เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

ค่าไฟแพงข้ามปี คนไทยอ่วม ธุรกิจต้นทุนพุ่ง ปรับราคาสินค้ารอบใหม่

13 ก.ค. 2565 | 06:11น.
ค่าไฟแพง

ค่าไฟพุ่งข้ามปี กกพ.ส่งสัญญาณขึ้นเอฟทีงวด “ก.ย.-ธ.ค. 65” อีกระลอกดันค่าไฟทะลุ 5 บาท/หน่วยตามราคาก๊าซธรรมชาติปรับขึ้นทะลุ 30 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เปิดสูตรเก็บเอฟที “ต้นทุนพลังงานสะสม-ค่าเชื้อเพลิง” พุ่งยาวถึงปีหน้า  กฟผ. อ่วมแบกต้นทุนค่าไฟสะสมกว่า 8.3 หมื่นล้าน ส.อ.ท.เผย 5 อุตฯหลักใช้ไฟสูงสุด ผู้ผลิตหวั่นต้นทุนพุ่งจ่อขยับราคาสินค้าอีกรอบ “เกษตร-อาหาร-ก่อสร้าง” แบกภาระไม่ไหว แห่ใช้พลังงานทางเลือก “โซลาร์รูฟ”ลดต้นทุน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกมาให้ข้อมูลถึงแนวทางการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) งวดที่ 3 ระหว่างเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 ว่า อาจจะต้องปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นงวดที่ 3 เป็นผลจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของไทยเข้าสู่ภาวะวิกฤต เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านของผู้รับสัมปทานแหล่งก๊าซเอราวัณในอ่าวไทย ที่ประสบปัญหาเข้าพื้นที่ล่าช้าไปถึง 2 ปี ทำให้การสานต่อการผลิตก๊าซไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งแหล่งก๊าซนี้ถือเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตไฟฟ้าของไทยที่มีราคาถูกที่สุด ทำให้ต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้าจากต่างประเทศ

โดยเป็นการทำสัญญานำเข้า LNG spot มากขึ้น เพื่อนำมาทดแทนก๊าซอ่าวไทย แต่ทว่าราคา LNG ในตลาดโลกได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน จนราคาก๊าซในตลาดโลกปรับขึ้นสูงจากระดับ 10 เหรียญสหรัฐ เป็น 20 เหรียญสหรัฐ และปัจจุบันทะลุไปถึง 30-40 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ถือเป็นความโชคร้าย 3 ต่อของประเทศไทย ประกอบกับเงินบาทที่อ่อนค่าทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น

สุดต้านต้นทุนผลิตไฟฟ้า

แหล่งข่าวจาก กกพ.ระบุว่า ได้รับทราบสัญญาณ “ต้นทุนการผลิตไฟฟ้า” ตั้งแต่ปลายปี 2564 และเตรียมแผนรับมือปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยการเลื่อนปลดโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ เพื่อช่วยให้มีปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจากถ่านหินในประเทศราคาต่ำมาช่วยพยุง การเพิ่มสัดส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทต่าง ๆ ทั้งชีวมวล ขยะ โซลาร์รูฟท็อป และการปรับสูตรการผลิตไฟ ด้วยการใช้ “น้ำมัน” ผลิตไฟฟ้าแทนก๊าซธรรมชาติในบางช่วงที่ราคาก๊าซขยับขึ้นไปสูง ๆ

แต่สุดท้ายไทยไม่สามารถต้านทานภาวะต้นทุน โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้น จาก 376.46 บาทต่อล้านบีทียู เป็น 422.36 บาทต่อล้านบีทียู หรือเพิ่มขึ้น 12.19% ทาง กกพ.จึงได้ตัดสินใจขยับขึ้นค่าเอฟที (Ft) เป็นขั้นบันได นับจากงวดที่ 1 (ม.ค.-เม.ย. 65) 1.39 สตางค์ต่อหน่วย งวดที่ 2 (พ.ค.-ส.ค. 65) ปรับเพิ่มเป็น 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 3.78 บาทต่อหน่วย เป็น 4.00 บาทต่อหน่วย

