนี้พุ่ง 150% ต่อจีดีพี คนไทยแก่ก่อนรวย
Finance ประเทศไทยแบกหนี้พุ่ง 150% ต่อจีดีพี คนไทยแก่ก่อนรวย
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ย. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 68,800 บาท
กนอ. รับฝนถล่มเฝ้าระวังสูงสุด นิคมฯบางปูเร่งสูบน้ำ 1 แสน ลบ.ม./ชม. อยุธยาล็อกแนวเขื่อนรับมือน้ำหลาก
Economic กนอ. รับฝนถล่มเฝ้าระวังสูงสุด นิคมฯบางปูเร่งสูบน้ำ 1 แสน ลบ.ม./ชม. อยุธยาล็อกแนวเขื่อนรับมือน้ำหลาก
ดูทั้งหมด

สกัดซ้ำรอยโรงงาน “หมิงตี้” ส.อ.ท.หนุน “กรีนแฟกตอรี่”

20 ส.ค. 2564 | 11:05น.
หมิงตี้

หวั่นสหรัฐ-ยุโรปตั้งกำแพงภาษีด้านความปลอดภัยจากสารเคมี ตั้งข้อเรียกร้องให้รัฐรวบ “ผังเมือง-สผ.” อยู่ภายใต้สำนักนายกฯ รื้อผังใหม่ คุมเข้มเกณฑ์ห้ามชุมชนตั้งใกล้โรงงาน พร้อมเสนอให้ “คปภ.” โดดร่วมกำหนดให้โรงงานต้องทำประกันภัยทุนประกันสูงคุ้มครองบุคคลที่ 3 มีผู้ชดเชยชัดเจน เผยเคส “หมิงตี้” ระเบิดชุมชนเคว้ง เตือนภัยช้า ยังไม่ได้รับเยียวยา

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในงานเสวนา “เคมี…พระเอกหรือผู้ร้าย ภาคสอง ตอนอุบัติภัยสารเคมี” ว่า ส.อ.ท.พยายามผลักดันยกระดับมาตรฐานโรงงานให้เป็นกรีนแฟกตอรี่ทั้งหมด เพราะในอนาคตทั้งอเมริกาและยุโรปอาจใช้เรื่องของความปลอดภัย พลังงานสะอาด และสิ่งแวดล้อม มาเป็นตัวเก็บภาษีเซอร์ชาร์จทางการค้า ดังนั้น ไทยจะต้องเตรียมพร้อมกับเรื่องเหล่านี้

ปัจจุบันอุตสาหกรรมเคมีเป็นส่วนช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นผู้ผลิตและต่อยอดให้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกมากทั้งอาหาร เกษตร ไบโอเทค อิเล็กทรอนิกส์ สี ยา สิ่งทอ ปิโตรเลียม เป็นต้น แต่ที่ผ่านมามักจะมีปัญหาเนื่องจากการใช้งานและปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง

และจากกรณีโรงงานบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เกิดระเบิดเมื่อเดือน ก.ค. 2564 ที่ผ่านมาพบมีสารเคมีรั่วจำนวนมากและอยู่พื้นที่ติดชุมชน ซึ่งเมื่อดูจากอดีตที่ตั้งเดิมห่างไกลชุมชน แต่ความเจริญได้ขยายตัว และใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้มีชุมชนล้อมรอบโรงงาน ขณะเดียวกันทุกส่วนไม่ต้องการให้เกิดความเสียหาย

“ส่วนใหญ่โรงงานมีการพยายามตั้งห่างไกลชุมชน แต่ด้วยผังเมือง การขีดเส้นผังเมือง สิ่งแวดล้อม ทำให้โรงงานถูกรายล้อมไปด้วยชุมชน หมู่บ้าน ดังนั้นในอนาคตจะต้องแก้ไขผังเมืองเหล่านี้ แล้วโรงงานจำเป็นหรือไม่ที่ต้องย้ายเข้าไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อให้มีการจัดระเบียบถูกต้อง ซึ่งการย้ายต้องใช้เงินลงทุนมาก รัฐจะชดเชยให้อย่างไร ในต่าผประเทศเขามีมาตรการคล้ายเรา แต่รัฐมีการจูงใจให้ย้าย เช่น ยกเว้นภาษีที่ต้องเก็บจากกำไรการขายที่ดินเดิม”

นายชัยวัฒน์ นิยมการ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเคมี ส.อ.ท. กล่าวว่า บทบาทของกลุ่มคือเป็นผู้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีจำนวนโรงงานตั้งทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรม ที่จดทะเบียนขออนุญาตครอบครองสารเคมีและวัตถุอันตรายจำนวนถึง 43,460 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ

