“อมตะซิตี้” ซื้อน้ำอีสท์วอเตอร์ โครงข่ายผลิตน้ำศูนย์รวม-รองรับ EEC-
“อีสท์ วอเตอร์” รุกเพิ่มสัดส่วนน้ำอุตสาหกรรม 20% รองรับกลุ่มลูกค้านิคมใน EEC ด้วยโมเดลโครงข่ายการผลิตน้ำแบบศูนย์รวม จ่อเซ็นสัญญากับกลุ่มอมตะเป็นรายที่สองต่อจากกัลฟ์
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2563 บริษัทตั้งเป้าขยายสัดส่วนธุรกิจน้ำดิบเพื่ออุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่า 20% จากปัจจุบันที่มีอยู่ 10% โดยที่ผ่านมาแบ่งเป็นน้ำดิบ 70% และน้ำประปา 20% จะเพิ่มการลงทุนจากเดิมที่เน้นขายเฉพาะ “น้ำดิบ” เป็นระบบโครงข่ายการผลิตน้ำแบบศูนย์รวม ดูแลวางระบบท่อ พร้อมควบคุมเสถียรภาพให้กับซัพพลายเออร์อย่างครบวงจรมากขึ้น โดยได้เริ่มวางระบบนี้กับบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ เพื่อผลิตไฟฟ้าเป็นรายแรก และจะใช้ระบบโมเดลนี้นำร่องเพื่อให้ลูกค้าอุตสาหกรรมรายอื่น
ล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างเตรียมเซ็นสัญญาซื้อขายน้ำด้วยระบบโครงข่ายการผลิตน้ำแบบศูนย์รวมอีกแห่งให้กับการนิคมอุตสาหกรรมฯอมตะซิตี้ ระยะยาว 25 ปี ด้วยกำลังการผลิต 5 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี พร้อมทั้งเตรียมรองรับลูกค้าในและนอกนิคมที่สนใจเพิ่มมากขึ้นจากการเติบโตของเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยบริษัทคาดว่ารายได้ปีนี้อาจจะลดลงเล็กน้อยหรือใกล้เคียงกับปีที่แล้วรวม 4,300 ล้านบาท มีกำลังผลิตน้ำ 260 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกจากการลงทุนเพิ่มมูลค่าน้ำอุตสาหกรรมและกลุ่มลูกค้านิคม
สำหรับความต้องการใช้น้ำภาคตะวันออก 5-10 ปี คาดว่าจะอยู่ที่ปริมาณ 486 ล้านลูกบาศก์เมตร และในอีก 20 ปีปริมาณ 569 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยหากเทียบความต้องการใช้น้ำเฉพาะอีสท์ วอเตอร์ 315 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี ถือว่า “เพียงพอและยังมีศักยภาพอีกมาก” อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนร่วมกับกรมชลประทาน พร้อมทั้งวางระบบโครงข่ายระยะยาวครอบคลุมพื้นที่ EEC
“เมื่อรัฐบาลมีนโยบายมุ่งไปที่ EEC กรมชลประทานก็ได้ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกอย่างดี โดยได้วางโครงข่ายน้ำผันน้ำจากลุ่มน้ำอื่นรอบข้างเพิ่ม และแม้กระทั่งในพื้นที่เองก็มีการลงทุนทำให้ระบบน้ำภาคตะวันออกมีความมั่นคง อาทิ 16 โครงการแหล่งน้ำ ผมเชื่อว่าในอนาคตไม่น่าจะมีปัญหาน้ำในอีก 10 ปีข้างหน้าเพียงพอแน่นอน เพราะซัพพลายน้ำภาคตะวันออกเยอะมาก หรือจังหวัดใกล้เคียงน้ำท่วมทุกปี ประกอบกับมีการผันน้ำลุ่มน้ำข้างเคียง ส่วนประเด็นการผันน้ำจากประเทศเพื่อนบ้าน (โครงการผันน้ำเขื่อนสตึงนัม-กัมพูชา) นั้นยังไม่จำเป็นและคงไม่อยู่ในแผน” นายจิรายุทธกล่าว
สำหรับอัตราจัดเก็บน้ำปัจจุบันราคาค่าน้ำกรมชลประทานที่รัฐจัดเก็บยังอยู่ที่ 50 สตางค์/ลูกบาศก์เมตร และเอกชนอยู่ระหว่าง 5-6 บาท/ลูกบาศก์เมตรตามอัตราเดิม หากในอนาคตจะมีการปรับราคาค่าน้ำก็ต้องเจรจากับกลุ่มลูกค้า เนื่องจาก พ.ร.บ.น้ำที่รัฐบาลอยู่ระหว่างหาข้อสรุปนั้น บริษัทได้เสนอแนะว่าต้องเป็นไปตามความเหมาะสม อีสท์ วอเตอร์เป็นตัวกลาง แต่หลักการคือใครเป็นผู้ใช้น้ำก็ต้องมาพิจารณาตรงนั้น
20 ปี EEC จะหาน้ำได้จากไหน ?
กรมชลประทานได้ประเมินสถานการณ์ความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคกับภาคอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในอีก 20 ปีข้างหน้า (2580) พบว่าจะมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 ล้าน ลบ.ม. แต่ถ้าพิจารณาระยะสั้นกว่านั้นคือ ในอีก 10 ปีข้างหน้า (2570) จะมีความต้องการใช้น้ำประมาณ 500 ล้าน ลบ.ม. จากปัจจุบันที่มีการจัดสรรน้ำ “เกินกว่า” ความต้องการใช้น้ำในปี 2560 ประมาณ 102 ล้าน ลบ.ม. แต่ในช่วงระหว่างปี 2561-2570 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นของ EEC ความต้องการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมกับการอุปโภคบริโภคที่จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 500 ล้านลบ.ม.นั้น กรมชลประทานได้เตรียมแผนด้วยการเพิ่มความจุอ่างคลองใหญ่-หนองปลาไหล 34 ล้าน ลบ.ม. ระบบสูบกลับอ่างหนองปลาไหล 5 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มความจุอ่างสียัด/หนองค้อ/บ้านบึง-มาบประชัน 50 ล้าน ลบ.ม. ระบบสูบกลับคลองสะพาน-ประแสร์ 10 ล้าน ลบ.ม. และปรับปรุงคลองพานทอง 20 ล้าน ลบ.ม. ผันน้ำจากวังโตนด-ประแสร์ 100 ล้าน ลบ.ม. ระบบท่อประแสร์-บางพระ 40 ล้าน ลบ.ม. บ่อดิน 30 ล้าน ลบ.ม. กับสระทับมา 47 ล้าน ลบ.ม. แต่หลังจากปี 2570 ไปจนถึงปี 2579 ปริมาณความต้องการใช้น้ำใน EEC คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 300 ล้าน ลบ.ม.จะเป็นปัญหาในอนาคตต่อไป
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