และล่าสุดมีสัญญาณว่า ในงวดที่ 3 (ก.ย.-ธ.ค. 2565) จะขยับขึ้นอีก 90-100 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจาก กฟผ.ไม่สามารถดูดซับต้นทุนค่าไฟไว้แทนได้แล้ว ซึ่งการปรับขึ้นค่าเอฟทีดังกล่าวจะมีผลให้ค่าไฟฟ้าปรับขึ้นเป็นหน่วยละ 5 บาท เป็นการปรับขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ที่งวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2557 ที่มีการปรับค่าเอฟที 69 สตางค์ต่อหน่วย

กฟผ.แบก 1 แสนล้าน

แหล่งข่าวจาก กกพ.ระบุว่า เหตุผลสำคัญของการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า ไม่ใช่เพียงเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความจริงว่าต้นทุนค่าไฟแพงขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการบรรเทาภาระของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ช่วยดูดซับค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนจนประสบปัญหา มีภาระต้นทุนค่าไฟสะสมงวดที่ผ่านมา (AF) ที่ กฟผ.รับภาระ 83,010 ล้านบาท ดังนั้นหากไม่มีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า กฟผ.หน่วยงานที่เป็นกลไกสำคัญก็อาจจะต้องแบกรับถึง 1 แสนล้านบาท สถานะร่อแร่ไม่ต่างจากกองทุนน้ำมันฯ

ดังนั้นนอกจากที่กฟผ.จะไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนค่าไฟแทนประชาชนแล้ว ยังจะมีการส่งคืนภาระที่แบกไว้ผ่านค่าไฟฟ้าให้ประชาชนในระยะข้างหน้า

สูตรปรับค่าไฟพุ่ง 5.17บาท/หน่วย

ขณะที่รายงานข่าวว่า กกพ.ได้เปิดรับฟังความเห็นแนวทางปรับขึ้นค่าไฟฟ้า งวดเดือนก.ย.-ธ.ค.2565 ผ่านเว็บ https://www.erc.or.th  ระหว่างวันที่12 -25 กรกฎาคม 2565 โดยมีการเสนอสูตรการปรับขึ้นค่าเอฟที 3 สูตร ดังนี้

สูตร 1. เรียกเก็บค่าเอฟที(งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 65)  139.13 สตางค์/หน่วย (เพิ่มขึ้น114.36สตางค์ต่อหน่วย)  โดยมาจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 93.43 สตางค์ต่อหน่วย  บวกกับต้นทุนค่าไฟฟ้าสะสมของ กฟผ.  ที่จะทยอยเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้างวดละ 45.70 สต./หน่วยภายใน 1 ปี    ทำให้ค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5.17 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)   ขณะที่ภาระที่กฟผ.แบกแทนประชาชนจะลดลงเหลือ 56,581 ล้านบาท

สูตร 2. เรียกเก็บค่าเอฟที 116.28 สต./หน่วย  (เพิ่มขึ้น91.51 สตางค์ต่อหน่วย)  มาจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 93.43 สตางค์ต่อหน่วย  บวกต้นทุนค่าไฟฟ้าสะสมของกฟผ.  ที่จะทยอยเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้างวดละ  22.85 สต./หน่วย ภายในเวลา 2 ปี   ทำให้ค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.95 บาทต่อหน่วย   ภาระของ กฟผ.จะลดลงเหลือ 69,796 ล้านบาท

และสูต ร3.  เรียกเก็บค่าเอฟที 93.43 สตางค์/หน่วย   (ปรับเพิ่มขึ้น68.66 สตางค์ต่อหน่วย)  จากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น  ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นเป็น 4.72 บาทต่อหน่วย  โดยที่ กฟผ.ยังคงแบกภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าแทนประชาชนจำนวน  83,010 ล้านบาท

