2 ประสานสร้างขุนพล AI จุฬาฯ+สจล.เปิดวิศวะ 2 ปริญญา-
หลังจากที่มีการเปิดตัวความร่วมมือกันของมหาวิทยาลัยไทย และต่างประเทศ ระหว่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน จากประเทศสหรัฐอเมริกา จนก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่คือมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยระดับโลกมาตั้งวิทยาเขตในประเทศไทย
ล่าสุดสถาบันการศึกษาในประเทศไทยที่มีศักยภาพสูงเปิดมิติใหม่อีกครั้งด้วยการสร้างหลักสูตร 2 ปริญญาข้ามสถาบัน (doubledegree) ระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยมีการนำหลักสูตรพื้นฐานที่ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล
“ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์” อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตร เพื่อยกระดับให้ทันกับวิทยาการของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของบุคลากร เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคเทคโนโลยี และนวัตกรรม จึงมีความต้องการบุคลากรในสายงานนี้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะด้านหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และออโตเมชั่น
“การที่สถาบันการศึกษาจะทุ่มลงทุนเพื่ออัพเกรดเครื่องไม้เครื่องมือ หรือส่งบุคลากรไปเรียนเป็นการลงทุนที่สูง และล่าช้า การร่วมมือกันระหว่าง 2 สถาบัน ซึ่งมีองค์ความรู้ มีความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นเฉพาะด้าน จึงน่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้เกิดการพัฒนาในแวดวงการศึกษา และแวดวงวิชาการ ให้แข็งแกร่งขึ้น จึงเกิดความร่วมมือกันสร้างหลักสูตรปริญญาตรี 2 ปริญญาข้ามสถาบัน (double degree) ทางด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์”
“ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ต่อจากนั้น ก็จะมีการพัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ (Electrical & Computer En-gineering:ECE) โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอลอีกด้วย”
“ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือครั้งนี้วัตถุประสงค์หลักคือการตอบสนองวาระแห่งชาติต่าง ๆ โดยเฉพาะการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ตรงกับความต้องการของประเทศ อีกนัยหนึ่งยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการให้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มีการเชื่อมโยงกันระหว่างสถาบันในไทยมากขึ้น
“ที่ผ่านมาเราเน้นเชื่อมโยงกับสถาบันในต่างประเทศ ทั้งที่มหาวิทยาลัยในไทยเองก็มีความรู้ ความสามารถสูงไม่แพ้กัน แต่สำหรับการร่วมมือกันครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการทลายกำแพงการศึกษา ยังเป็นการเปิดโอกาสให้แก่คณะอื่น ๆ สถาบันอื่น ๆ ได้เปิดกว้างเพื่อร่วมมือกันพัฒนาหลักสูตรอีกด้วย ซึ่งการดำเนินการจะผ่านคณะกรรมการร่วมระหว่าง 3 สถาบัน เรียกว่าคณะกรรมการโครงการความร่วมมือสามฝ่าย เพื่อดูแลและดำเนินการเรื่องหลักสูตร ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ และสามารถเปิดรับนักศึกษาภายในเดือนสิงหาคม ปี 2561 นี้”
เบื้องต้นหลักสูตรปริญญาตรี2 ปริญญาข้ามสถาบัน ตั้งเป้ารับนักศึกษา 40 คน แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยละ 20 คน และพร้อมที่จะขยายจำนวน ผู้เรียนเพิ่มขึ้นในอนาคต สำหรับอัตราค่าเล่าเรียน ขณะนี้ยังคงเป็นอัตราค่าเล่าเรียนเดิม ยกตัวอย่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) หลักสูตรปกติ 25,000บาท/เทอม ส่วนค่าเทอมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประมาณ 20,000 บาท/เทอม นักศึกษาสามารถแอดมิสชั่นเข้าเรียนที่ใดก็ได้ในหลักสูตรนี้ เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
“รศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงรายละเอียดของหลักสูตรปริญญาตรี 2 ปริญญาข้ามสถาบัน โดยเฉพาะหลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์ว่า เราจะเน้นการเรียนแบบอาศัยภาคปฏิบัติมากกว่าภาคทฤษฎี เพราะเทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วมาก การเรียนในห้องเรียนแบบท่องจำไม่ทันกับเทคโนโลยีแล้ว ดังนั้น เราจึงเน้นการเรียนแบบ project base ทั้งยังลดหน่วยกิตลงจากเดิมที่มี 140 หน่วยกิต ให้เหลือเพียง 130 หน่วยกิตเท่านั้น
“จากนี้ไปการเรียนจะไม่เน้นการเรียนแบบลึก แต่จะเน้นความเข้าใจ เรียนรู้กระบวนการทำงาน เพราะผู้ที่เรียนสายตรงใช้ระยะเวลานาน และผลิตได้แค่หลักร้อยต่อปี การสอนรูปแบบเดิมจึงกระจุกตัว ดังนั้น สถาบันการศึกษาควรเปิดกว้าง ไม่เพียงแต่สายงานวิศวกรรมเท่านั้น แต่ต้องร่วมมือในหลาย ๆ ด้าน เพื่อพัฒนาประเทศไปพร้อม ๆ กัน การลงทุนของมหาวิทยาลัยจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจากการร่วมมือครั้งนี้ ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเองมีการลงทุนระยะยาวทางด้านเครื่องไม้เครื่องมือ รวมถึงห้องปฏิบัติการต่าง ๆ รวม ๆ แล้วใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้เรียนในอนาคต”
“รศ.ดร.คมสัน มาลีสี” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ทุกวันนี้เป็นเทรนด์ที่มหาวิทยาลัยต้องแบ่งปันเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีสูงขึ้นทุกวัน การดึงเอาศักยภาพสูงสุดของตนเองมาสนับสนุนวิชาการแก่นักศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และหวังว่าจะเป็นโดมิโนไปสู่มหาวิทยาลัยอื่น ๆ เพื่อร่วมมือกันทางวิชาการ
“แต่เราจะต้องหาจุดเด่นของแต่ละมหาวิทยาลัยเพื่อมาร่วมมือกัน เพื่อจะได้กอบกู้สถานการณ์ของผู้ที่จบสายตรง แต่ทำงานตรงสายเพียง 10% ให้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานผู้เรียนรายใหม่ ๆ จะได้รู้ทิศทางว่ามีงานรองรับแน่นอน”
ความคาดหวังต่อการร่วมมือกันของ 2 สถาบันครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างปรากฏการณ์ใหม่ต่อการเรียนแบบ double degree หากยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ทางด้านการพัฒนาวิศวกรในอนาคตอีกด้วย
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
