80 ปี โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา-

คอลัมน์ คนเดินตรอก

โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

ได้รับโทรศัพท์จาก คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่าได้รับจดหมายเชิญจากท่านให้ไปร่วมงาน 80 ปี เตรียมอุดมศึกษา วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ หรือยัง ยังตอบท่านว่าได้รับแล้วและตั้งใจจะไปร่วมงาน ซึ่งจัดในสนามฟุตบอลที่อยู่ระหว่างถนนพญาไทและถนนอังรีดูนังต์ หรือถนนสนามม้าเดิม เพราะเป็นนักเรียนเตรียมที่สามารถสอบเข้าได้เมื่อปี 2503 ต่อมาก็สอบเทียบชั้นเตรียมอุดมศึกษาได้ในปี 2504 จากนั้นก็ได้เข้าเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเรียนชั้นเตรียมอุดมศึกษาแผนกวิทยาศาสตร์อยู่เพียงปีเดียว

ในงานได้พบ คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ซึ่งเป็นประธานจัดงาน เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมเหมือนกันโดยท่านเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษารุ่น 38 เพื่อนรุ่น 23 ที่เห็นก็มี ดร.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ ศิษย์เก่าที่อาวุโสที่สุดในงานคงจะเป็น คุณชนะ รุ่งแสง ซึ่งเป็นศิษย์เก่ารุ่น 11 ส่วนศิษย์เก่ารุ่นใกล้เคียงกันก็มีหลายคน

เมื่อถึงวันงานในวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงรีบไปตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดินถือโอกาสเดินทอดน่อง รำลึกนึกถึงความหลังเมื่อครั้นยังเป็นนักเรียน นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำแทนกางเกงสีกากี คาดเข็มขัดหนังสีดำหัวสี่เหลี่ยม ถุงเท้าสั้นสีขาว รองเท้าผูกเชือกสีดำ กลัดเข็มพระเกี้ยวสีทองสำหรับนักเรียนชาย ส่วนนักเรียนหญิงกลัดเข็มพระเกี้ยวสีเงินที่หน้าอกข้างซ้ายเหนือกระเป๋าเสื้อ ต่อมากระทรวงศึกษาธิการให้กลัดเข็มกลัดพระเกี้ยวที่หน้าอกข้างขวา เพราะนักเรียนชายเวลาหนีเรียนมักจะเอาไม้บรรทัดใส่กระเป๋าเสื้อบังพระเกี้ยวเพื่อหลบสารวัตรนักเรียน สมัยนี้นักเรียนเตรียมอุดมศึกษาจึงกลัดเข็มพระเกี้ยวที่หน้าอกข้างขวา

วันที่โรงเรียนประกาศผลสอบเข้า จะเป็นวันที่นักเรียนมัธยมฯ ปีที่ 6 ที่สอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมได้เป็นวันที่มีความสุขที่สุด สำหรับนักเรียนที่สอบเข้าได้ ในวันมอบตัวหลังจากผ่านการสอบสัมภาษณ์ต้องแจ้งความจำนงว่าจะเรียนวิชาเลือกอะไร ซึ่งมีให้เลือกเรียนภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน หรือการประพันธ์ ส่วนวิชาอื่น ๆ เช่น ภาษาบาลีหรือวิชาอื่น ทางโรงเรียนไม่มีให้เลือก นักเรียนเตรียมอุดมแผนกวิทยาศาสตร์สมัยนั้นส่วนมากจะเลือกเรียนภาษาเยอรมัน รองลงมาเลือกภาษาฝรั่งเศสและการประพันธ์

สมัยที่เรียนอยู่นั้นจำได้ว่าโรงเรียนเตรียมอุดมมีตึกเรียนอยู่เพียง 4 ตึกเท่านั้น คือตึก 1 ตึก 2 และตึก 3 ตึกสีเทา ตึก 1 เป็นตึกเรียนของชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 1 ส่วนตึก 2 เป็นตึกเรียนของนักเรียนเตรียมอุดมชั้นปีที่ 2 ที่เลือกภาษาฝรั่งเศส เป็นวิชาเลือก ส่วนพวกที่เรียนเตรียมอุดมศึกษาแผนกวิทยาศาสตร์ที่เลือกเรียนภาษาเยอรมัน ส่วนตึก 3 เป็นตึกเรียนของนักเรียนเตรียมอุดมศึกษาแผนกอักษรศาสตร์ ซึ่งมีจำนวนนักเรียนน้อยกว่าแผนกวิทยาศาสตร์

