Skip to content

มหกรรมยางพารา’64 ปั้นนวัตกรรมพืชส่งออก 8 ล้านล้าน

02 เม.ย. 2565 | 15:08น.
มหกรรมยางพารา’64 ปั้นนวัตกรรมพืชส่งออก 8 ล้านล้าน

ราคายางเพิ่มสูงขึ้นในรอบ 9 ปี เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา จากความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่ากำลังการผลิต ผลพวงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยภาพรวมการส่งออกยางไทยในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) 2565 มีมูลค่าถึง 8.54 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.91% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการส่งออกที่ขยายตัวแทบทุกตลาด ทั้งสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม และมาเลเซีย

ความคึกคักของตลาดยางในช่วงออกสตาร์ต ทำให้แม่ทัพยางทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จ.นครศรีธรรมราช และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ต้องตีเหล็กตอนร้อน ผลักดันการขับเคลื่อนการพัฒนายางพารา หัวใจหลักการส่งออกไทย

โดยเร็ว ๆ นี้ จะมีการจัด “มหกรรมยางพารา 2564 : นครฯแห่งนวัตกรรมยางพารา” ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2565 ณ สนามการยางแห่งประเทศไทย อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งในปีนี้แนวคิดจะเน้นการโชว์ศักยภาพไทยศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมแปรรูปยางพาราโลก และมีการเปิดเวทีเจรจาธุรกิจ

จุดแข็งไทยแชมป์โลกผลผลิตยาง

เป็นที่ทราบกันดีว่า ไทยขึ้นชื่อเป็นแชมป์ผลิตยางพาราโลก จุดสำคัญปีนี้ ไทยจึงต้องเร่งผลักดัน “ยุทธศาสตร์ยาง” รวมถึงดำเนินมาตรการเชิงรุกต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

นายวิชัย ไตรสุรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ 323 ล้านไร่ 149 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม “ยางพารา” ครอบคลุมพื้นที่กว่า 24.76 ล้านไร่ เกษตรกร 1.83 ล้านราย มีผลผลิตมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ปริมาณ 4.4 ล้านตันหรือ 38.2% รองลงมา ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน มาเลเซีย อินเดีย ซึ่งถือว่าเอเชียครองพื้นที่ยางพาราโลกถึง 93% และแม้ทั่วโลกเผชิญโควิด-19 ไทยยังสามารถส่งออกมากกว่าแสนล้านบาท และราคายางมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง ซึ่งมากกว่าราคาประกัน 60 บาทต่อ กก. ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์เฉลิมชัย ปฏิรูปภาคเกษตร ที่เน้นการตลาดนำการผลิต เทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ BCG model

ขณะที่นโยบายเชิงรุกปีนี้ คือการปรับมิติเพิ่มตลาดใหม่ ๆ ประสานสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ทูตเกษตร จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (EU) ร่วมกับทูตพาณิชย์สร้างโมเดลเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ติดตามการเเข่งขันทางการค้า นำเข้า ส่งออก สร้างโอกาสการลงทุน

โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (market share) ส่งออกผลิตภัณฑ์ยางทุกชนิด พร้อมแผนพัฒนายางพาราไทยควบคู่การวางระบบการบริหารจัดการ 7 กลยุทธ์สู่ศักยภาพใหม่ ได้แก่

  1. การยกระดับมาตรฐาน GAP FSC GMP
  2. การประกันรายได้ ใช้ระบบประมูลออนไลน์และตลาดกลางซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบจริงมาเป็นกลไกใหม่
  3. การยกระดับด้วย AIC และ กยท.สร้างนวัตกรรมสู่การผลิตที่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
  4. กยท.และเอกชน เช่น ศรีตรังฯ ต้องยกระดับอัพเกรดองค์กรสู่ global player
  5. พัฒนาวิสาหกิจยางพาราสู่ SMEs เกษตร
  6. ส่งเสริมเชิงรุกอุตสาหกรรมน้ำยางข้น อาทิ Rubber Valley Rubber City SEC EEC
  7. สร้างเครือข่ายทุกหน่วยงาน ที่ไม่ใช่ภาครัฐและภาคเอกชนเหมือนในอดีต แต่จะพัฒนาแบบคู่ค้าและคู่ขา ไม่ใช่คู่แข่ง โมเดล win-win

ปั้น Rubber Valley อาเซียน

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า ราคายางปีนี้มีแนวโน้มดีต่อเนื่องสูงกว่าราคาประกัน และไม่จำเป็นต้องใช้งบฯรัฐบาลเข้ามาชดเชยงวดที่ 5 ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายที่จะสิ้นสุด มี.ค.นี้ ด้วยจุดแข็งผู้ผลิตโลก จึงมุ่งเน้นโอกาสเพิ่มมูลค่านำมาสู่การยกระดับมาตรฐานจัดการสวน ซึ่งจะสร้างอำนาจการต่อรองแข่งขันทางการค้า

โดยจัดการคาร์บอนเครดิตที่เป็นวาระโลกจะมีส่วนผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตอบโจทย์เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกภายในปี พ.ศ. 2573 ดังนั้น จ.นครศรีธรรมราช ได้รับมาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน 1 หมื่นไร่ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน FSCTM เป็นแปลงแรกของไทย จึงเหมาะสมที่จะเป็น rubber valley ของไทยและอาเซียน ผ่านเกษตรที่เป็น smart farmer ผลิตน้ำยางสด ผลิตยางดิบ ยางแผ่นรมควันที่ดีมีคุณภาพ มาตรฐานสอดรับกับความต้องการของตลาด รวมทั้งเปิดซื้อขายยางผ่านแอปพลิเคชั่น Rubberway เชื่อมบิ๊กดาต้า อนาคตพื้นที่แห่งนี้จะเป็นต้นแบบ rubber innovation เปิดให้ startup เกษตรกรเข้ามาเรียนรู้

“แนวโน้มราคายางปีนี้ถึงปีหน้ายังอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากความต้องการใช้ยางมากกว่ากำลังการผลิต ผลผลิตยางทั่วโลกอยู่ที่ 14,544 ล้านตัน หากเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 5 ความต้องการใช้ยางจะพุ่งสูงขึ้นถึง 14,822 ล้านตัน ต่อไปยางจะขาดตลาด ดังนั้น การผลักดันดังกล่าวจะสามารถรักษาราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพ”

ปั๊มรายได้สวนยางหมื่นล้านต่อปี

นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นครศรีธรรมราชมีพื้นที่ปลูกยางจำนวนมาก 1.8 ล้านไร่ มีตลาดยางพารา มีศักยภาพครบทุกมิติ วัตถุดิบน้ำยางที่ดีที่สุดอยู่ในพื้นที่ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละหมื่นล้านบาท อ.นาบอน มีโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราประเภทโรงงานผลิตน้ำยางข้น โรงงานผลิตยางแผ่น และโรงงานผลิตยางแผ่นอบแห้งที่มีทุนจดทะเบียนเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป ถึง 5 แห่ง โดยรับซื้อน้ำยางเกษตรกรเพื่อแปรรูปส่งออกและอยู่ระหว่างพัฒนา smart city ผ่าน 3 E (economic energy environment) สอดคล้องพลังงานทดแทน

นายกมลดิษฐ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการผลิต บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เกษตรกรผู้ปลูกคือหนึ่งในกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศให้เติบโตอย่างมาก การจัดงานมหกรรมยางพาราจะยิ่งขับเน้นความสำคัญของอุตสาหกรรมยางพาราที่มีต่อเศรษฐกิจประเทศอย่างมาก คาราบาวจะเชิญชวนให้ไปเที่ยวงานนี้

สำหรับมหกรรมยางพารา 2564 : นครฯแห่งนวัตกรรมยางพารา ปีนี้คาดว่าจะมีผู้ร่วมชมงาน 2 แสนคน สร้างรายได้สะพัดกว่า 10 ล้านบาท ไฮไลต์ภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรมยางพารา อาทิ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยางกั้นล้อ (stopper) จากบริษัท เอส เค โพลิเมอร์ จำกัด ระดมแปรรูปยางเป็น “ยางกั้นล้อรุ่นพิเศษของพีทีทีโออาร์ ให้บริษัทในเครือ ปตท. เพิ่มการใช้ยางพาราภายในประเทศ เพิ่มรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง เปิดตลาดส่งมอบยางจากผู้ซื้อยางต่างประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยางพารา