เล็งขาย “ปลากะพง” แข่งออสซี่-
อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกำลังอยู่ในทิศทางที่เติบโตมากขึ้นเรื่อย เนื่องจากทรัพยากรในธรรมชาติมีจำกัด และกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน
ซีพีเอฟถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำการวิจัยและเพาะเลี้ยงสายพันธุ์ปลาเชิงพาณิชย์ เช่น ปลาทับทิม และล่าสุดได้ทำการวิจัยและพัฒนาเพาะพันธุ์ปลากะพงขาว โดยไปเช่าโรงเพาะฟักที่เคยเลี้ยงกุ้งของชาวบ้านใน จ.สตูลมาดัดแปลงและทดลองเพาะพันธุ์
ถึงวันนี้ทดลองทำมาประมาณ 3 ปีแล้ว และทำตลาดดูว่าสามารถขายเชิงพาณิชย์ได้มากน้อยเพียงใด วันนี้ส่งออกลูกปลากะพงขนาด 3-5 เซนติเมตร ประมาณ 35,000-50,000 ตัวต่อเดือน ไปประเทศมาเลเซียประมาณ 70-80% ของการเพาะเลี้ยงทั้งหมด เพราะขายได้ราคาดี คือด้านปริมาณยังถือว่าน้อยมาก โดยคนมาเลเซียที่มาซื้อเป็นฟาร์มเลี้ยงปลาที่เป็นลูกค้าซื้ออาหารสัตว์น้ำของ ซี.พี.อยู่แล้ว
ปัจจุบันซีพีเอฟเพาะพันธุ์ขายอย่างเดียว ยังไม่ได้เลี้ยง หรือส่งเสริมการเลี้ยง เพราะมีปัญหาตลาด คือ ปลากะพงไม่ได้ผลิตยากมาก แต่เวลาเลี้ยงออกมามาก ปริมาณล้นตลาด คนภายในประเทศไทยกินไม่ไหว ขณะเดียวกันยังมีปลากะพงที่จับจากทะเล ถ้าราคาขายปากบ่อต่ำกว่า 120 บาทต่อ กก.อยู่ลำบาก อยู่ยาก แต่หากในอนาคตถ้าสามารถหาตลาดส่งออกปลากะพงขนาดใหญ่ได้ ซีพีเอฟอาจจะส่งเสริมการเลี้ยงภายในประเทศเพิ่มขึ้น ปัจจุบันนี้ประเทศที่ส่งออกปลากะพงจำนวนมากคือ ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่ส่งออกไปตลาดยุโรป โดยความต้องการปลากะพงในตลาดโลกอยู่ระดับพันตัน ถ้าเทียบกับกุ้งยังน้อยมาก แต่คิดว่าแนวโน้มความนิยมในการบริโภคจะค่อย ๆ มากขึ้น
“ตอนนี้ผมยังไม่ได้สรุปทิศทางการทำตลาดปลากะพง เพราะอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูล กำลังดูว่า ที่มาเลเซียซื้อไปเลี้ยง สามารถควบคุมต้นทุนการเลี้ยงได้มากน้อยอย่างไร ก็เก็บข้อมูลจากตรงนี้มาเป็นดัชนี หากควบคุมต้นทุนได้ดี ราคาดี เราค่อยมาส่งเสริม คือ วันนี้หากเราดันทุรังไปแล้วขายไม่ออกคงไม่ดี” น.สพ.สุจินต์กล่าว
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