เดินไปรำลึกความหลังโดยไปดูห้อง 48 ที่ตึกชั้นบนถนนพญาไทและห้อง 154 ตึก 2 ชั้นล่าง สภาพที่เห็นจากข้างนอกเพราะประตูห้องปิดอยู่ยังคงเหมือนเดิม เหมือนเมื่อครั้งที่ยังเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมแห่งนี้ ที่หน้าตึกหนึ่งด้านถนนพญาไทที่มีอักษรไทยว่า “โรงเรียนมัธยมหอวังแห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย” คำว่าจุฬาลงกรณยังไม่มีการันต์เหมือนสมัยนี้ ส่วนห้อง 154 ชั้นล่างของตึก 2 ก็มีสภาพเหมือนกับที่เคยเข้าไปนั่งเรียนก่อนจะลาออกไปเข้าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะฉลองครบรอบ 70 ปี ในวันที่ 11 สิงหาคม ที่กำลังจะมาถึงนี้ มีอายุน้อยกว่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 10 ปี เพราะถูกยุบไปตั้งเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ก่อนที่จะกลับมาตั้งขึ้นใหม่เมื่อปี 2491

ในปี 2503 นั้นมีการจัดตั้ง “โรงเรียนอุดมศึกษาอรชร” ขึ้นที่ด้านคลองอรชร ถนนอังรีดูนังต์ ติดกับคณะสัตวแพทย์ ก่อนที่จะเข้ามารวมเป็นโรงเรียนเดียวกัน

การเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาห้องที่ได้คะแนนสอบเข้าสูงสุด หรือห้อง 48 หรือห้อง 88 ในยุคนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความภูมิใจมาก เพราะทั้งชั้นจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคณะที่ตนต้องการได้หมดยกชั้น ซึ่งส่วนมากก็เลือกสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เมื่อขึ้นชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 2

จะมีนักเรียนเกือบครึ่งหนึ่งหายไป เพราะไปสอบเทียบและสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้แล้ว กลายเป็นน้องใหม่ในปีการศึกษา 2504 ทั้งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เป็นต้น ที่ไปสอบเข้าโรงเรียนนายตำรวจก็มีเหมือนกัน เพราะสมัยนั้นนักเรียนนายร้อยตำรวจที่สามพรานรับนักเรียนที่จบชั้นเตรียมอุดมศึกษา

การเป็นนักเรียนห้อง 48 เมื่อปี พ.ศ. 2503 นั้นเคร่งเครียดมาก เพราะการแข่งขันที่สูง เพื่อนร่วมชั้นมีประมาณ 40 คน ทุกคนเป็นนักเรียนเรียนดีระดับยอดเยี่ยมจากโรงเรียนเดิม มีนักเรียนจากวัดเทพศิรินทร์ จากสวนกุหลาบ จากวัดราชาธิวาส จากสามเสนวิทยาลัย จากเซนต์คาเบรียล จากอัสสัมชัญศึกษา จากมาแตร์เดอี จากเซนต์โยเซฟ และนักเรียนที่ 1 จากโรงเรียนประจำจังหวัดหลายจังหวัด เช่น เพชรบุรี หนองคาย และอื่น ๆ มากมาย เมื่ออาจารย์ให้การบ้านจากหนังสือพีชคณิต เรขาคณิตและตรีโกณมิติ จากหนังสือของ Hall and Knight จากประเทศอังกฤษ ที่กระทรวงศึกษาธิการยังไม่ได้แปลเป็นภาษาไทย เพื่อนที่มาจากโรงเรียนฝรั่งขอทำการบ้านเป็นภาษาอังกฤษ เพราะทำเป็นภาษาไทยไม่เป็น เป็นที่หมั่นไส้ไปตาม ๆ กัน การแข่งขันที่สูงทำให้ทุกคนต้องขยันทำการบ้าน ทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส รวมทั้งสังคมศึกษา ซึ่งรวมทั้งพุทธประวัติและธรรมะสำหรับผู้ครองเรือน

1 ปีที่เรียนอยู่โรงเรียนเตรียมอุดม มีความรู้สึกเหมือนกับเรียน 3 ปีที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยในชั้นมัธยมปลาย นอกจากเรียนในห้อง กลับบ้านทำการบ้านแล้ว สำหรับผู้ที่คิดจะสอบเทียบลัดไปเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังต้องดูหนังสือรวมหลักสูตรของเตรียมอุดมปีที่ 2 เพิ่มเติมอีก เพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย สำหรับผู้ที่ยังอยู่ต่อชั้นเตรียมอุดมปีที่ 2 ก็เลื่อนชั้นมาอยู่ที่ห้อง 154 ตึก 2 ของโรงเรียน ซึ่งเป็นตึกของแผนวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่าเพื่อนนักเรียนห้อง 48 ด้วยกันทั้งหมด สามารถสอบเข้าเรียนแพทย์ได้ถึง 29 คน เป็นนักเรียนวิศวกรรมจุฬาฯ 8 คน ที่เหลือไปเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บ้าง เข้าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2 คน ซึ่งไม่ค่อยถูกใจอาจารย์เท่าไหร่

