ชราในถิ่นที่อยู่อาศัย ทางออกสังคมสูงวัย-
การที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สถาบันการศึกษา ภาครัฐและภาคเอกชน ต่างตระหนักถึงความสำคัญในการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนานวัตกรรม ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และระบบต่าง ๆ ให้สอดรับการใช้ชีวิตของประชากรสูงวัยมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ นโยบายของรัฐบาลในการจัดสรรหรือสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุให้มีการเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี
ศูนย์วิจัยและสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน (Inclusive Designed Environment and Research : IDEaR) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้ทำการศึกษาพบว่า บริบทการส่งเสริมบ้านพักสำหรับคนสูงอายุในประเทศไทยนั้นเหมาะสมกับแนวคิด “aging in place” หรือ “ชราในถิ่นที่อยู่อาศัย” หมายความว่า ไม่ควรย้ายผู้สูงอายุไปอยู่ที่ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย
ผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ หัวหน้าศูนย์วิจัยและสร้างสรรค์ IDEaR กล่าวว่า แนวทางนี้ค่อนข้างต่างจากสิ่งที่เป็นมาในอดีตที่นิยมย้ายผู้สูงอายุไปอยู่บ้านพักคนชรา ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่นอกเมืองเนื่องจากที่ดินราคาไม่สูงมากนัก ทว่าปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาก้าวหน้าไปไกล ลูกหลานสามารถดูแลผู้สูงอายุผ่านเทคโนโลยีอันทันสมัยได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบแจ้งเตือนการหกล้ม หรือการติดกล้องวงจรปิดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ส่งสัญญาณจากที่บ้านไปยังสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา
ผศ.ดร.อันธิกาอธิบายว่า แน่นอนว่าการส่งเสริมมาตรการให้ผู้สูงอายุชราในถิ่นที่อยู่อาศัย ย่อมส่งผลดีต่อสภาวะและจิตใจของผู้สูงอายุมากกว่าการย้ายไปอยู่ในที่ใหม่ แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านสุขภาพของผู้สูงอายุที่ไม่แข็งแรงเหมือนคนหนุ่มสาว ในทางปฏิบัติจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงบ้านพักให้สอดคล้องและเหมาะสมกับการอยู่อาศัย เช่น การปรับปรุงห้องน้ำ การลดพื้นที่ต่างระดับ การทำทางลาดเพื่อง่ายต่อการเดินและเข็นรถวีลแชร์ขึ้นลง การย้ายห้องนอนจากชั้นบนลงมาชั้นล่าง

ขณะเดียวกัน ชุมชนเองก็ต้องมีการปรับสภาพแวดล้อมและวางระบบโครงสร้างต่าง ๆ โดยออกแบบเมืองให้มีความเหมาะสมเอื้อต่อการใช้ชีวิต เช่น การสร้างพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้สูงอายุมาพบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน การทำที่นั่งพักทุก ๆ 200 เมตร การขยายทางเท้าและเคลียร์สิ่งกีดขวาง การเปลี่ยนรถเมล์เป็นแบบชานต่ำหรือแม้กระทั่งการส่งเสริมให้ห้างสรรพสินค้ามีวีลแชร์ให้ยืม เพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวพาผู้สูงอายุมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นแล้วในประเทศญี่ปุ่น
“ประเทศญี่ปุ่นคือโมเดลต้นแบบในการวางโครงสร้างพื้นฐานรองรับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งแนวทางส่งเสริมให้คนชราในถิ่นที่อยู่อาศัยนั้น ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย แต่เนื่องจากการปรับปรุงบ้านพักให้สะดวกสบายและปลอดภัยสำหรับคนแก่ จำเป็นต้องใช้งบประมาณไม่น้อย ขั้นต่ำเฉลี่ยอยู่ที่หลังคาเรือนละ 1-2 แสนบาท ดังนั้นแนวทางนี้ต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐ แม้ว่าปัจจุบันกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีการจัดสรรงบประมาณเงินให้เปล่า สนับสนุนค่าปรับปรุงบ้านเรือนสำหรับผู้สูงอายุ หลังคาเรือนละ 20,000 บาท แต่ยังคงไม่เพียงพอ จึงอาจพิจารณามาตรการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ จากสถาบันการเงินของรัฐเพื่อช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง” ผศ.ดร.อันธิกากล่าว
แม้ว่าจะมีโครงการบ้านสำหรับคนวัยเกษียณเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสะดวกสบาย สวยงามน่าอยู่ แต่ปัญหาคือคนสูงวัยไม่อยากย้ายออกไปจากบ้าน จากชุมชนที่คุ้นเคย โดยเฉพาะคนที่ยังมีลูกหลาน การต้องย้ายออกไปอยู่ห่างไกลลูกหลาน แม้จะสบายกายแต่ก็ไม่อุ่นใจ ดังนั้นเมื่อมีแนวทางที่เจอกันครึ่งทาง สามารถให้ญาติผู้ใหญ่อยู่บ้านได้โดยที่ลูกหลานไม่ต้องห่วงพะวงมากจึงนับเป็นหนึ่งทางออกที่ดี
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
