เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

สินค้าขึ้นราคายกแผงรอบใหม่ สุดอั้น! ต้นทุนผลิตพุ่งแซงเงินเฟ้อ

20 เม.ย. 2565 | 10:59น.
ราคาสินค้า

คนไทยติดบ่วงวิกฤตค่าครองชีพพุ่งไม่หยุด สินค้าพาเหรดปรับราคาระลอกใหม่ไตรมาส 2 หลังสงครามรัสเซียยืดเยื้อ ราคาน้ำมันดิบ 100 เหรียญ/บาร์เรล รัฐบาลหมดเวลาตรึงดีเซล 1 พ.ค.ดีเดย์ปรับขึ้นค่าไฟซ้ำเติมต้นทุนธุรกิจ ยักษ์น้ำดำเตรียมประกาศราคาใหม่ต้นทุนแพ็กเกจจิ้งขึ้นอีก หวั่นกำลังซื้อชะลอตัว “หอการค้า” ยอมรับสินค้าหลายกลุ่มเตรียมปรับขึ้น ฝืนกลไกตลาดไม่ไหว ผู้ผลิตดิ้นปรับแผนผลิตลดขนาด โชว์ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ไตรมาสแรกพุ่งเฉียด 10% แซงเงินเฟ้อ “อะลูมิเนียม-เหล็กเส้น” จ่อขยับราคา 15-30%

1 พ.ค.ขึ้นค่าไฟซ้ำเติมต้นทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ประกอบการเริ่มส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงไตรมาส 2 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 3 “แรงขึ้น” กว่าช่วงไตรมาสแรก เนื่องจากต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการขยับสูงขึ้น ทั้งปัจจัยภายนอกจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกล่วงหน้าทรงตัวสูงอยู่เหนือกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และยังมีแนวโน้มว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงผันผวนสูง

ทั้งปัจจัยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นกระทบต่อค่าเงินสกุลอื่นทั่วโลกรวมถึงค่าเงินบาทซึ่งมีแนวโน้มอ่อนค่ากระทบต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบต่าง ๆ

ขณะที่ปัจจัย “ภายในประเทศ” ที่สำคัญที่กระทบต่อการผลิตสินค้าที่เป็นระเบิดเวลาคือ มาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 30 บาท ที่จะสิ้นสุดในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจะเป็นจังหวะเดียวกับต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) งวดใหม่ที่จะใช้ระหว่างเดือน พ.ค.-ส.ค. 2565 จะปรับขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย

รวมถึงต้นทุนราคาก๊าซหุงต้มที่ทยอยลอยตัวเดือนละ 1 บาท/กก. ที่เริ่มจาก 1 เม.ย. 65 โดยถังขนาด 15 กก. ปรับเพิ่มจาก 318 เป็น 333 บาท และ 1 พ.ค. 65 จะปรับขึ้นเป็น 348 บาท/ถัง และ มิ.ย. 65 เป็น 363 บาทต่อถัง

และการพิจารณาปรับค่าแรงงานในเดือน พ.ค.นี้ว่าจะกำหนดอัตราเท่าไร ซึ่งแน่นอนว่าจะมีผลกระทบต่อราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทย และกำลังซื้อของประชาชน

พาเหรดขึ้นราคารอบใหม่

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ. 65) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.25% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 2.42% ตามอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงาน อาหารสด และอาหารสำเร็จรูปเป็นสำคัญ นอกจากนี้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากปัญหา global supply disruption ที่อาจยืดเยื้อจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมถึงผลกระทบจากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ต่อค่าครองชีพครัวเรือนและต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ครัวเรือนรายได้น้อย ที่รายได้ฟื้นตัวช้าแถมมีหนี้ครัวเรือนสูง

โดยผลสำรวจการปรับราคาสินค้าและบริการของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มเอสเอ็มอีของ ธปท.เมื่อช่วงเดือน ก.พ. 2565 พบว่าผู้ประกอบการ 27% ได้มีการปรับขึ้นราคาไปแล้ว ส่วนอีก 16% มีแนวโน้มจะปรับราคาในช่วง 3 เดือนข้างหน้าถึง 1 ปี และอีก 57% ยังไม่มีแนวโน้มปรับขึ้นราคา แต่ต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด

รายงานระบุว่า แม้ในช่วงต้นปี 2565 ที่ผ่านมาธุรกิจส่วนใหญ่คาดว่าจะยังไม่ปรับราคาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความสามารถในการแบกรับต้นทุนได้มากกว่า และใช้วิธีอื่นแทน เช่น ลดหรือยกเลิกโปรโมชั่น เป็นต้น

หอการค้าชี้ภาคธุรกิจสุดอั้น

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คาดว่าในไตรมาส 2-3 นี้ หลายสินค้าคงต้องมีการปรับขึ้นราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสถานการณ์สินค้าราคาแพงมาจากหลายส่วน ทั้งราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ที่จะมีการใช้ค่าเอฟทีใหม่ (พ.ค.-ส.ค. 65) ปรับขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย และปัจจัยการผลิตอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ผลิตหลายสินค้ายังใช้ต้นทุนจากปีที่แล้วหรือต้นปี ซึ่งต้องดูว่าจะสามารถตรึงราคาได้นานขนาดไหน ซึ่งคงฝืนกลไกตลาดมากไม่ได้

“ข้อเสนอเรื่องค่าไฟ หอการค้า และส.อ.ท. (สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) ที่ได้มีการเสนอไปก่อนหน้านี้ เพราะค่าไฟนอกจากเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของการผลิตทั้งสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการก็ได้รับผลกระทบทั่วหน้า ขณะเดียวกันประชาชนก็จะกระทบ และการปรับขึ้นค่าไฟจะทำให้แนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยน้อยลง เราต้องขอบคุณรัฐบาลที่เคยมีการชะลอการขึ้นค่า ft ที่ผ่านมา ไม่ขึ้นอย่างทันที แต่ทยอยขึ้น เป็นการช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและภาคการผลิต”

ส่วนสินค้าต่าง ๆ จะมีการปรับขึ้นราคา หลังค่าเอฟทีขยับในเดือน พ.ค.นี้หรือไม่ ธุรกิจที่มีการใช้ไฟเยอะก็อาจจะต้องปรับ แต่บางธุรกิจต้นทุนผลิตที่เพิ่มอาจจะไม่เยอะมากจนถึงต้องผลักภาระไปให้ผู้บริโภค ซึ่งในส่วนนี้ก็มีผู้ประกอบการบางส่วนปรับแผนบริหารจัดการต้นทุน ทั้งการปรับลดขนาด หรือเพิ่มราคาสินค้าตามกลไกตลาดไปแล้ว

อย่างไรก็ตามทางหอหารค้าฯได้ขอความร่วมมือไปยังสมาชิกเพื่อบรรเทาภาระให้ประชาชน คือพยายามไม่ผลักภาระไปผู้บริโภคทั้งหมด ขอให้วางแผนการผลิต การบริหารจัดการความเสี่ยง เพราะเป็นสิ่งที่ต้องเร่งเตรียมการในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

ต้นทุนผลิตพุ่งทุกเซ็กเตอร์

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแนวโน้มราคาสินค้าอาหารในช่วงไตรมาส 2-3 ว่า จากที่ได้วิเคราะห์ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 1 ปี 2565 ที่สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่าเพิ่มขึ้น 4.75% เป็นผลจากราคาสินค้าอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น 3.81% และสินค้าหมวดที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 5.39% จากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 26.68% ทำให้กระทรวงพาณิชย์ปรับประมาณการเงินเฟ้อขยายตัว 4-5% จากเดิม 0.7-2.4%

สอดคล้องกับดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในไตรมาส 1/2565 ที่ปรับสูงขึ้น 9.8% โดยผู้ผลิตต้องเผชิญปัจจัยด้านราคาพลังงาน จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับสูงขึ้น จนกระทบต่อต้นทุนสินค้า ขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ ทั้งเหล็กที่ใช้ในการผลิตแพ็กเกจจิ้งทั้งกระป๋อง และพลาสติก (บายโปรดักต์ของน้ำมัน) ปรับขึ้น

