หนุนลงทุนอุตสาหกรรมพลังงาน “โอเลโอเคมีคอล” เพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมัน

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นำเสนอความคืบหน้าการดำเนินการขับเคลื่อนตามมาตรการและแนวทางการเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม พร้อมทั้งเพิ่มผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมีคอลเป้าหมาย 2 ผลิตภัณฑ์ เข้าบอร์ดคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 1/2565

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 1/2565 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการกำหนดผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมีคอลเป้าหมายเพิ่มเติมจากที่ได้รับการส่งเสริม จาก 6 ผลิตภัณฑ์เป้าหมายเดิมเป็น 8 ผลิตภัณฑ์ คือ ผลิตภัณฑ์ที่ 7 คือ

น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพกรีนดีเซล (Bio Hydrogenated Diesel: BHD) และผลิตภัณฑ์เป้าหมายที่ 8 คือ น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพไบโอเจ็ต (Biojet fuels) รวมทั้งความคืบหน้าการดำเนินการขับเคลื่อนตามมาตรการและแนวทางการเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ตามที่ สศอ.ในฐานะคณะอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบภายใต้ กนป. เป็นผู้เสนอ

การเพิ่มผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมีคอลเป้าหมายที่ 7 คือ น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพกรีนดีเซล (Bio Hydrogenated Diesel: BHD) และผลิตภัณฑ์เป้าหมายที่ 8 คือ น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพไบโอเจ็ต (Biojet fuels) จะเป็นการดูดซับการใช้น้ำมันปาล์มและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ

Advertisment

โดย BHD จะเป็นการเติมเต็มการใช้ไบโอดีเซลให้กลับขึ้นไปที่บี 10 ตามมาตรฐานเชื้อเพลิงยูโร 5 และรักษาระดับการใช้น้ำมันปาล์มดิบไม่ให้ลดลงไปกว่าปีละประมาณ 6.35 แสนตัน และ Biojet fuels จะรองรับแนวโน้มการเก็บภาษีคาร์บอนสำหรับสายการบินพาณิชย์ที่บินผ่านน่านฟ้าของสหภาพยุโรปที่ไม่ได้ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้ประกาศแผนพลังงานทดแทน (REDII)

กำหนดเป้าหมายการใช้พลังงานทดแทนในสหภาพยุโรปไว้ที่ 40% ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งสอดคล้องกับความตกลงปารีสที่จะต้องลด CO2 ให้ได้อย่างน้อย 40% และกำหนดเป้าหมายการปล่อย CO2 สุทธิเป็น 0 ภายในปี พ.ศ. 2593 ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีของไทยในการจำหน่ายไบโอเจ็ตสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ลงจอดที่ไทย

สำหรับความคืบหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินการตามมาตรการและแนวทางขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มที่สำคัญ ได้แก่ 1) ด้านกระบวนการผลิต/เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดย สวทช.ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และภาคเอกชน อยู่ระหว่างขั้นตอนการทดสอบและวิเคราะห์คุณสมบัติน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพเทียบกับน้ำมันหม้อแปลงที่นำเข้าจากต่างประเทศ 2) ด้านมาตรฐานและการทดสอบ โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการวิชาการรายสาขา คณะที่ 28/6 เพื่อจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพ

3) ด้านสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) อยู่ระหว่างการเสนอร่างประเภทกิจการที่จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 6 ผลิตภัณฑ์ 4) ด้านอุปสงค์ หน่วยงานผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น กรมเจ้าท่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยินดีให้ความร่วมมือในการใช้ผลิตภัณฑ์เป้าหมาย และกระทรวงการคลังได้ประกาศกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการสนับสนุน พ.ศ. 2563

Advertisment

ซึ่งรวมถึงพัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งการเพิ่มผลิตภัณฑ์โอเลโอเคมีคอลเป้าหมายอีก 2 ผลิตภัณฑ์ เป็น 8 ผลิตภัณฑ์ และการขับเคลื่อนตามมาตรการและแนวทางการเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มจะเป็นการยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่การผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม กระตุ้นให้เกิดการลงทุนยกระดับเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมให้ภาคอุตสาหกรรม ตอบสนองกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นการดูดซับผลผลิตปาล์ม ส่งผลให้ราคาปาล์มมีเสถียรภาพและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป