เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
Finance คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
Tech สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
Real Estate กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
Real Estate TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดฯหาดใหม่
ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
Real Estate ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมิวนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมิวนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมิวนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
ดูทั้งหมด

‘เตี่ย’ มอง ‘เสี่ย’ ขยายธุรกิจ-

27 ก.ย. 2561 | 07:00น.

ชั้น 5 ประชาชาติ

สาโรจน์ มณีรัตน์

คงต้องยอมรับกันว่า ปัจจุบันองค์กรธุรกิจต่าง ๆ ขับเคลื่อนด้วยคนรุ่นใหม่ทั้งสิ้น ทั้งนั้น เพราะมุมมอง วิสัยทัศน์ และการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว

ขืนเคลื่อนตัวช้า…ลำบาก

ไม่ว่าจะเป็นการประคับประคองให้ธุรกิจดำรงอยู่ต่อไป หรือการนำองค์กรเข้าไปเจรจากับพันธมิตรในประเทศต่าง ๆ เพราะลำพังแค่ตลาดในประเทศอาจไม่เพียงพอแล้ว เพราะใคร ๆ ต่างจ้องแต่ตลาดภายในประเทศ เราจึงจำเป็นต้องขยายตลาดไปในภูมิภาคอาเซียน

ไปในกลุ่ม CLMV

หรือรองรับจังหวัดต่าง ๆ ในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี เพื่อหาลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น

แต่กระนั้น การขยายธุรกิจออกไปในวงกว้าง การเตรียมคนเพื่อรองรับกับการลงทุนในอนาคตจึงเป็นเรื่องสำคัญหากเราไม่มีการเตรียมคนดีพอ หรือคนของเรายังไม่มีความเข้าใจในธุรกิจเพียงพอ

การเดินทางออกภายนอกประเทศอาจมีปัญหาได้

ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่แต่ละองค์กรพยายามเตรียมคนของตัวเองเพื่อรองรับกับการขยายธุรกิจไปในวันข้างหน้า บางองค์กรถึงกับตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้เป็นผู้ขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น

ด้วยการส่งพวกเขาไปเรียนหนังสือต่างประเทศในงบประมาณมหาศาลทีเดียว

เพียงเพื่อหวังว่าพวกเขาจะกลับมาสร้างโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ ที่ต่อไปในอนาคตอาจเป็นธุรกิจหลักขององค์กรต่อไปก็ได้ เพราะอย่างที่ทราบ ๆ กันหลายธุรกิจในปัจจุบันอาจอยู่อย่างไม่ยั่งยืนเสียแล้ว

โดยเฉพาะธุรกิจพลังงาน การเงิน ค้าปลีก รถยนต์ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ต่างต้องผจญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ดังนั้น หากเขาหยุดอยู่กับที่อาจทำให้องค์กรธุรกิจเหล่านั้นอาจล้มหายตายจากได้

แม้อาจจะไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ก็ตาม

แต่สักวันหนึ่งต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถามว่าปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้มองเห็นอะไรบ้าง จริง ๆ ก็มองเห็นหลายอย่าง ตั้งแต่แนวทางการบริหารจากยุค “เตี่ย” มายุค “เสี่ย”

เราต้องยอมรับกันว่า ยุคสมัย “เตี่ย” เป็นการบริหารแบบครอบครัว ค่อยเป็นค่อยไป ธุรกิจค่อย ๆ เติบโต มีเงินมากพอถึงจะขยายธุรกิจ จะไม่กู้หนี้ยืมสิน เน้นความประหยัด มัธยัสถ์ พอตรุษจีนทีจะจ่ายอั้งเปาให้กับพนักงานสักครั้งหนึ่ง

แต่หลังจาก “เสี่ย” เข้ามาบริหาร รูปการบริหารเปลี่ยนแปลงไป เพราะ “เสี่ย” เรียนหนังสือจากโรงเรียนดัง ๆ
ในประเทศ ทั้งยังไปเรียนต่อต่างประเทศ มีคอนเน็กชั่นหลากหลายทั้งจากเพื่อนของแผ่นดินแม่ และเพื่อนจากแผ่นดินอื่น ๆ