ขณะที่ต้นทุนปุ๋ยนำเข้าจากรัสเซียปรับสูงขึ้นกระทบต่อภาคเกษตร ทำให้เกษตรกรอาจจะใส่ปุ๋ยลดน้อยลง ซึ่งก็จะทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง ทำให้ต้นทุนการผลิตรายอุตสาหกรรม คือผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและประมงสูงขึ้น 4.7% ผลิตภัณฑ์จากเหมืองสูงขึ้น 61.4% และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมปรับสูงขึ้น 8.8%

แพ็กเกจจิ้งขึ้นแล้วขึ้นอีก

เช่นเดียวกับสถานการณ์ปุ๋ยที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสต๊อก ยังไม่ทราบกำหนดว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไร ในขณะที่ราคาปุ๋ยในตลาดโลกปรับสูงขึ้น ขณะที่ไทยก็จะเข้าสู่ช่วงเพาะปลูกพืชในเดือน พ.ค.นี้หลายรายการ และราคาแผ่นเหล็กทำกระป๋องที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในไตรมาส 2 เนื่องจากซัพพลายเหล็กในตลาดโลกยังไม่ดีขึ้น รวมถึงบรรจุภัณฑ์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นพลาสติกหรือกระดาษที่ปรับราคาขึ้นไปแล้วก็อาจจะปรับราคาขึ้นอีก

“อย่างไรก็ตามจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาขณะนี้ ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนที่ปรับขึ้นที่สะท้อนจากดัชนี PPI แต่เราจะต้องประคองราคาขายให้มากที่สุด จะปรับขึ้นราคาเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้ผู้บริโภคกระทบน้อยที่สุด”

เท็กไทล์ต้นทุนพุ่งเท่าตัว

นายอัมรินทร์ ศรีสุภรวาณิชย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย เปิดเผยว่า จากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบทางอ้อมต่อราคาเส้นใยประดิษฐ์ หรือโพลีเอสเตอร์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ได้จากน้ำมัน ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ขณะที่เส้นใยธรรมชาติก็ได้รับผลกระทบจากราคาฝ้าย และค่าขนส่งที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากโควิดทำให้คนงานเก็บฝ้ายไม่ได้ แม้ในปี 2565 แรงงานจะเริ่มกลับมา แต่จากความต้องการเพิ่มขึ้นก็มีแนวโน้มว่าราคาฝ้ายจะเพิ่มอีก

โดยตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบันราคาฝ้ายปรับขึ้นมาเท่าตัวหรือกว่า 100% แล้ว ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ที่ต้องนำเข้าฝ้ายจากสหรัฐ แอฟริกา บราซิล และอินเดีย ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกและส่งออกรายใหญ่

“ตอนนี้ผู้ผลิตจะต้องวางแผนเรื่องของการสั่งซื้อ การนำเข้าวัตถุดิบ รวมไปถึงราคาซื้อ-ขายเพื่อลดปัญหาการขาดทุน อย่างไรก็ดีจากหลายปัจจัยดังกล่าวราคาของผ้าผืนก็มีการปรับขึ้นเป็นระยะ โดยในปี 2565 นี้ก็น่าจะขยับขึ้นอีก ผู้ผลิตผ้าเริ่มรับรู้ต้นทุนราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น แต่ยังคงประคองราคาไม่ให้ไปกระทบยังผู้บริโภค พร้อมกับเปลี่ยนการผลิตให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่สามารถทำได้ทั้งหมด แต่ก็มีแนวโน้มที่ราคาสินค้าขายปลีกก็จะปรับขึ้นแน่นอน ก็เป็นไปตามกลไกตลาดเช่นเดียวกับหลายสินค้าที่ปรับขึ้นราคา”

“อะลูมิเนียม” ขาดแคลนทั่วโลก

นายธีรพันธุ์ พิมพ์ทอง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อซ้ำเติมอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมมากกว่าที่คาด โดยซัพพลายของอะลูมิเนียมอาจกระทบหนักถึง 4 ล้านตัน ในปี 2565 หรือ 6% ของซัพพลายทั่วโลก