สมัยนั้นการสอบไล่เพื่อประกาศนียบัตรชั้นเตรียมอุดมศึกษา จะสอบวันเดียวกัน ใช้ข้อสอบร่วมกันทั้งหมดทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการออกข้อสอบของกระทรวงศึกษาฯ ผู้ออกข้อสอบเป็นใครไม่มีใครรู้ ปิดเป็นความลับเพื่อป้องกันข้อสอบรั่ว แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นคณาจารย์ระดับมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกข้อสอบ

รายชื่อผู้สอบไล่ได้ 50 คนแรกสำหรับแผนวิทยาศาสตร์และ 50 คนแรกของแผนอักษรศาสตร์ทั่วประเทศ จะประกาศทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะจะประกาศว่าแต่ละคนมาจากโรงเรียนมัธยมที่ไหน ผู้ที่มีชื่อ 50 คนแรกของทั้งสองแผนกจะมีรายชื่อติดไว้ที่กระดานข่าวของกระทรวง จึงนิยมเรียกนักเรียนทั้ง 100 คนนี้ว่า “ติดบอร์ด” และมีสิทธิสอบชิงทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ในจำนวนชื่อที่ติดบอร์ดดังกล่าวมักจะเป็นนักเรียนจากโรงเรียนเตรียมอุดมเสียกว่าครึ่งโรงเรียน เตรียมอุดมศึกษาจึงเป็นโรงเรียนนักเรียนมัธยมปลายจากโรงเรียนต่าง ๆ ที่สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารไม่ได้ หรือไม่มีความประสงค์จะเข้ารับราชการทหารด้วยเหตุใดก็ตาม รวมทั้งนักเรียนหญิงด้วย

การเลือกสอบเข้าที่โรงเรียนเตรียมอุดมแห่งนี้เป็นแห่งแรกจะต้องตัดสินใจให้ดี เพราะวันสอบเป็นวันเดียวกันทั้งหมด รวมทั้งโรงเรียนอาชีวศึกษาด้วย ผู้ที่สอบเข้าไม่ได้ก็ต้องไปสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนราษฎร์ ที่เป็นที่นิยมที่สุดก็คือโรงเรียนอำนวยศิลป์พระนครและธนบุรี โรงเรียนไพศาลศิลป์ เป็นต้น สมัยนั้นโรงเรียนราษฎร์ยังไม่เป็นที่นิยมเหมือนกับสมัยนี้


ในสมัยนี้มีโรงเรียนทั้งของรัฐบาลและของคริสตจักร โรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนราษฎร์จำนวนมากที่เป็นที่นิยมของผู้ปกครองที่จะส่งบุตรหลานเข้าเรียน ขณะเดียวกันโรงเรียนสาธิตศึกษา ซึ่งจัดขึ้นเป็นโรงเรียนเพื่อฝึกสอนของนิสิตนักศึกษาวิชาครุศาสตร์และการศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และเป็นที่รองรับบุตรของคณาจารย์และข้าราชการของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ เข้าศึกษา เพื่อเป็นสวัสดิการของคณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นเครื่องดึงดูดใจไม่ให้ลาออกไปทำงานในภาคเอกชนที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า โดยเริ่มต้นจากโรงเรียนสาธิตศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นก็แพร่ขยายออกไปยังมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อยู่ภายใต้ทบวงมหาวิทยาลัย ไม่ใช่กระทรวงศึกษาธิการ แต่บัดนี้ทบวงมหาวิทยาลัยก็เป็นหน่วยราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการไปแล้ว

ขอบคุณท่านอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่รับเป็นประธานจัดงานคืนสู่เหย้า 80 ปี โรงเรียนเตรียมอุดม ให้เกียรติต้อนรับศิษย์เก่าอาวุโสหลาย ๆ คนที่มาร่วมงาน ทำให้มีโอกาสรำลึกอดีตที่เคยมาศึกษา นึกถึงความคร่ำเคร่งในการเรียนการสอน รวมทั้งการท่องจำบทอาขยาน ทำให้รู้จักออกเสียงบทกวี เพราะในชั้นเรียนภาษาไทย อาจารย์เจ้าคุณนรรัตน์จะมาขับเพลงเห่เรือ จากบทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ หรือเจ้าฟ้ากุ้งให้ฟังเป็นตัวอย่าง ยังไพเราะฝังใจอยู่จนทุกวันนี้

ลูกชาย 2 คน เมื่อจบชั้นมัธยมที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว ก็มาสอบเข้าเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมแผนกวิทยาศาสตร์เหมือนบิดา และอาจารย์ประจำชั้นยังให้มาขอให้พ่อไปบรรยายเรื่องเศรษฐกิจให้นักเรียนห้องเก่งที่สุดฟังอีกด้วย

ความผูกพันกับโรงเรียนเตรียมอุดมจึงยังเหนียวแน่นมั่นคง

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