ติดปีกนักศึกษา เทคนิคเข้าใจคนแบบมืออาชีพ – Deep Listening–EQ–ทีมเวิร์ก
DPU ติดปีกนักศึกษา จัดอบรมเข้าใจคนแบบมืออาชีพ ผ่านเทคนิคสำคัญ ชู Deep Listening–EQ–ทีมเวิร์ก เสริมศักยภาพการทำงานเป็นทีมและการอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยหน่วยงาน General Support & Services (GS&S) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “จากฟัง สู่เข้าใจ : 7 เทคนิค เข้าใจคนแบบมืออาชีพ” เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมสมภพ โหตระกิตย์ (5-2) อาคารสำนักอธิการบดี 2 เพื่อเสริมทักษะสำคัญในยุค AI ได้แก่ EQ การสื่อสาร การฟังเชิงลึก และการเข้าใจผู้อื่น เพื่อให้นักศึกษาสามารถพัฒนาศักยภาพ นำไปประยุกต์ใช้ได้จริงทั้งในการเรียน การทำงานเป็นทีม และการใช้ชีวิตประจำวัน
ในกิจกรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวร จะนู ผู้เชี่ยวชาญพิเศษอาวุโส General Support & Services มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้กล่าวเปิดการอบรม โดยมี ดร.อสมา คัมภิรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาวะ (Mental Well-being Center) เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านรูปแบบการบรรยายควบคู่กับกิจกรรมเชิงปฏิบัติ โดยมีนักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1–4 โดยเฉพาะนักศึกษาทุนความสามารถพิเศษด้านกีฬาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวร กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้เป็นการดำเนินโครงการต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 3 โดยต่อยอดจากหลักสูตร “การฟังอย่างตั้งใจและการเข้าใจผู้อื่น” ซึ่งเคยจัดให้กับนักศึกษาทั่วไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และได้รับผลตอบรับที่ดี จึงนำมาปรับใช้กับกลุ่มนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาโดยเฉพาะ เพื่อเสริมสร้างทักษะสำคัญในยุคปัจจุบัน ทั้งการเรียนในห้องเรียน ความสามารถด้านกีฬา และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะการสร้างทีมเวิร์ก ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงทั้งในทีมกีฬา สโมสร การใช้ชีวิตประจำวัน และการทำงานในอนาคต
ทั้งนี้ DPU มีนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาภายใต้การดูแลของ GS&S จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาทุนความสามารถพิเศษด้านกีฬา รวมถึงทุนจากแหล่งภายนอก เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ สยามบรมราชกุมารี และพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้ระบบทุนส่วนกลางของมหาวิทยาลัย แม้นักศึกษาจะสังกัดอยู่ในแต่ละคณะ แต่มีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยในการสร้างผลงานและชื่อเสียง โดยเฉพาะการแข่งขันในนามสถาบัน
“นอกจากนี้มหาวิทยาลัยได้กำหนดโครงสร้างทุนออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ทุนสร้างผลงาน (Award) ทุนสร้างชื่อเสียงในอนาคต ทุนสนับสนุนภาพลักษณ์มหาวิทยาลัย และทุนสร้างโอกาสทางการศึกษา โดยนักศึกษาทุนส่วนใหญ่ของ GS&S อยู่ในกลุ่มทุนสร้างผลงาน ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพควบคู่กับการสร้างผลงานตามเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการรักษามาตรฐานการแข่งขันในระดับแนวหน้า” ผู้เชี่ยวชาญพิเศษอาวุโส General Support & Services DPU กล่าว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในบริบทของโลกยุค AI องค์กรให้ความสำคัญกับทักษะด้าน EQ มากขึ้น โดยเฉพาะความสามารถในการสื่อสาร การเข้าใจผู้อื่น และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน ทั้งในห้องเรียน ทีมกีฬา และสภาพแวดล้อมการทำงานจริง โดยมีงานวิจัยระยะยาวของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่ศึกษาต่อเนื่องกว่า 70 ปี พบว่า ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้คน เป็นปัจจัยสำคัญของความสุขมากกว่ารายได้หรือสถานะทางสังคม
“ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์มีนักศึกษาทุนภายใต้การดูแลของ GS&S มากกว่า 120 ทุน ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึงปีที่ 4 โดยมหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนทั้งด้านการเรียน การฝึกซ้อม และการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง โครงการดังกล่าวจึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการพัฒนานักศึกษาให้มีความพร้อมรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ความสามารถ และทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพื่อก้าวสู่เส้นทางอาชีพและการใช้ชีวิตในอนาคตอย่างมั่นคง” ผู้เชี่ยวชาญพิเศษอาวุโส General Support & Services DPU กล่าว

ด้าน ดร.อสมา คัมภิรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาวะ (Mental Well-being Center) กล่าวถึงแนวคิดของโครงการ “จากฟังสู่เข้าใจ” ว่า ถูกออกแบบบนฐานของ Deep Listening กับ Sport Psychology และ Peer Support โดยมุ่งพัฒนานักศึกษาทุนนักกีฬาให้มีทั้งความสามารถด้านการแข่งขันควบคู่กับทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ โดยเฉพาะการสร้าง Empathy (การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น) การฟังอย่างลึกซึ้ง และทักษะการเป็นผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น (Basic Counseling Skills) เพื่อให้สามารถทำหน้าที่เป็นรุ่นพี่ที่ดูแลรุ่นน้องได้ทั้งในสนามและนอกสนาม