เนื่องจากบริษัทรูซอลยักษ์ใหญ่ของรัสเซียซึ่งมีกำลังการผลิตอะลูมิเนียมต้นน้ำกว่า 4.3 ล้านตัน ได้รับผลกระทบจากสงครามและมาตรการแซงก์ชั่น เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนโรงงานนิโคเลฟรีไฟนิ่งอลูมิน่าในยูเครน รวมถึงในออสเตรเลีย กิวเนีย ไอร์แลนด์ และจาไมกา ได้หยุดส่งอลูมิน่าไปยังโรงงานในรัสเซีย จึงส่งผลต่อปริมาณอะลูมิเนียมหายไปจากตลาด รวมถึงกรณีบริษัทรีโอ ตินโต ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์กับรูซอล ทำให้โรงงานร่วมทุนของทั้ง 2 บริษัททั้งในควีนแลนด์ ออสเตรเลีย และไอร์แลนด์ ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

ขณะที่แนวโน้มความต้องการใช้อะลูมิเนียมในตลาดโลกปี 2565 คาดว่าจะมีปริมาณ 70 ล้านตัน มากกว่ากำลังการผลิตทั่วโลกที่มีอยู่ 68 ล้านตัน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าอะลูเนียมจะเกิดการขาดแคลนทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 2 ล้านตัน เป็น 6 ล้านตัน จากผลกระทบของมาตรการแซงก์ชั่นที่ทำให้ซัพพลายที่หดหายไป

ปัจจุบันราคาอะลูมิเนียมขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3,500 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เมื่อเทียบกับช่วงกลางปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ระดับเพียง 1,500 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เพิ่มขึ้นถึง 133%

ทั้งนี้ แนวโน้มความต้องการใช้อะลูมิเนียมในตลาดโลกสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2573 จะมีปริมาณความต้องการสูงถึง 120 ล้านตัน จากความต้องการทั้งเวอร์จิ้นอะลูมิเนียมและเศษอะลูมิเนียมหมุนเวียนทั่วโลกในปี 2563 อยู่ที่ 86 ล้านตัน เพิ่มขึ้นกว่า 33 ล้านตัน หรือประมาณ 40% เนื่องจากความต้องการของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่สูงขึ้น 35% แผงโซลาร์ กังหันพลังงานลม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 16% วัสดุก่อสร้าง 14% และอะลูมิเนียมกระป๋อง 10%

ไตรมาส 2 ขยับราคา 20%

นายธีรพันธุ์กล่าวว่า ส่วนผู้ผลิตอะลูมิเนียมในประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากเช่นกัน ด้วยราคานำเข้าก๊าซ LNG จะปรับเพิ่มเป็น 780 บาท/ล้านบีทียู ค่าไฟฟ้าที่ประกาศปรับเพิ่มเป็น 4 บาท/หน่วย ส่งผลต่อต้นทุนอะลูมิเนียมอย่างมาก โดยราคาอะลูมิเนียมเส้นในอุตสาหกรรมก่อสร้างเริ่มปรับราคาประมาณ 20-30% ในไตรมาส 2 นี้

“ผลกระทบที่เกิดนี้ ทางกลุ่มเห็นควรที่ภาครัฐจะช่วยตรึงราคาพลังงานอย่างน้อย 1 ปี เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ให้การส่งออกยังสามารถไปต่อได้ ให้โรงงานผู้ผลิตสามารถบริหารจัดการต้นทุนภายในที่เพิ่มสูงขึ้นให้ได้ ดังนั้นเพื่อชะลอการเกิด stagflation ในภาพรวม จึงต้องขอการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อประคองไม่ให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมากกว่านี้ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อผู้บริโภคภายในประเทศ และยังช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันสำหรับการส่งออกต่อไป”