ต้นทุนไฟฟ้าพุ่งไม่หยุด

แหล่งข่าวจากวงการพลังงานเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้จะได้เห็นค่าไฟฟ้า 5 บาทต่อหน่วยแน่นอน และที่สำคัญค่าไฟจะแพงต่อเนื่องไปถึงปี 2566 เพราะขณะนี้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าปรับสูงขึ้นมาก หากพิจารณาจากสูตรการคำนวณค่าไฟฟ้าจะเห็นว่า ตัวเลข FAC ค่าเชื้อเพลิง และค่าซื้อไฟฟ้าประจำงวด เดือน ก.ย.-ธ.ค. 65 อยู่ที่ 60.09 สต./หน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้า (พ.ค.-ส.ค. 65) ซึ่งอยู่ที่  54.40 สต./หน่วย และคาดการณ์ว่าในงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 66 จะขยับขึ้นไปถึง 84.71 สต./หน่วย

ขณะที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าสะสม (AF) งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 65 อยู่ที่ 4.74 สต./หน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้า (พ.ค.-ส.ค. 65) ซึ่งอยู่ที่ -29.63 สต./หน่วย และคาดการณ์ว่าในงวด เดือน ม.ค.-เม.ย. 66 จะขยับขึ้นไปถึง 26.11 สต./หน่วย ฉะนั้น ค่าเอฟทีในงวด ก.ย.-ธ.ค. 65 จะเท่ากับ 64.83 สต./หน่วย และคาดการณ์ว่างวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 66 จะขยับขึ้นไปถึง 110.82 สต./หน่วย

แม้ว่าจะมีการปรับค่าเอฟที แต่ กฟผ.ก็ยังแบกภาระต้นทุนสะสมแทนประชาชาชนและภาคธุรกิจอยู่ 8.3 หมื่นล้าน ซึ่งรัฐคงไม่ปล่อยให้ กฟผ.ไปเป็นเหมือนกองทุนน้ำมันฯ ดังนั้นก็จะต้องมีการทยอยปรับขึ้นค่าไฟฟ้าไปจนครบใช้หนี้ ชดเชยให้ กฟผ.หมด

5 อุตสาหกรรมหลักแบกต้นทุนค่าไฟ

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการประเมินผลกระทบการปรับขึ้นค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 65 จะกระทบต่อต้นทุนการผลิตของแต่ละอุตสาหกรรมต่างกัน โดยอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเป็นต้นทุนการผลิตในสัดส่วนที่สูง เช่น อุตสาหกรรมผลิตแก้ว ซีเมนต์ อะลูมิเนียม เซรามิก เหล็ก และหล่อโลหะ ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อรักษากำไรในการดำเนินธุรกิจ

“มีความเป็นไปได้ว่า ภาครัฐจะมีการปรับราคาค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) เพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่องถึง 1 บาทต่อหน่วย จากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่คาดว่าจะอยู่เหนือระดับ 100 เหรียญต่อบาร์เรลไปตลอดทั้งปีนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมอย่างมาก ทำให้ต้องเร่งปรับใช้พลังงานทางเลือก เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจภายใต้ภาวะต้นทุนแพง เช่น ปรับปรุงกระบวนการผลิต การนำระบบการบริหารจัดการพลังงานมาใช้และปรับแผนการผลิตเพื่อลดต้นทุน รวมถึงการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใช้เอง เช่น โซลาร์รูฟ และโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งจะเป็นเทรนด์ของอุตสาหกรรมในการใช้พลังงานควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม อีกทั้งต้นทุนอุปกรณ์ระบบพลังงานหมุนเวียนถูกลง จะทำให้ความนิยมสูงขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐควรส่งเสริมให้ใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นระบบ และทำให้เกิด ecosystem เพื่ออำนวยความสะดวกในการขออนุมัติ อนุญาต

