เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

“หมออุดม” ชี้กฎหมายตั้ง ก.อุดมฯ มีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้ คุย 9 ม.รัฐ ดันออกนอกระบบ

21 เม.ย. 2562 | 16:48น.

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการบรรยายพิเศษเรื่อง “โครงสร้างและภารกิจใหม่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” ในการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ตอนหนึ่ง ว่า คาดว่าเร็วๆ นี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกระทรงวงการอุดมฯ จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อประกาศแล้ว กฎหมายเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้ทันที ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งทำโครงสร้างกระทรวงการอุดมฯ รองรับ ซึ่งได้เตรียมการไว้ทุกอย่างแล้ว เพื่อให้กระทรวงใหม่พร้อมทำงาน ทั้งนี้ การจัดตั้งกระทรวงใหม่ใช้เวลาทั้งหมด 2 ปี ถือว่าเร็วมาก โดยกระทรวงใหม่ออกแบบให้เป็นกระทรวงขนาดเล็ก มีบุคลากรประมาณ 1 แสนคน มีงบประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท เฉพาะงบวิจัย ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) โดยตั้งเป้าหมาย 1.5% ของ GDP ในปี 2563-2564 หลังจากปี 2564 ตั้งเป้าหมาย 2% ของ GDP อย่างไรก็ตาม งบวิจัยของประเทศถือว่าน้อย เมื่อเทียบกับงบวิจัยของต่างประเทศที่ได้ 5-6%

นพ.อุดมกล่าวต่อว่า ส่วนโครงสร้างกระทรวงการอุดมฯ จะมีทั้งหน่วยงานราชการ หน่วยงานในกำกับของรัฐ และองค์การมหาชน มีเป้าหมายให้สำนักงานปลัดเป็นหน่วยงานราชการเพียงหน่วยงานเดียวภายในกระทรวงการอุดมฯ ส่วนหน่วยงานอื่นๆ มีแผนปรับสถานะ เช่น มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ จะพยายามผลักดันให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือออกนอกระบบ ล่าสุดได้หารือกับมหาวิทยาลัยเดิม 9 แห่ง เพื่อวางแผนเตรียมการออกนอกระบบ เพราะรัฐบาลนี้มีนโยบายให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ แต่การออกนอกระบบนั้น มหาวิทยาลัยต้องพร้อม มีความเข้มแข็ง และยืนได้ด้วยตนเอง ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) มี 3-4 แห่ง ที่พร้อม อย่างไรก็ตาม แม้ออกนอกระบบแล้ว รัฐบาลยังสนับสนุนงบ เพื่อให้มหาวิทยาลัยคล่องตัวในการบริหารจัดการ ส่วนกรมวิทยาศาสตร์บริการ กำหนดให้ 3 ปี เปลี่ยนเป็นองค์การมหาชน และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) อยู่ระหว่างเจรจาว่าหากโอนไปอยู่กับกระทรวงพลังงาน จะเหมาะสมหรือไม่ เป็นต้น

“กระทรวงใหม่จะมีกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ที่ดูแลภาพรวมของการจัดสรรงบด้านการวิจัยทั้งหมดของของประเทศ รวมทั้ง ยังสนับสนุนงบวิจัยเอกชนได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ใน 3 ปีแรก งบวิจัยที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่เป็นงบด้านวัสดุ และครุภัณฑ์ ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ยังให้มหาวิทยาลัยเสนอขอรับการจัดสรรงบได้โดยตรงที่สำนักงบประมาณ จากนั้นงบทุกอย่างจะอยู่ที่กองทุนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กองทุนนี้จะเป็นประโยชน์กับมหาวิทยาลัยอย่างมาก เพราะรัฐบาลจะสนับสนุนงบเป็นก้อน ถือเป็นช่องทางพิเศษให้มหาวิทยาลัยได้เงินเพื่อสร้างงานวิจัย” นพ.อุดม กล่าว

นพ.อุดมกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นท้าทายเกี่ยวกับงานวิจัย ที่กระทรวงการอุดมฯ ต้องดูแลรับผิดชอบ มีประเด็นสำคัญ เช่น เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างประโยชน์ต่อประเทศ ประชาชน และสังคม สร้างการทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพระหว่างการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และไม่ซ้ำซ้อน โดยทุกหน่วยงานบรูณาการ และใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมร่วมกัน เป็นต้น ทั้งนี้ บุคลากรมหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนแปลง ปรับตัวผลิตบุคลากรที่ตอบโจทย์ประเทศ อาจารย์ผู้สอนต้องพัฒนา มีความคิดใหม่ๆ สอนนักศึกษา และมีทักษะชีวิต สามารถดำรงชีวิตในสังคมยุคใหม่ได้

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์