และในจำนวนนี้เป็นสมาชิกของ ส.อ.ท.เพียง 100 กว่าบริษัทเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายถึงว่าโรงงานเหล่านั้นอาจยังไม่มีข้อมูลการป้องกัน การควบคุมการดูแลภายใต้การดำเนินการจัดการการตรวจประเมินความปลอดภัยกับกระบวนการผลิต (process safety management) ซึ่งจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา แนวทางการรับมือการรั่วไหลของสารเคมีจึงยังไม่ดีพอ

นายชัยภัฎ จันทร์วิไล เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า โรงงานที่มีสารเคมีมักถูกมองว่ามีความผิดเมื่อเกิดเหตุ ด้วยสร้างความเสียหายให้กับชุมชนโดยรอบ แต่ความผิดพลาดทั้งหมดไม่ได้มีเพียงโรงงาน เพราะมันคือหน่วยงานกำกับดูแลที่ทำหน้าที่ควบคุมกฎระเบียบต่าง ๆ

โดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นผู้กำหนดสีขอบเขตการตั้งโรงงาน และชุมชนไว้ชัดเจน แต่ปัจจุบันกลับพบว่ามีการออกเกณฑ์ที่ขัดต่อความปลอดภัย แตกต่างจากต่างประเทศอย่างมาก เช่น ต่างประเทศ ชุมชนจะไม่สามารถเข้ามาตั้งใกล้เขตโรงงานอุตสาหกรรม หรือสนามบินได้เลย เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นสูญเสียร้ายแรง

“ไทยมีความคิดในมุมกลับกันว่าการตั้งหมู่บ้านจัดสรร ที่พักชุมชนต่าง ๆ ใกล้สนามบิน คือแม่เหล็ก (magnet) ดึงดูดการลงทุนได้ดี แต่แท้ที่จริงแล้ว ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก เขาจะกันชุมชนออกให้ห่าง เพราะสนามบินหรือโรงงานมันมีองค์ประกอบพวกคลังน้ำมัน เป็นเป้าหมายก่อการร้าย ถังสารเคมี มีมลพิษทั้งทางเสียง อากาศ และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ หากเกิดเหตุขึ้นมา ความสูญเสียจะร้ายแรงที่สุด แต่ไทยก็ใช้ของเหล่านี้มาเป็นตัวดึงดูดการลงทุนให้เข้ามาอยู่ใกล้ ๆ”

ดังนั้น รัฐเองควรที่จะดึงกรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ที่ดูเรื่อง EIA ให้อยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นองค์กรอิสระ มีอำนาจในการกำหนดเกณฑ์การควบคุมดูแลสีผังเมืองให้สอดคล้องกับความจริงที่ต้องปลอดภัยกับชุมชนมากที่สุด อย่างการออกเกณฑ์การห้ามตั้งบ้านจัดสรรใกล้โรงงาน

รวมถึงการดึงเอาสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เข้ามาเพื่อกำหนดอัตราเบี้ยประกัน สำหรับโรงงานสารเคมีที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ตามมาตรฐาน เช่น คิดเบี้ยประกันสูงขึ้นเพราะความเสี่ยงสูง ทุนประกันสูงขึ้นให้ครอบคลุมบุคคลที่ 3 และชุมชน และต้องมีป้ายติดประกาศให้ชุมชนรับทราบชัดเจน

รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำวิชาชีววิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทุกส่วนจะต้องให้ความรู้กับทั้งโรงงานและประชาชนมากขึ้น เพราะเมื่อเกิดเหตุพบว่ามีการแจ้งเตือนภัยที่ล่าช้า มีการใช้วิธีการจัดการกับสารเคมีค่อนข้างผิด วิธีการอพยพชุมชน ไม่มีการเตรียมแผนรับมือกับเรื่องนี้มาก่อน ทำให้เกิดความชุลมุน ผู้เข้าควบคุมเหตุไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ขณะที่ประชาชนก็ไม่สามารถเดินทางออกมาได้ เพราะเส้นทางจราจรติดขัดและถูกปิด ไทยเองยังขาดองค์ความรู้เรื่องนี้อีกมาก

ดังนั้น รัฐ เอกชน ประชาชน ต้องจับมือกันเพื่อเตรียมรับมือเหตุในลักษณะนี้ให้ได้ นอกจากนี้ เรื่องของการเยียวยาต่าง ๆ จะต้องมีความชัดเจนว่าหน่วยงานใดคือผู้รับผิดชอบ เพราะหลังเกิดเหตุขั้นตอนต่าง ๆ ใช้เวลานานกว่าผู้เสียหายจะได้รับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมิงตี้ โรงงานอุตสาหกรรม