“ในบริบทของนักกีฬาความเข้าใจคน เป็นพลังสำคัญที่ช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับทีม แม้ว่า AI จะมีบทบาทในการวิเคราะห์เกมและพัฒนาประสิทธิภาพได้อย่างแม่นยำ แต่สิ่งที่ทีมต้องการคือคนที่สามารถรับฟังเพื่อนร่วมทีมในวันที่เผชิญความลำบาก เข้าใจผู้อื่นโดยไม่ตัดสิน และยืนเคียงข้างกันในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน นักกีฬาที่มี Empathy และทักษะการฟังอย่างแท้จริงจึงสามารถพัฒนาเป็นผู้นำเชิงจิตใจของทีม สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยในการสื่อสาร ลดความเปราะบางของความสัมพันธ์ภายในทีม และช่วยประคับประคองเพื่อนร่วมทีมให้ก้าวผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ไปได้โดยไม่ต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง” ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาวะ กล่าว
ดร.อสมา กล่าวถึงเนื้อหาในการอบรมว่า จุดเด่นอยู่ที่การฝึกทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้ง Active Listening + Empathy Listening การเรียนรู้ทักษะการตั้งคำถามแบบไม่ตัดสิน และทักษะ Micro Counseling Skills เช่น การสะท้อนความรู้สึก การทวนความ การตีความ และการให้กำลังใจ ผ่านสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตนักกีฬา อาทิ ความผิดหวังจากการแข่งขันหรือความเครียดในทีม เพื่อฝึกบทบาทเพื่อนที่รับฟังได้ และรุ่นพี่ที่พึ่งพาได้
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง คือการเปลี่ยนแปลงในมิติของคนดูแลคน โดยในด้านการเรียน นักศึกษาจะสามารถ กล้าพูดคุย เปิดใจ ช่วยเหลือเพื่อน และทำงานกลุ่มอย่างเข้าใจกันมากขึ้น ขณะที่ในทีมกีฬา จะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความไว้วางใจกัน และทำหน้าที่เป็นรุ่นพี่ที่ดูแลรุ่นน้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนในชีวิตประจำวัน นักศึกษาจะเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นมากขึ้น มีทักษะการรับฟังโดยไม่เร่งตัดสินหรือแก้ปัญหา และเป็นที่พึ่งทางใจให้กับคนรอบข้างได้
ดร.อสมา กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์สุขภาวะทำหน้าที่เป็น “Performance & Well-being Partner” ของนักศึกษานักกีฬา ดูแลทั้งด้านจิตใจและศักยภาพควบคู่กัน ผ่านการพัฒนาระบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน” (Peer Support System) เพื่อให้นักกีฬาสามารถดูแลกันเองในระดับเบื้องต้น พร้อมเสริมบทบาทของรุ่นพี่ที่มีทักษะ Empathy และการให้คำปรึกษาเบื้องต้นในการดูแลรุ่นน้องอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ศูนย์ฯ ขับเคลื่อนการทำงานผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
Prevent : การเตรียมความพร้อมด้านจิตใจก่อนการแข่งขันเพื่อลดความเครียดและแรงกดดัน Promote :การพัฒนา Mental Skills ควบคู่กับ Soft Skills และ Provide: การดูแลเชิงลึกในกรณีที่นักศึกษามีภาวะความเครียดสะสมหรือหมดไฟ โดยมีระบบส่งต่อสู่ผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นขั้นตอน
ทั้งนี้ในระยะยาว ศูนย์สุขภาวะมุ่งสร้างระบบสนับสนุนนักกีฬาอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนานักศึกษารุ่นพี่ให้เป็นผู้นำที่มีทักษะด้าน Empathy การสร้างเครือข่ายดูแลกันในแต่ละทีมกีฬา และการมีระบบกำกับดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การช่วยเหลือมีคุณภาพและต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเป็น “ทีมเบื้องหลังความสำเร็จ” ที่ช่วยให้นักกีฬาไม่เพียงประสบความสำเร็จในสนามแข่งขัน แต่ยังเติบโตเป็นผู้นำที่เข้าใจผู้คน และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง
สำหรับนักศึกษาทุนที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่าง นางสาวกัลยรัตน์ คำวงษ์ หรือ “น้องเอย” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ผู้ได้รับทุนกีฬาและเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย กล่าวถึงการใช้ชีวิตในบทบาทนักเรียนควบคู่กับนักกีฬาว่า ต้องวางแผนและจัดการบริหารเวลาให้เป็นระบบมาก เนื่องจากตนเองต้องซ้อมและต้องเรียนไปพร้อม ๆกัน ส่วนความกดดันก็มี เพราะนักกีฬาบางครั้งมีทั้งแข่งและเรียนที่ตรงกัน การตามงานหรือการเรียนบางครั้งอาจจะไม่ได้เข้าเรียนและอาจต้องอ่านหนังสือย้อนหลังเพื่อให้เรานั้นสามารถทำสองอย่างนี้ควบคู่กันไป
การเข้าร่วมกิจกรรมอบรมด้านสุขภาวะจิตใจในครั้งนี้ เป็นทักษะสำคัญที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งในด้านการเรียน การทำงานเป็นทีม และการใช้ชีวิตในระยะยาวช่วยให้ตนเองเข้าใจความสำคัญของการสื่อสารมากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกใช้คำพูดในการให้คำปรึกษาผู้อื่นอย่างเหมาะสม รวมถึงการทำความเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้มากยิ่งขึ้น ความกดดันจากการแข่งขันเป็นสิ่งที่นักกีฬาทุกคนต้องเจอ ดังนั้นวิธีรับมือสำคัญ คือการตั้งสติให้มั่น และเชื่อมั่นในตัวเอง เพื่อให้สามารถผ่านสถานการณ์กดดันและทำผลงานได้อย่างเต็มที่