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลล์คอนสตีล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ต้นทุนวัตถุดิบเพื่อนำมาผลิตเหล็กปรับขึ้นไปแล้วก่อนหน้านี้ ในส่วนของเหล็กเส้นทยอยปรับตามแต่ยังช้ากว่า ซึ่งราคาขายยังตามต้นทุนไม่ทัน และยังคงคาดว่าในไตรมาส 2 นี้ราคาเหล็กเส้นจะปรับขึ้นประมาณ 15% ซึ่งยังต้องดูสถานการณ์ต่อไปแต่เชื่อว่าจะยังไม่ปรับตัวลงในระยะสั้น โดยน่าจะอยู่ในระดับนี้สักระยะ ถึงแม้สงครามจะสงบแต่จะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว

ยักษ์น้ำอัดลมลุยปรับราคา

แหล่งข่าวจากบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้บริษัทได้มีการพิจารณาที่จะปรับขึ้นราคาสินค้าภายใน 2 เดือน หรือภายในไตรมาส 2 ทั้งนี้เนื่องจากต้นทุนของแพ็กเกจจิ้งต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติก กระป๋องอะลูมิเนียม โดยขณะนี้อยู่ในกระบวนการศึกษารายละเอียด ว่าแต่ละไซซ์จะมีการปรับขึ้นราคาเท่าไหร่ และช่วงไหนที่เหมาะสม รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ขณะที่บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ผู้ผลิตน้ำอัดลมรายใหญ่ แสดงความเห็นว่า วันนี้ผู้ประกอบการมีภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นรอบด้าน และยิ่งมาเจอผลกระทบจากภาวะสงครามยิ่งซ้ำเติม ทำให้ต้นทุนหลาย ๆ อย่างเพิ่มขึ้นอีก ตอนนี้ทุกค่ายอยากจะขึ้นราคาเพื่อลดภาระต้นทุน แต่ก็เป็นเรื่องยาก และขึ้นอยู่กับกรมการค้าภายใน และกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาตัดสินใจ

แหล่งข่าวจากบริษัท อาเจไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำอัดลม “บิ๊ก โคลา” กล่าวว่า จากต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าในทุกอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงแค่ธุรกิจเครื่องดื่ม แต่รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ทำให้ขณะนี้สินค้าหลายประเภทมีการปรับขึ้นราคาสินค้าไปบ้างแล้ว และบางกลุ่มเริ่มพิจารณาปรับขึ้นราคาเช่นกัน

อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัทยังไม่ได้ยื่นขอกรมการค้าภายในปรับขึ้นราคาสินค้า โดยจะเน้นการบริหารจัดการภายใน การบริหารซัพพลายเชน เพื่อควบคุมต้นทุนให้สามารถตรึงราคาเดิมให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าจะสามารถตรึงราคาได้นานเพียงใด และต้องจับตาดูสถานการณ์ต้นทุนอย่างใกล้ชิด

ปลากระป๋องต้นทุนพุ่ง 7%

แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ผลิตและจำปลากระป๋องรายใหญ่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ธุรกิจปลากระป๋องเจอปัญหาต้นทุนหลายด้าน โดยรวมแล้วต้นทุนขึ้นราว ๆ 7% ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค่อนข้างรุนแรง ตั้งแต่วัตถุดิบ (ปลา) ที่ซัพพลายลดลงเรื่อย ๆ และราคาสูงขึ้น ปัญหาระบบโลจิสติกส์ ตู้คอนเทนเนอร์หายาก ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ทำให้การขนส่งแพงขึ้นอีก ถัดมาเจอผลกระทบเรื่องของแผ่นเหล็กที่ปรับขึ้นถึง 4 รอบ รวมทั้งค่าขนส่งในประเทศที่ปรับขึ้นจากราคาน้ำมันสูงขึ้น ยังไม่รวมกับเรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่กำลังจะตามมา

“ยอมรับว่า ผู้ประกอบการอยากปรับขึ้นราคา หลายรายได้ยื่นขอไป ประเมินว่าไม่น่าเกินครึ่งปีหลัง จะต้องปรับขึ้นแน่นอน เพราะตรึงไม่ไหวกันแล้ว แต่ความท้าทายคือ แม้ภาครัฐอนุญาตให้ปรับ ก็ไม่ใช่ว่าปรับขึ้นราคาแล้วจะรอด หรือจะขายได้ เพราะกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง จึงต้องประคองตัวให้ดี”

เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ขึ้นแน่

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้ารุ่นเดิมในช่วง 3-6 เดือน เนื่องจากกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว และสินค้าบางกลุ่มที่มีการแข่งขันสูงมาก เช่น ตู้เย็น เป็นต้น ประกอบกับเมื่อปลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้มีการปรับราคาสินค้าไปแล้ว แต่สินค้ารุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวก็จะเป็นราคาใหม่ ซึ่งอาจแพงขึ้นตามเทคโนโลยีที่ใส่เข้ามา เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนด้านต่าง ๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

โดยเฉพาะวัตถุดิบหลักอย่างทองแดง อะลูมิเนียม กล่องกระดาษสำหรับใส่สินค้า รวมถึงค่าขนส่ง ขณะที่ชิปคอมพิวเตอร์ยังขาดแคลน ทำให้ช่วงที่ผ่านมาหลายแบรนด์ทยอยปรับราคาให้สะท้อนตามต้นทุนของตน

ขึ้นราคาแล้วยอดขายร่วง

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการค้าส่งรายใหญ่ในภาคอีสาน เปิดเผยว่า หลังจากสินค้าหลาย ๆ รายการได้ทยอยปรับขึ้นราคาไปแล้ว แต่ในแง่ของยอดขายตลอดช่วง 1-2 เดือนนี้ไม่ดีนัก บางตัวขึ้นไปแล้วยอดขายตกลง ปัญหาหลักมาจากเรื่องกำลังซื้ออ่อนแอทำให้คนประหยัด ระมัดระวังการจับจ่าย ซื้อเฉพาะของจำเป็น

จากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังไม่คลี่คลายและมีเรื่องของสงครามเข้ามากระทบอีก ซัพพลายเออร์จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ที่ผ่านมาการขึ้นราคาส่วนใหญ่เป็นการขึ้นทางอ้อมด้วยการลดส่วนลดหรือของแถม เพราะเพียงแค่คุยหรือแจ้งยี่ปั๊วซาปั๊วก็จบ ไม่ต้องขออนุญาตกรมการค้าภายใน แต่สินค้าที่ไม่ใช่สินค้าควบคุมแทบทุกอย่างก็ได้ทยอยปรับราคาไปแล้ว และคาดว่ายังจะมีการแจ้งปรับราคาเพิ่มอีกหลายรายการ

“จุรินทร์” ขอร้องตรึงราคา

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้วางแนวทางการดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคช่วงไตรมาสที่ 2 โดยมอบหมายให้กรมการค้าภายในติดตามและกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างใกล้ชิด

โดยมีหลักการกำกับดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ (ราคาโรงงาน) กลางน้ำ (ราคาขายส่ง) และปลายน้ำ (ราคาขายปลีก) เพื่อให้ราคาจำหน่ายสินค้าและค่าบริการ มีความเหมาะสมเป็นธรรม สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง ไม่ก่อให้เกิดการฉวยโอกาสในการปรับราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นและกักตุนสินค้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร รวมทั้งดูแลด้านปริมาณสินค้าให้มีเพียงพอกับความต้องการของประชาชน

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีมาตรการติดตามและดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว การจะขึ้นราคาในสินค้าควบคุมก็ต้องมีการแจ้งขออนุญาต อีกทั้งยังขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาหรือชะลอการปรับราคาจำหน่ายสินค้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้บริโภค

กระทรวงพาณิชย์จัดโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชนซึ่งดำเนินการมาแล้ว Lot 1-16 ลดราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพไป 91,700 รายการ และบริการบน Platform 19.7 ล้านรายการ ลดสูงสุด 86% ลดค่าครองชีพได้ 11,580 ล้านบาท นอกจากนี้ได้จัด Mobile พาณิชย์ ลดค่าครองชีพ ลดสูงสุด 61% ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ 10 ก.พ. 64-31 มี.ค. 65 ลดค่าครองชีพได้ 66.39 ล้านบาท