อุตฯอาหารสุดอั้นปรับราคา

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปไทย เปิดเผยว่า ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ปรับขึ้นจะกระทบต้นทุนการผลิตอาหาร 1-10% ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับการใช้กำลังการผลิตของแต่ละโรงงาน โดยช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมอาหารต้องแบกรับต้นทุนด้านต่าง ๆ ที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจำเป็นต้องมีการปรับขึ้นราคาสินค้า 5-15% จากนี้ เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนที่ปรับขึ้นจนไม่สามารถตรึงราคาไว้ได้

ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมอาหารได้มีการปรับตัว โดยเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนจำนวนมาก ทั้งการติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งหากราคาพลังงานยังมีแนวโน้มสูงขึ้น การใช้พลังงานหมุนเวียนน่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ปลดล็อกลงทุนพลังงานทางเลือก

นายวิศิษฐ์กล่าวว่า ภาคเอกชนมองว่า ภาครัฐควรมีมาตรการส่งเสริมการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในอุตสาหกรรมในด้านต่าง ๆ อาทิ การสนับสนุนการลงทุนโซลาร์เซลล์ในรูปแบบติดตั้งก่อน และชำระคืนด้วยส่วนต่างของค่าไฟฟ้า การส่งเสริมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2% นาน 5 ปี การเปิดให้ซื้อขายไฟฟ้ากันเองโดยไม่ต้องผ่านการไฟฟ้า-ในราคาที่แข่งขันได้ พร้อมทั้งต้องอำนวยความสะดวกลดอุปสรรคในการติดตั้งให้ง่ายและรวดเร็ว โดยเฉพาะการขยายเกณฑ์การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่ต้องขออนุญาตขอใบ รง.4 จากปัจจุบันที่กำหนด 1 เมกะวัตต์ ให้เป็น 3 เมกะวัตต์ จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น

ผู้ผลิตแบกขาดทุน

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า “ต้นทุนค่าไฟที่จะปรับขึ้น 5 บาทต่อหน่วย แน่นอนว่าเป็นปัจจัยหลักในการผลิตของทุกโรงงาน จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสินค้า ในส่วนของธุรกิจประมงแปรรูปที่ผ่านมาไม่เพียงได้รับผลกระทบจากค่าไฟ แต่ยังมีต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มกว่า 10% กรณีมีห้องเย็นด้วยก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น และจากนี้หากมีการปรับขึ้นค่าแรงซึ่งยังไม่รู้อีกเท่าไหร่ ซึ่งก็ต้องเห็นใจแรงงานที่ต้องเผชิญค่าครองชีพสูงมาก ขณะที่รายได้ไม่ได้ขยับ

“วิกฤตด้านพลังงานเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่แค่ประเทศไทย และถือว่าไทยยังปรับไม่สูงเหมือนหลายประเทศ โดยขณะนี้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนอย่างมาก กระทั่งมีผู้ผลิตสินค้าไม่น้อยกว่า 20% ของสินค้าส่วนใหญ่อยู่ในภาวะยอมขาดทุน ซึ่งต้องยอมรับว่าสภาวะเศรษฐกิจ 2 ปี ที่ทุกคนต้องแบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากโควิด-19 ตามด้วยสงครามรัสเซีย-ยูเครน ราคาพลังงาน และกำลังซื้อไม่ดี ต่อไปทุกภาคส่วนต้องมุ่งเน้นการประหยัดพลังงาน ปรับปรุงด้วยการนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น”

ด้านนายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ ที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นค่าไฟฟ้า 5 บาทต่อหน่วย จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมประมาณ 4-6% โดยโรงงานผลิตผ้าทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น 3-5% โรงงานฟอกย้อม โรงซักรีด ที่ใช้ไฟฟ้ามากที่สุด ส่วนฝั่งโรงงานเครื่องนุ่งห่มจะมีต้นทุนขึ้น 1-2% ซึ่งหากจำเป็นเอกชนจะต้องปรับขึ้นราคาสินค้า จากที่ก่อนหน้านี้ได้ปรับขึ้นไปแล้ว 10-15%