พวกเขาชอบความท้าทาย

มองเห็นโอกาสจากธุรกิจใหม่ ๆ

ทั้งยังชอบการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เมื่อเขาขึ้นมาบริหารธุรกิจครอบครัว เขาจึงพยายามผลักธุรกิจของตัวเองให้ก้าวไปสู่ธุรกิจมหาชน ใช้วิธีระดมทุนจากนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

เพื่อนำมาสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ

ขณะเดียวกัน ก็ใช้วิธีปรับทัพองค์กรให้มีประสิทธิภาพ พยายามสร้างทาเลนต์ และพยายามนำเครื่องมือในเรื่องของเอชอาร์มาเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร พร้อม ๆ กับนำกิจกรรมเพื่อสังคมไปสร้างความผูกพันกับพนักงานและชุมชนภายนอก

ผ่านมา “เสี่ย” บางคนทำได้ดี

แต่มี “เสี่ย” บางคนถูก “เตี่ย” ด่าอยู่บ่อยครั้ง เพราะสิ่งที่เขาทำล้วนก๊อบปี้มาจากแนวทางการบริหารแบบฝรั่งล้วน ๆ ทุกอย่างใช้เครื่องมือวัดผล ทุกอย่างมองแต่เรื่องผลตอบแทน และทุกอย่างมองแต่เรื่องการลงทุนใหม่ ๆ

โดยไม่สนใจความรู้สึกของพนักงานเลย

สำคัญไปกว่านั้น “เสี่ย” บางคนยังใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนกำลังคน เพื่อหวังจะปลดคนเหล่านั้นออก และ “เสี่ย” บางคนหัวก้าวหน้ามาก มองเห็นแล้วว่าถ้านำหุ่นยนต์มาใช้ทำงาน จะลดต้นทุนได้มาก ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงด้วย

เพราะหุ่นยนต์ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องหยุดพักเลย

ซึ่งแนวโน้มต่อไปของธุรกิจกำลังจะเป็นเช่นนั้น

ถามว่าน่ากลัวมั้ย ?

ไม่น่ากลัวหรอก เป็นเรื่องธรรมดาของการบริหารจัดการ และเป็นเรื่องธรรมดาของการบริหารธุรกิจ ซึ่งจะต้องหาโอกาสใหม่ ๆ ในการลงทุนอยู่เสมอ เพราะยุคสมัยนี้ “เตี่ย” เป็นเพียงผู้เฝ้ามอง

อยู่เฉย ๆ

เลี้ยงลูก เลี้ยงหลานไป หรือไม่ก็ไปเล่นไพ่นกกระจอก, เล่นรัมมี่, ตีกอล์ฟ หรือรำมวยไท้เก๊กอะไรก็ไป เพราะหน้าที่ต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของ “เสี่ย” แล้วที่จะต้องประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

คุยกับทีมงานที่โคเวิร์กกิ้งสเปซ หรือจะต้องบินไปต่างประเทศทุกเดือนเพื่อเจรจาธุรกิจกับพันธมิตร และอะไร
อีกมากมาย เพื่อสร้างอาณาจักรธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในวันข้างหน้า

ผมไม่รู้หรอกว่า “เสี่ย” เหนื่อยแค่ไหน ?

แต่ผมรู้อย่างเข้าใจ “เตี่ย” ว่า…ธุรกิจครอบครัวมันไม่ดีตรงไหน ทำไมจะต้องสร้างอาณาจักรธุรกิจให้เติบโตคับฟ้าด้วย

“ผมไม่เข้าใจจริง ๆ” เตี่ยคนหนึ่งบ่นกับผมในค่ำวันก่อน

จึงนำมาเล่าสู่กันฟัง ?

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”