ร้านอาหารอ่วมยืดเครดิต

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ค่าไฟเป็นต้นทุนเหมือน ๆ กับวัตถุดิบ ค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน เมื่อค่าไฟมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร แต่จะหนักไปที่เชนร้านอาหารขนาดใหญ่ที่เปิดให้บริการแบบฟูลเซอร์วิส ขณะที่ร้านขนาดเล็กสามารถบริหารจัดการได้

เมื่อต้นทุนทุกอย่างขึ้นราคาพร้อมกัน ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องหาทางออก หนึ่งในนั้นคือการปรับขึ้นราคาอาหาร แม้ขายได้น้อยแต่มีรายได้ ส่วนบางร้านไม่ขึ้นราคา เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ แต่ทางสมาคมภัตตาคารได้พยายามขอให้ร้านอาหารอย่าเพิ่งปรับขึ้นราคา เพราะการขึ้นราคาไม่ใช่จะขายได้ เนื่องจากการแข่งขันค่อนข้างสูง ประกอบกับลูกค้าไม่ค่อยมีกำลังซื้อ โดยจะเห็นว่าบางร้านใช้วิธียืดเครดิตและต่อรองจากซัพพลายเออร์เข้ามาช่วยประคับประคองธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจร้านอาหารเริ่มกลับมาฟื้นตัวหลังโควิด-19 คลี่คลาย ขณะเดียวกันต้องเจออุปสรรคภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นรอบด้าน และยังไม่มีทีท่าจะหยุดนิ่ง ทำให้การดำเนินธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันไม่ได้ง่ายเหมือนก่อนเกิดโควิด

ค่ายรถหนีใช้โซลาร์รูฟลดต้นทุน

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวยอมรับว่า ค่าไฟฟ้าที่จะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี ย่อมมีผลต่อต้นทุนการผลิต แต่อาจจะไม่มากเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนชิ้นส่วนอะไหล่ ทั้งเหล็ก อะลูมิเนียม แบตเตอรี่ และที่สำคัญ ราคาน้ำมันซึ่งมีผลต่อต้นทุนระบบโลจิสติกส์อย่างมาก ตรงนี้ทำให้หลายค่ายต้องปรับเพิ่มราคาขายกันไปบ้างแล้ว

พร้อมกันนี้ โรงงานผลิตรถยนต์หลายแห่งหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์กันมากขึ้น ก็สามารถช่วยผ่อนคลายและลดต้นทุนลงได้เยอะ ส่วนกรณีการปรับค่าไฟฟ้าจะมีผลกระทบต่อคนใช้รถอีวีหรือไม่นั้น ในฐานะที่เอ็มจีถือเป็นเจ้าตลาดรถอีวี เรื่องนี้เท่าที่ตรวจสอบน่าจะกระทบไม่มากเท่าไหร่

เช่นเดียวกับผู้บริหารค่ายมิตซูบิชิมองว่า ต้นทุนของการผลิตรถยนต์หลัก ๆ ยังอยู่ที่ชิ้นส่วน วัตถุดิบ ราคาน้ำมัน และแนวโน้มดอกเบี้ย ซึ่งที่ผ่านมาหลายค่ายก็พยายามตรึงราคาไว้ให้นานที่สุด กรณีราคาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ทางบริษัทก็พยายามหาพลังงานอื่นมาเสริมเพื่อกดต้นทุนต่ำลง โดยที่ผ่านมาทางมิตซูบิชิก็ได้ติดตั้งระบบแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนดาดฟ้าอาคาร เพื่อรองรับการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม และมีระบบการจัดเก็บพลังงานในแบตเตอรี่เพื่อสำรองไว้ใช้งานด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าไฟแพง